วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีเอสไอฟันเสี่ยรถหรูไฟไหม้ ปลอมเลขตัวถัง

"ธาริต" เตรียมดำเนินคดีเสี่ยรถหรูข้อหาปลอมเอกสารรถเฟอร์รารี่ไฟไหม้ ที่โคราช หลังพบเอกสารนำเข้าเป็นโครงตัวถังเบนซ์ แต่ประกอบเป็นเฟอร์รารี่

ความคืบหน้ากรณีทนายความของนายนฤนาท ควรสวัสดิ์ และนายธนันท์ ควรสวัสดิ์ ยอมรับว่านายนฤนาทและนายธนันท์เป็นผู้รับซื้อรถยนต์หรู 6 คัน ที่ถูกเพลิงไหม้ในพื้นที่ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นั้น วานนี้ (29 มิ.ย.)นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ดีเอสไอมีหลักฐานค่อนข้างชัดเจนว่า นายนฤนาทและนายธนันท์เป็นผู้ติดต่อและว่าจ้างรถเทi]เลอร์ให้ขนรถยนต์ทั้ง 6 คัน ไปยังจ.ศรีสะเกษ

ดังนั้นการออกมายอมรับของทนายความจึงไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย หลังจากนี้คงต้องรอฟังคำให้การและเอกสารต่างๆ ที่ผู้ต้องหานัดจะนำเข้าให้การต่อพนักงานสอบสวน แต่ผู้ต้องหาทั้ง 2 อาจถูกดำเนินคดีฐานปลอมแปลงเอกสารจากกรณีปลอมแปลงเลขตัวถังรถยนต์เฟอร์รารี่ คันที่ถูกเพลิงไหม้ เนื่องจากผลการตรวจสอบทางกายภาพของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พบว่ามีการนำแผ่นเพลทไปปิดทับหมายเลขตัวถังรถยนต์เดิม

สำหรับยอดรวมการเปิดให้ผู้ครอบครองรถยนต์จดประกอบ นำรถเข้าตรวจสอบทางกายภาพ 2 สัปดาห์ มีผู้ติดต่อนำรถเข้าตรวจสอบรวม 176 คันโดยเฉพาะเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมามีผู้ติดต่อนำรถเข้าตรวจสอบมากถึง 85 คัน ดีเอสไอจึงขยายระยะเวลาการสมัครใจนำรถยนต์เข้าตรวจสอบออกไปอีก 1 สัปดาห์ โดยคาดว่าจะมีการนำรถยนต์เข้าตรวจสอบประมาณ 200 คัน ส่วนผู้ครอบครองรถจดประกอบมูลค่าตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป ที่เพิกเฉยไม่นำรถเข้าตรวจสอบอีกเกือบ 400 คัน

นายธาริต กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ดีเอสไอจะกำหนดมาตรฐานการตรวจสภาพรถยนต์แล้วมอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกตรวจสอบในขั้นตอนการนำรถยนต์ไปต่อทะเบียนประจำปี ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับพนักงานสอบสวน หากพบรถหลีกเลี่ยงภาษีจะส่งให้กรมศุลกากรประเมินภาษีและค่าปรับ แต่ในขั้นตอนดังกล่าวจะไม่ยอมให้ผู้ครอบครองรถแหกกฎนำรถเข้าตรวจสภาพหรือต่อทะเบียนในต่างจังหวัดที่ห่างไกล โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์ให้นำรถเข้าตรวจสอบในกรุงเทพฯเท่านั้น

"ในส่วนของผู้ประกอบการนำเข้ารถจดประกอบและผู้ที่มีรายชื่อครอบครองรถจดประกอบจำนวนมากนั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายใดติดต่อนำรถเข้าตรวจสภาพ จึงสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นผู้นำเข้าเพื่อขาย ซึ่งจะต้องถูกดำเนินคดีฐานเลี่ยงภาษี นอกจากนี้รายที่สำแดงเอกสารเท็จจะต้องถูกดำเนินคดีอาญาเพิ่มด้วย แต่ผมได้ประสานให้กรมศุลกากรประเมินอัตราภาษีและค่าปรับรถยนต์หรูตามราคาที่เป็นสภาพปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ครอบครองรถใช้ประกอบการตัดสินใจว่า จะยอมจ่ายภาษีเพิ่มเพื่อซื้อรถคืนหรือจะยอมให้ยึดรถตกเป็นของแผ่นดิน"นายธาริต กล่าว

แหล่งข่าวจากชุดสอบสวนดีเอสไอ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเชิงลึกซากรถยนต์เฟอร์รารี่ที่ถูกเพลิงไหม้พบว่า รถคันที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์ที่นายนฤนาทเคยครอบครองแล้วขายต่อให้กับบริษัทไบโอเพาเวอร์ ซิสเต็มส์ โดยรถคันดังกล่าวถูกปลอมหมายเลขตัวถังเพื่อนำมาจดทะเบียนใหม่ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการเตรียมขอออกทะเบียนเพื่อรอสวมให้กับรถยนต์อีกคัน เช่นเดียวกับรถยนต์อีก 5 คันที่ถูกเพลิงไหม้ ซึ่งถูกขูดลบเลขตัวถังเดิมออกทั้งหมด

ดังนั้นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับซากรถยนต์ของกลางนอกจากจะถูกดำเนินคดีฐานนำเข้ารถยนต์หลีกเลี่ยงภาษีแล้ว ยังต้องถูกดำเนินคดีจากการปลอมแปลงเอกสาร และการสำแดงเอกสารอันเป็นเท็จด้วย เนื่องจากเอกสารจดประกอบรถยนต์เฟอร์รารี่พบพิรุธชัดเจน จากการจดแจ้ง ว่านำเข้าโครงตัวถังรถเบนซ์ แต่เมื่อนำโครงตัวถังและเครื่องยนต์มาประกอบ กลับได้เป็นรถเฟอร์รารี่ออกมายื่นขอจดทะเบียนในปี 2555

ส่วนความคืบหน้ากรณีที่เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลา ได้กักรถหรูของชาวต่างชาติจำนวน 14 คัน ประกอบด้วย ยี่ห้อปอร์เช่ 9 คัน เฟอร์รารี่ 1 คัน ออร์ดี้ 1 คัน บีเอ็มดับเบิ้ลยู 1 คัน ฮอนด้า 1 คัน และ ซูบารุ 1 คัน ขณะขับข้ามเข้ามายังประเทศไทยทางด่านพรมแดนไทยมาเลเซีย อ.สะเดา โดยมีรถเทรลเลอร์ จำนวน 3 คันมาจอดรอรับรถหรูทั้งหมด นั้น

แหล่งข่าวชุดสอบสวน เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ารถหรูทั้ง 14 คัน มีเจ้าของซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์เป็นผู้ขับเข้ามาจากประเทศสิงคโปร์ในลักษณะคาราวานท่องเที่ยวผ่านมาเลเซียเข้ามายังไทยและมีปลายทางอยู่ที่กัมพูชาโดยเจ้าของได้ว่าจ้างให้บริษัทขนส่งมาบรรทุกรถทั้ง 14 คันไปส่งที่พัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นอกจากนี้ ยังพบว่ารถบรรทุกเทรลเลอร์จำนวน 3 คันที่รับจ้างขนส่งรถหรูทั้ง 14 คันนั้นคาดว่าเป็นของบริษัทเดียวกันกับบริษัทรับจ้างขนส่งรถหรู 6 คันที่ถูกเพลิงไหม้ ในพื้นที่ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ด้าน นายประยุทธ มณีโชติ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาค 4 เปิดเผยว่า แม้มีเอกสารถูกต้อง แต่ทำผิดระเบียบตามพิธีการศุลกากร ซึ่งเดินทางในรูปของนักท่องเที่ยว แต่ไม่มีเงินสด แบงก์การันตี หรือบุคคลรับประกัน จึงไม่สามารถให้เข้าประเทศได้ ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ที่เป็นเจ้าของรถทั้ง 14 คันได้ยกเลิกคาราวานท่องเที่ยวไทยและกัมพูชาทั้งหมด เตรียมเดินทางกลับจากพัทยามารับรถคืน

ส่วนความคืบหน้าในการตรวจสอบรถหรูจดประกอบ ล่าสุดดีเอสไอและ 6 หน่วยงาน ยังคงเดินหน้าตรวจสอบรถต้องสงสัย 548 คัน พร้อมขยายเวลาให้ผู้สมัครใจนำรถเข้าตรวจสอบอีก 1 สัปดาห์ หลังมีผู้นำรถมาให้ตรวจแล้วกว่า 150 คัน และยึดรถต้องสงสัยไว้ 9 คัน พร้อมเตือนผู้ที่จงใจดัดแปลงสภาพเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน ย้ำหากตรวจพบจะเรียกภาษีคืนจากผู้ประกอบการ ไม่มีนโยบายยึดรถเป็นของแผ่นดิน