วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประพัฒน์ เชยชม'ไม่มีใครทำแคมเปญแรงได้ตลอดปี'

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ เป็นสิ่งที่คาดการณ์ตั้งแต่ปีที่แล้ว ทำให้การวางแผนสอดคล้องกับสถานการณ์

ตลาดรถยนต์เดือนพ.ค. ที่ติดลบ 3.5% เป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 17 เดือน สร้างความหวั่นไหวให้กับตลาดไม่น้อย เนื่องจากเกรงว่าการหดตัวจะยืดเยื้อ ในขณะที่การประเมินสถานการณ์ล่วงหน้ายังทำได้ยาก เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ยังไม่นิ่ง โดยเฉพาะผลพวงจากโครงการรถคันแรกที่ส่งให้มีทั้งรถค้างจอง รถคืนใบจอง รถยกเลิกการใช้สิทธิ ซึ่งทำให้การวางแผนการตลาดเป็นไปยากพอควร แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท และในส่วน นิสสัน นายประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและการขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ยังอยู่ในภาวะที่รับมือได้

นายประพัฒน์ กล่าวว่า การที่ตัวเลขยอดขายช่วงเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา หดตัวลงไปเล็กน้อย 3.5% ไม่ได้เป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด เป็นสิ่งที่มีการคาดการณ์ล่วงหน้าไว้แล้ว เนื่องจากปีที่ผ่านมา ตลาดดึงกำลังซื้อของปีนี้ไปใช้ล่วงหน้าเป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าภาพรวมตลาดรถยนต์ในปีนี้ ยังคงมีกำลังซื้อจากลูกค้าที่ยังมีความต้องการใช้งานรถจริง

"กลุ่มรถยนต์ขนาดเล็กอาจชะลอตัวบ้าง เนื่องจากไม่มีสิ่งจูงใจ เช่น โครงการคืนภาษีรถคันแรก แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าลูกค้าเริ่มหันกลับมาหารถยนต์นั่งขนาดกลางและขนาดใหญ่มากขึ้น เพื่อตอบสนองการใช้งานได้อย่างตรงความต้องการ"

เล็งเปิดตัวรถใหม่อีก 3 รุ่น

นอกจากนี้การที่บริษัทรถยนต์ เปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ช่วยเป็นการกระตุ้นตลาดได้อีกทางหนึ่ง โดยในส่วนของนิสสัน ก็มีความเคลื่อนไหวของรถหลายรุ่น เช่น มาร์ช ใหม่ พัลซาร์ และ นิสสัน บิ๊ก เออร์แวน ซึ่งเป็นรถตู้ขนาด 16 ที่นั่ง โฉมใหม่ เข้ามาเจาะตลาดรถตู้ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีตัวเลือกในตลาดมากนัก โดยทุกรุ่นได้รับการตอบรับอย่างดี นอกจากนี้ นิสสันยังมีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อีกไม่ต่ำกว่า 3 รุ่น ในปีนี้ รวมถึงการเปิดตัวรถพลังงานทางเลือกที่ใช้เชื้อเพลิงซีเอ็นจี ซึ่งตัวเลือกที่หลากหลาย และความสดใหม่ จะช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ตลาดนิสสัน และตลาดรวมได้รับผลดีตามไปด้วย

"นอกจากเรื่องของสินค้า เราก็ยังจะเสริมความแข็งแกร่งอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อสร้างความพึงพอใจ และมั่นใจให้กับลูกค้ามากขึ้น โดยมีแผนขยายโชว์รูมและศูนย์บริการเพิ่มขึ้นให้เป็น 200 แห่ง เพื่อขยายบริการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เข้าถึงลูกค้าได้ทั่วถึงอีกด้วย"

รถคันแรกส่งมอบเร็ว ปัญหาไม่บานปลาย

นายประพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของลูกค้าที่ใช้สิทธิในโครงการรถคันแรก ไม่ส่งผลกระทบกับการดำเนินงานของนิสสัน เนื่องจากว่า ปี 2555 ที่ผ่านมา จนถึงต้นปี 2556 นิสสัน ได้เร่งการผลิต ทำให้สามารถส่งมอบให้กับลูกค้าได้เกือบทั้งหมดไปตั้งแต่ช่วงเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการยกเลิกการจองที่เริ่มเกิดขึ้นมากนัก ขณะที่การคืนใบจองก็ไม่ได้ผิดปกติแต่อย่างใด

ปัจจุบันยอดจองนิสสัน โดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดเล็ก หรือ อีโคคาร์ ที่รอการส่งมอบให้กับลูกค้า ส่วนใหญ่เป็นยอดจองใหม่ที่เกิดขึ้นหลังจากหมดโครงการรถคันแรกไปแล้ว เหลือยอดค้างจองจากปีที่แล้วไม่มากนัก และที่สำคัญการที่สถานการณ์ตลาดเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ โดยลูกค้ามีกำหนดรับรถประมาณ 1 เดือนหลังการจอง ทำให้นิสสัน มั่นใจว่าจะทำให้ยอดขายปีนี้เป็นไปตามเป้าหมาย 1.2 แสนคัน แต่อย่างไรก็ตามต้องติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทาง เพื่อนำมาวางแผนและตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

"เราพบการคืนใบจองต่ำมาก สถานการณ์ตลาดรถยนต์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ทำให้การวางแผนการผลิตและการขายสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เฝ้าดูความเป็นไปของตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนและตัดสินใจ หากต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนการผลิตในอนาคต"

ปัจจุบัน นิสสัน มีกำลังการผลิต 2.6 แสนคันต่อปี รองรับการทำตลาดในประเทศและส่งออก สัดส่วน 50/50

เชื่อไม่มีใครลากยาวแคมเปญดุ

นายประพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของภาพรวมตลาดรถยนต์ ที่ช่วงนี้มีการจัดรายการส่งเสริมการขายที่รุนแรง เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันค่อนข้างรุนแรง เพื่อแย่งตลาดที่อยู่ในช่วงหดตัว ทำให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับผู้บริโภคที่มีทางเลือกมากขึ้น จากการที่มีข้อเสนอที่ดีจากบริษัทรถยนต์ อย่างไรก็ตาม คาดว่าแคมเปญเหล่านี้จะเกิดขึ้นเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เพราะเชื่อว่าไม่มีใครสามารถทำการตลาดอย่างรุนแรงได้ตลอดทั้งปี

"ในส่วนของ นิสสัน พยายามที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความสด ใหม่ เมื่อเทียบกับรถรุ่นอื่นๆ ในท้องตลาด ส่วนรายการส่งเสริมการขายก็เป็นสิ่งที่แข่งขันได้และมีความน่าสนใจให้กับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของ และหวังว่าหลังจากนี้สถานการณ์การแข่งขันจะค่อยๆ ปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ" นายประพัฒน์ กล่าว