วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รถคันแรกพ่นพิษ มือสองสต็อกล้น-ราคาร่วง

รถคันแรกพ่นพิษ! ตลาดรถมือสองวูบ ยอดขายหดตัวรุนแรง เต็นท์รถระบุบางแห่งหายไปกว่า 50% ฉุดราคาร่วงตาม

รถมือสองเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ มีผู้ประกอบการอยู่ในธุรกิจนี้จำนวนมาก ตั้งแต่รายย่อยที่ใช้วิธีจอดรถริมทางไปจนถึงรายใหญ่ที่มีอาคารปลูกสร้างถาวร มีตั้งแต่ผู้มีรถ 1-2 คัน ไปจนถึงหลักร้อยคัน แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าแต่ละปีมีจำนวนเท่าไร เนื่องจากมีการหมุนเวียนบ่อยครั้ง ทั้งจากผู้ขายไปลูกค้า หรือผู้ขายไปถึงผู้ขายด้วยกันเอง แต่ประมาณการกันว่าน่าจะมีปริมาณมากกว่า 2 เท่าตัวของยอดขายรถใหม่ ส่วนสถานการณ์ตลาดล่าสุดมีแนวโน้มที่ถดถอย ทั้งราคา และยอดขาย

นายเชาวลิต กาญจนนท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แอพเพิล ออโต้ ออคชั่น จำกัด บริษัทจัดประมูลรถมือสอง กล่าวว่า ราคารถในปัจจุบันตกลง อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะรถยนต์นั่งที่ลงไปอย่างน้อย กว่า 10% ส่วนรถปิกอัพประมาณ 7-8%

ราคาที่ตกลงมาจากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะผลกระทบจากปี 2555 ที่มีรถออกสู่ตลาดมาก เนื่องจากการส่งเสริมการมีรถคันแรกของภาครัฐ และสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อออกมามาก ทำให้ปีนี้พบว่ามีการยึดรถจำนวนมาก โดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ระดับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรลงมา

"เท่าที่เรารู้ข่าว ไฟแนนซ์บางแห่งมียอดยึดรถเพิ่มขึ้นจากปกติ 2 เท่าตัว ทำให้รถเข้าสู่ตลาดมือสองมากขึ้น และสำหรับแอพเพิลเอง ช่วงนี้มีรถเข้าสู่ตลาดประมูล 2 เท่าตัวเช่นกัน จากปกติมีรถประมาณ 2,000 คัน เพิ่มเป็น 4,000 คัน ทำให้ลานจอดรถไม่เพียงพอ ต้องหาเช่าที่เพิ่มเติม"

นอกจากนี้ การที่ปี 2555 ที่ผ่านมา โครงการรถคันแรกได้รับความนิยมจำนวนมาก ทำให้รถอื่นๆ ที่ไม่ได้สิทธิคืนภาษีสูงสุด 1 แสนบาท จัดแคมเปญส่งเสริมการขายที่รุนแรง ต่อเนื่องถึงปีนี้ ขณะที่สถาบันการเงินก็ปล่อยสินเชื่อด้วยเงื่อนไขที่ดี ทำให้ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นในการซื้อรถระหว่างรถใหม่ป้ายแดงกับรถมือสองไม่แตกต่างกันมากนัก ผู้บริโภคส่วนหนึ่งจึงตัดสินใจซื้อรถใหม่ ทำให้รถในตลาดมือสองค้างสต็อกมากขึ้นแต่เมื่อสถาบันการเงินพบว่า ลูกค้าซื้อรถเริ่มมีปัญหา ปีนี้จึงเริ่มเข้มงวดเพิ่มขึ้น เช่น การเพิ่มเงินดาวน์ ยิ่งส่งผลให้ตลาดได้รับผลกระทบมากขึ้น

พ่อค้ามือสองกดราคา

นายเชาวลิต กล่าวว่า ราคารถมือสองที่ตกลง ทำให้ผู้ประกอบการเต็นท์รถได้รับผลกระทบ เพราะต้องขายรถที่มีราคาถูกลงแม้จะซื้อรถมาในราคาที่สูงก่อนหน้านี้ ทำให้ต้องเร่งปรับตัว โดยแนวทางหนึ่งก็คือ การกดราคาซื้อรถเข้าเต็นท์ให้ต่ำลง ซึ่งรวมถึงการซื้อผ่านตลาดประมูล เพื่อชดเชยกับรถที่ค้างอยู่ในสต็อก

"พ่อค้าเต็นท์ได้รับผลกระทบ ดังนั้นจึงต้องพยายามเกลี่ยราคา ด้วยการซื้อรถใหม่ที่ราคาถูก ชดเชยกับรถในสต็อกที่ซื้อมาสูงกว่าราคาที่ขายได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้ ต้องเป็นรายที่มีฐานการเงินที่ดี ส่วนผู้ที่การเงินไม่ดี ก็หายไปจากตลาดไม่น้อย"

เดือนพ.ค. ราคาประมูลเก๋งเล็ก ตก 17%

นายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ราคาประมูลรถยนต์นั่งช่วงเดือนพ.ค. ลดลงจากเดือนก่อนหน้าประมาณ 13% อยู่ในระดับ 2.1 แสนบาทต่อคัน โดยเฉพาะกลุ่มรถขนาดเล็ก เครื่องยนต์ 1.3-1.5 ลิตร ลดลง 17% เนื่องจากความต้องการในตลาดลดลงเป็นผลกระทบจากโครงการรถคันแรก ส่วนรถขนาด 1.6-2.0 ลิตร ลดลง 8%

เช่น รถอายุ 1 ปี ปกติราคาจะต่ำกว่าราคารถใหม่ ประมาณ 20% แต่ขณะนี้ลดต่ำลงไปถึง 30% โดยเฉพาะกลุ่มรถอีโคคาร์ อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายรถในช่วงไตรมาสที่ 1 และที่ 2 ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่ยังไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้ เพราะมีผู้ประกอบการเต็นท์รถนับเป็นหมื่นราย

"นอกจากนี้ การที่คาดการณ์กันว่ารถคันแรกจะมียอดยกเลิกการจองพอสมควรจากปัญหาการจองซ้ำซ้อนเผื่อเลือกของลูกค้า ส่งผลกระทบต่อราคารถมือสองในระบบ รวมกับการที่ค่ายรถต่างๆ จัดโปรโมชั่น ผ่อน 0% นาน 48 เดือน ทำให้ได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น"

ขณะเดียวกัน ผู้ซื้อรถมือสองส่วนใหญ่ซื้อแบบเงินผ่อน แต่ล่าสุดบริษัทสินเชื่อปรับลดการปล่อยวงเงินประมาณ 1-2 แสนบาท ทำให้อำนาจการซื้อของคนลดน้อยลงไปด้วย เพราะจำเป็นต้องใช้เงินดาวน์ที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ สหการประมูล คาดว่า ภาวะตลาดยังอยู่ในช่วงขาลง การฟื้นตัวจะใช้เวลา 1-2 ปี

เต็นท์รถชี้ค้างสต็อกนับปี

นายสมชาย เชื้อชัยนาท เจ้าของเต็นท์รถ อาย คาร์ เซ็นเตอร์ กล่าวว่า สถานการณ์รถมือสองอยู่ในภาวะถดถอย ยอดขายลดลงประมาณ 20% ขณะที่ราคาก็ลดลง 20-30% โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถคันแรก เพราะได้รับสิทธิ์คืนภาษี ดังนั้นรถที่เข้าตลาดมือสองจึงต้องประเมินราคาบนพื้นฐานของราคาหลังหักภาษีแล้ว ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวผู้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงคือ เจ้าของรถกลุ่มเดียวกับรถคันแรก เพราะราคาขายรถลดลงไปมาก

"รถกลุ่มนี้ขายยากขึ้น เพราะปีที่แล้วลูกค้าหันไปซื้อรถใหม่ที่ได้สิทธิลดภาษีแทน ทางออกของผู้ค้าคือต้องยอมขายออกไป แม้จะไม่มีกำไร เพราะต้องเน้นเรื่องปริมาณไปก่อน ดีกว่าปล่อยให้ค้างสต็อก"

ทั้งนี้ ในภาวะปกติ สต็อกรถในตลาดมือสองมีระยะเวลาเฉลี่ย 2-3 เดือน แต่ปัจจุบันพบว่าบางแห่งมีรถค้างสต็อกนับปี ซึ่งมีผลกระทบต่อเงินทุนหมุนเวียน ทำให้ไม่สามารถซื้อรถใหม่เข้าเต็นท์ได้

การที่ตลาดซบเซาทั้งระบบ มองว่านอกจากผลกระทบจากโครงการรถคันแรกแล้ว ยังเป็นผลมาจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ไม่ดีนัก ทำให้ฉุดกำลังซื้อให้ตกต่ำลง

สำหรับการปรับตัวของผู้ประกอบการ คือ การซื้อรถเข้าเต็นท์ในราคาที่ต่ำลง เฉลี่ย 10-15% และพยายามปล่อยรถออกไปให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสภาพคล่อง ซึ่งปัจจุบันส่งผลกระทบรุนแรงต่อผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องกู้เงินมาลงทุน ซึ่งพบว่ามีเลิกกิจการไปแล้วหลายราย

นายสมชาย กล่าวว่า สำหรับรถในโครงการคันแรก เริ่มมีเข้าสู่ตลาดมือสอง แต่ทางเต็นท์รถต้องตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ เพราะมีปัญหาติดมาหลายอย่าง โดยเฉพาะการที่เจ้าของรถเดิมจะต้องนำเงินภาษีไปคืนสรรพสามิต จึงจะสามารถโอนได้ รวมถึงการรีไฟแนนซ์ ก็ยังทำไม่ได้เช่นกัน

"รถคันแรกมีปัญหาเยอะ คนที่ไม่คิดจะซื้อรถก็ซื้อ ทำให้ตลาดรวน และส่งผลต่อตลาดมือสองด้วย และเมื่อมีรถยึดเข้ามาก็ยังขายไม่ได้"

กดราคาระบายสต็อก

ด้านผู้บริหาร เต็นท์ ตี๋เล็ก คาร์ดี กล่าวว่า ตลาดอยู่ในภาวะซบเซาอย่างรุนแรง โดยพบว่าบางวันไม่มีลูกค้าเข้ามาดูรถเลย และยอดขายโดยรวมหายไปประมาณ 50% ทำให้ผู้ค้าไม่กล้าที่จะซื้อรถเข้าเต็นท์ เพราะสต็อกเดิมยังมี ส่งผลให้ผู้บริโภคที่ต้องการขายรถได้รับผลกระทบตามไปด้วย

"ผลกระทบ อาจจะแตกต่างกันไปในละพื้นที่ เพราะลูกค้าเป้าหมายเป็นคนละกลุ่มกัน แต่เชื่อว่าโดยรวมๆ แล้วกระทบทั้งนั้น โดยเฉพาะรถยนต์นั่ง ส่วนปิกอัพยังพอไปได้ เพราะผู้ซื้อมีความจำเป็นต้องใช้รถจริงๆ และในส่วนตี๋เล็กจากภาวะปกติจะขายดีในตลาดราคา 2-3 แสนบาท แต่ปัจจุบันก็ขายยาก เพราะราคารถในช่วงนี้ผิดเพี้ยนไปเยอะไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท"

ส่วนทางออกของผู้ประกอบการเห็นว่ามีทางเดียว คือ การกดราคาลงมา เพื่อระบายรถในสต็อกออกไปให้ได้มากที่สุด

เอ็น.เค.ชี้รถคันแรกทำล้นตลาด

นายพิตินันทน์ กฤษดาธานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบนซ์ เอ็น.เค. ออโต อิมพอร์ต จำกัด กล่าวว่ารถมือสองได้รับผลกระทบจากรถยนต์คันแรก โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงปลายปี 2555 ถึงปัจจุบัน ผู้จองรถยนต์ในโครงการดังกล่าวบางรายไม่สามารถผ่อนชำระค่างวด ทำให้มีรถเข้าสู่ตลาดมือสองมากขึ้น และขายได้ช้าลง ในกลุ่มรถเล็ก ส่วนตลาดระดับกลางขึ้นไปซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของบริษัท ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการเต็นท์รถ มีการปรับตัวตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับพันธมิตร โดยเฉพาะสถาบันการเงิน จัดแคมเปญกระตุ้นกำลังซื้อ เช่น ดาวน์ต่ำเริ่มต้น 10-15% หรือผ่อนนานสูงสุด 6-7 ปี การลดราคารถยนต์ รวมถึงการคัดเลือกรถยนต์ที่มีคุณภาพ เพื่อต้องการระบายรถยนต์ในสต็อกที่มีอยู่ให้เร็วที่สุด เพราะหากไม่รีบระบายจะทำให้รถยนต์ตกรุ่น ราคาขายต่ำลงไปอีก

ในส่วนของเอ็น.เค. ช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา มียอดขายรถยนต์ทั้งนำเข้าและมือสองได้ตามเป้า เนื่องจากมีกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน โดยมีสัดส่วนยอดขาย 60% มาจากรถยนต์นำเข้า และ 40% เป็นรถยนต์มือสอง

ปัจจัยลบรุมรถมือสอง

แหล่งข่าวในธุรกิจรถมือสอง กล่าวว่า ตลาดได้รับผลกระทบมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แบ่งเป็น 3 ช่วงคือ การเกิดขึ้นของโครงการ อีโค คาร์ ที่มีรถออกสู่ตลาดโดยมีโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ 17% ทำให้มีราคาถูกลง ผู้ซื้อรถในตลาดมือสองบางส่วน หันไปซื้อรถ อีโค คาร์ แทน เนื่องจากได้รถใหม่ และมีราคาไม่แตกต่างกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการรถไว้ใช้งานในชีวิตประจำวัน เดินทางไปทำงาน

จากนั้น ในช่วงปลายปี 2554 เกิดเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ ทำให้มีรถยนต์ในหลายๆจังหวัดทั่วประเทศถูกน้ำท่วม ทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่มั่นใจในตลาดรถมือสอง กลัวว่าจะนำรถที่ประสบภัยน้ำท่วมมาย้อมแมวขาย ทำให้ตลาดสะดุด ก่อนที่จะมาได้ผลกระทบรุนแรงอีกครั้ง จากโครงการรถคันแรก