วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วีออส' ความนิ่งที่เพิ่มขึ้น

วีออส ใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ไปกวาดยอดจองล่วงหน้าตั้งแต่ปลายปีที่แล้วมาตุนไว้ได้กว่า 1 หมื่นคัน

วีออส ใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ไปกวาดยอดจองล่วงหน้าตั้งแต่ปลายปีที่แล้วมาตุนไว้ได้กว่า 1 หมื่นคัน ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า แม้จะยังไม่เห็นรถตัวจริงก็ตาม

แต่จะว่าไปแล้ว วีออส เจนเนอเรชั่นที่ 4 นั้นมีพัฒนการด้านการออกแบบขึ้นมาก ดูดีกว่าทุกรุ่นก่อนหน้านี้ รวมถึงรุ่นล่าสุดที่ส่วนตัวแล้วผมไม่ชอบรูปทรงของไฟท้ายอย่างมาก

วีออสใหม่ออกแบบดูหรูหรา และโฉบเฉี่ยวขึ้น ในทุกมุมมอง คิดว่าคงได้ดีเอ็นเอจากรุ่นพี่มาใช้อยู่ไม่น้อย รูปทรงไฟหน้าดูแปลกตา เชื่อมต่อกันด้วยกระจังหน้าทรงเรียว เส้นคม ช่องดักลมกว้าง ทรงสี่เหลี่ยมคางหมู ชวนให้นึกถึงเลกซัส ส่วนรูปทรงไฟท้ายก็ไปกันได้กับไฟหน้า ขณะที่ด้านข้างเล่นไม่มากนัก เน้นดูเรียบๆ แต่มีเส้นสายคมๆ เส้นหนึ่งเชื่อมต่อกับส่วนปลายของไฟท้าย ทำให้รถดูมีความเคลื่อนไหว และตัวถังด้านข้างไม่แน่นไม่หนักจนเกินไป

และเป็นธรรมชาติของรถยนต์ครับ รุ่นใหม่เหมือนได้ปุ๋ยดี จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ วีออสกก็เช่นกัน มิติตัวรถเพิ่มขึ้นในด้านยาว 11 มม.กับความสูง 1.5 ซม.โดยมีขนาด ยาว x กว้าง x สูง 4,410 x 1,700 x 1,475มม.

ความยาว กับความสูงเพิ่มขึ้น ก็คงเป็นผลมาจากความต้องการให้รถมีพื้นที่ใช้านมากขึ้น นั่งสบายขึ้น ไม่อึดอัด เพราะทั้งพื้นที่ช่วงขา และศีรษะเพิ่มขึ้น

และเพื่อชดเชยกับความสูงที่เพิ่มขึ้น โตโยต้าจึงจัดการลดความสูงใต้ท้องลง 5 มม.เพื่อไม่ให้ศูนย์ถ่วงเป็นปัญหากับเรื่องของทรงตัว

แต่การที่เพิ่มพื้นที่ใช้งาน โดยยืดรถออกด้านหน้า-หลัง และด้านบน ทำให้เมื่อมองจากด้านหน้าหรือด้านหลังตรงๆ เหมือนกับรถดูจะผอมไปสักหน่อย ลองหลับตานึกดูกว่าถ้าขยายความกว้างออกไปจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่ามันจะสมส่วนมากขึ้น และหน้าตาที่คมๆของมันก็จะดูดียิ่งขึ้นไปอีก และอัลติส อาจจะเดือดร้อน

มีทั้งหมด 6 รุ่นย่อย ราคา 5.59-7.34 แสนบาท สำหรับรุ่นที่อยู่ในมือผม เป็นตัวรองท็อป 1.5G เกียร์อัตโนมัติ ค่าตัว 6.99 แสนบาท ซึ่งมีอุปกรณ์ที่น้อยกว่ารุ่น ท็อป เช่น ไฟตัดหมอกหน้า ระบบสมาร์ทเอ็นทรี และพุช สตาร์ท หรือเรียกง่ายๆว่ากุญแจไม่ต้อง ที่มีอยู่เฉพาะในรุ่น เอส นอกจากนี้ก็คือ มือจับโครเมียม เบาะนั่งแบบธรรมดา ขณะที่ เอส เป็นเบาะแบบสปอร์ต และแผงข้างประตูตัวท็อปเป็นแบบเปียโนแบล็ค รองท็อป เป็นเมทัลลิค

แต่ส่วนที่เหลือมีเหมือนกัน และค่อนข้างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยไฟฟ้าหุ้มหนัง แต่งด้วยแถบสีเงิน มีจอแสดงผลการขับขี่ เช่น อัตราสิ้นเปลือง ความเร็วเฉลี่ย ระยะทางที่สามารถใช้งานได้ รวมไปถึงไฟแสดงการขับขี่แบบประหยัด เอาไว้เป็นลูกเล่นให้ผู้ขับรู้ว่าขับแบบไหนจึงจะประหยัดน้ำมันได้มากที่สุด

ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันโดยที่ตำแหน่งของปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมใช้งานง่าย ไม่ต้องฝืนนิ้วโป้งตัวเองให้เมื่อย ระบบเครื่องเสียงสามารถเชื่อมต่อ ยูเอสบี และอุปกรณ์ภายนอกได้

ด้านความปลอดภัยติดตั้งระบบเบรกเอบีเอส อีบีดี และระบบเสริมแรงเบรก หรือ บีเอ เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ถุงลมคู่หน้า และระบบเตือนการโจรกรรม หรือ TDS (Theft Deterrent System)

การออกแบบภายในใช้ได้ครับ ดูดี เพิ่มอารมณ์หรูหราเข้าไปในรถเล็ก เบาะนั่งแบบผ้าตำแหน่งคนขับเกือบดี ขาดอีกนิดหน่อยในส่วนพนักพิงที่รู้สึกว่ายังรองรับแผ่นหลังไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้เมื่อยล้า แม้จะเดินทางไกลกว่า 200 กม. ก็ตาม

ทัศนวิสัยชัดเจนในทุกมุมมอง รวมถึงการมองผ่านกระจกมองหลัง ช่วยให้ขับได้ง่าย ไม่เครียดเมื่ออยู่หลังพวงมาลัย ตำแหน่งของพวงมาลัย ซึ่งปรับระดับได้ ตำแหน่งคันเร่ง เบรก อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะกับการควบคุม ซึ่งมีผลต่อการใช้งานระยะยาว รถบางคันแค่ตำแหน่งคันเร่งที่ดูไม่ถนัดเท้า ก็ทำเอาเมื่อยได้ง่ายๆ เมื่อออกตัวไปไม่ทันเท่าไร

เครื่องยนต์ 1NZ-FE พัฒนาขึ้นจากบล็อกเดิมให้ผ่านยูโร 4 ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร ที่ 4,200 รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ส่งกำลังผ่านไปยังล้ออัลลอยพร้อมยางขนาด 185/60 R15 (ตัวท็อป 16 นิ้ว)

กำลังเครื่องยนต์รองรับการใช้งานได้ดีสำหรับรถซับ คอมแพคท์ เรียกว่าสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ไม่มีปัญหา แม้จะนั่งเต็มจำนวนก็ตาม แน่นอนมันไม่ได้ปราดเปรียว แต่ก็สามารถกดคันเร่งเพื่อเร่งแซงได้โดยไม่เหนื่อย แต่บางจังหวะก็ต้องเค้นกำลังกันสักหน่อย กดเท้าหนักจนเครื่องยนต์ครางหนักๆ หากว่าระยะทางค่อนข้างกระชั้นชิด

แต่โดยรวมๆ แล้วเครื่องยนต์ตอบสนองได้ดี การขับขี่ในเมืองคล่องตัว ทางไกลกดคันเร่งได้ยาวๆ ครับ ช่วงล่างก็รองรับการขับขี่ได้น่าพอใจ การทรงตัวดี การขับขี่ในทางโค้งไว้ใจได้ในระดับความเร็วในการใช้งานจริงหรือสูงกว่าเล็กน้อย แม้จะรู้สึกได้ว่าหน้าไวไปนิด แต่พอจับทางได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร พวงมาลัยแม่นยำ น้ำหนักดี ช่วยให้ควบคุมได้ง่าย

โดยรวมแล้วถือว่ามีพัฒนาการจากรุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะความนิ่งของช่วงล่างที่ตัวเดิมมีอาการร่อนให้รู้สึกได้ที่ความเร็วระดับที่สูงกว่า 120 กม./ชม. แต่ตัวนี้ผมลองกดไปที่กว่า 150 กม./ชม. ก็ยังนิ่งน่าพอใจ

ช่างล่างด้านแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชั่นบีม และคอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ครับ

***ราคารถยนต์แต่ละรุ่น***

1.5S A/T เกียร์อัตโนมัติ ......... 734,000 บาท

1.5G A/T เกียร์อัตโนมัติ ......... 699,000 บาท

1.5E A/T เกียร์อัตโนมัติ ......... 649,000 บาท

1.5E M/T เกียร์ธรรมดา ......... 614,000 บาท

1.5J A/T เกียร์อัตโนมัติ ......... 589,000 บาท

1.5J M/T เกียร์ธรรมดา ......... 559,000 บาท