วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สกายแอคทีฟ'พร้อมรุกไทยมาสด้าส่งซีเอ็กซ์-5เปิดตลาดต.ค.

ยืนยันจากผู้บริหารมาสด้าแล้วว่า รถรุ่นใหม่ อย่าง ซีเอ็กซ์-5 รถครอสโอเวอร์ที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวางช่วงที่ผ่านมา

ยืนยันจากผู้บริหารมาสด้าแล้วว่ารถรุ่นใหม่ อย่างซีเอ็กซ์-5 รถครอสโอเวอร์ที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวางช่วงที่ผ่านมา จะเข้าสู่ตลาดเมืองไทยในช่วงเดือนต.ค. ปีนี้ และที่สำคัญก็คือจะมาพร้อมกับเทคโนโลยี "สกาย แอคทีฟ" (skyactiv) เทคโนโลยีที่ทำให้คนพูดถึงมาสด้าในช่วงที่ผ่านมา

และก่อนจะเปิดตัว มาสด้าจัดกิจกรรมนำร่อง เพื่อสื่อสารเทคโนโลยี โดยจัดงาน "THE NEXT GENERATION TECHNOLOGY FORUM 2013" โดยมีบรรดาหัวหน้าวิศวกร หัวหน้าแผนกที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการจากญี่ปุ่น เดินทางมานำเสนอรายละเอียด

มาสด้า บอกว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้มาสด้าเดินทางมาเส้นทางนี้ ก็คือ การกล้าที่จะทำในสิ่งที่แตกต่าง กล้าที่จะคิด พร้อมยกตัวอย่างว่าหนึ่งในนั้น ก็คือ การสร้างเครื่องยนต์โรตารีในเชิงพาณิชย์ได้เป็นค่ายแรกของโลก

"ไม่ใช่เรื่องยากหรอกที่จะทำเหมือนคนอื่น เพราะธุรกิจก็เป็นอย่างนั้น แต่ มาสด้า ต้องการสร้างความแตกต่าง ทำให้กล้าที่จะคิดโรตารี เครื่องยนต์มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา แต่มีสมรรถนะที่ดี"

หลังจากนั้น มาสด้าก็เดินในเส้นทางสปอร์ตมาโดยตลอด ทั้งในด้านของตัวสินค้า เทคโนโลยี หรือว่าการสื่อสารการตลาด เช่นในปี 2543 คำว่า "ซูมซูม" ถูกหยิบยกขึ้นนำมาใช้

ซูมซูม มาพร้อมกับ เอ็มเอ็กซ์-5 ซึ่งเป็นตัวแทนในการสื่อสารคำดังกล่าว เป็นรถที่ขับสนุก และให้อารมณ์ร่วมกับคนขับอย่างมาก และมีส่วนทำให้คำว่า ซูมซูม ยังคงติดมาอยู่จนถึงปัจจุบัน

ปี 2550 มาสด้าประกาศแผน สกาย แอคทีฟ โดยมีเป้าหมาย คือ การลดอัตราสิ้นเปลืองให้ได้ 30% โดย สกายแอคทีฟจะต้องดำเนินการในทุกๆ ส่วนของตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นตัวถัง แชสซีส์ เกียร์ หรือว่าเครื่องยนต์

ในส่วนขุมกำลังนั้น มาสด้าบอกว่า ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่หลากหลาย โดยระบบดั้งเดิม คือ สันดาปภายใน และก็มีต่อยอดมาเป็น ไฮบริด ไฟฟ้า ฟิลเซลล์

แต่จากการศึกษาวิเคราะห์ของบริษัท มั่นใจว่าถึงปี 2020 หรือ 2563 เครื่องยนต์ระบบดั้งเดิม คือ สันดาปภายใน จะยังคงครองความนิยมสูงสุด ดังนั้นแนวทางของมาสด้าก็จะเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ ต่อไป

ดังนั้น สกายแอคทีฟ จึงอาจกล่าวได้ว่าไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นการพัฒนาของเก่าที่ยังไม่ถึงขีดสุด ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

"เราจะทำให้เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายใน เป็นเครื่องยนต์ในอุดมคติให้ได้ โดยสิ่งสำคัญก็คือ การให้ความสำคัญกับเรื่องพื้นฐานทั่วไป นั่นก็คือ ลดน้ำหนัก ลดแรงเสียดทาน จากนั้นก็เพิ่มเติมระบบไฟฟ้า เริ่มจากสิ่งที่เรียบง่ายก่อนที่จะขยายไปยังเทคโนโลยีสูงๆ ซึ่งมีราคาแพง แต่ในอนาคต ก็เชื่อว่าจะถูกลง"

ผู้บริหาร มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ญี่ปุ่น พูดถึงนโยบายอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยว่า ภาครัฐกำลังต้องการยานยนต์ที่ประหยัดน้ำมัน ลดมลพิษ แต่อาจจะมองไปที่เรื่องของเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ไฮบริด มากเป็นพิเศษ แต่ มาสด้า ก็พยายามเข้าพบว่าหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจกแจงรายละเอียด และจุดเด่นของเทคโนโลยีเดิมที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ อย่าง สกายแอคทีฟ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันมากขึ้น

ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทย ก็จะมีส่วนร่วมในเทคโนโลยี สกาย แอคทีฟ เช่นกัน นั่นคือการเป็นฐานผลิตเกียร์ สกายไดร์ฟ (skydrive) ที่จังหวัดระยอง ซึ่งมาสด้าได้ลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท สร้างโรงงาน ซึ่งจะเริ่มต้นผลิตในปี 2559 ด้วยกำลังการผลิต 4 แสนลูกต่อปี เพื่อรองรับตลาดในประเทศ และส่งออกให้กับโรงงานมาสด้าทั่วโลก และเป็นโรงงานแห่งที่ 2 ควบคู่ไปกับฐานการผลิตในญี่ปุ่น

ปัจจุบัน มาสด้า มียอดขายรถยนต์ปีละประมาณ 1.2 ล้านคัน ใน 130 ประเทศ ส่วนในอนาคตตั้งเป้าไว้ที่ 1.7 ล้านคัน

++ข้อมูลเพิ่มเติม++

สกายแอคทีฟ จี

เป็นชื่อที่ใช้เรียกเครื่องยนต์เบนซิน ซึ่งจุดเด่นของมันคือ วิศวกรสามารถเพิ่มแรงอัดในกระบอกสูบได้ 14:1 สูงที่สุดในโลก ซึ่งช่วยให้การจุดระเบิดทำได้ดีขึ้น เผาไหม้สะอาดขึ้น ลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลง ลดการปล่อยไอเสีย และมีแรงบิดเพิ่มขึ้น 15%

มาสด้า บอกว่า ปัญหาของการเพิ่มกำลังอัด ก็คือ เครื่องยนต์เกิดอาการน็อค วิธีการแก้ก็คือ ทำให้การฉีดเชื้อเพลิงกระจายในกระบอกสูบมากขึ้น ด้วยการพัฒนาทั้งหัวฉีดของเพียโซ่ และรูปทรงของหัวลูกสูบ เพื่อให้การกระจายของละอองน้ำมันรวดเร็วขึ้น

นอกจากนั้น ยังมีการพัฒนาในด้านระบบไอเสีย ที่เรียกว่า 4-2-1 ซึ่งแตกต่างจากท่อไอเสียทั่วไป ที่มักจะเห็นมีท่อออกมา 4 ท่อ จาก 4 สูบ แล้วมาร่วมเป็นท่อเดียว วิ่งผ่านแคททาลายติก คอนเวอร์เตอร์ ไปออกปลายท่อไอเสีย เป็นลักษณะ 4-1

แต่ระบบท่อของมาสด้า 2 ท่อที่รับไอเสียจากกระบอกสูบ จะร่วมกันเป็น 1 ท่อ เท่ากับว่าจาก 4 จะร่วมเป็น 2 จากนั้น 2 ท่อดังกล่าวจึงค่อยรวมกันเป็น 1 ซึ่งสิ่งที่ได้คือเพิ่มระยะทางของท่อในช่วงที่ออกจากเครื่องยนต์ ช่วยลดปัญหาการไหลย้อนของไอเสียกลับเข้าไปในกระบอกสูบ

สกายแอคทีฟ ดี

ในทางกลับกัน เครื่องยนต์ดีเซลของมาสด้า พัฒนาให้มีกำลังที่ลดลง และทำได้ 14:1 ต่ำที่สุดในโลก ซึ่งมาสด้าบอกว่าช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงลง 20% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ตัวเดิม

วิศวกรมาสด้า พบว่า แรงอัดที่สูงเกินไปในกระบอกสูบ เมื่อฉีดน้ำมันเข้าไป จะทำให้มันจุดระเบิดอย่างรวดเร็วเกือบจะในทันทีที่ฉีด ซึ่งการจุดระเบิดเร็ว ไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องดี เพราะละอองน้ำมัน มีเวลาที่จะผสมกับอากาศที่ส่งผ่านทางวาล์วไอดีเข้าไปน้อย ทำให้การเผาไหม้ไม่หมดจด สิ้นเปลือง เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงไนโตรเจนออกไซด์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ

แต่เมื่อลดกำลังอัดลง อุณหภูมิในกระบอกสูบจะลดลง จึงทำให้ละอองน้ำมันมีเวลาผสมกับอากาศก่อนที่จะเกิดการจุดระเบิด นอกจากนี้มาสด้ายังเพิ่มเทอร์โบแบบ 2 ชั้นเข้าไปช่วยอีกแรง

และในจังหวะจ่ายอากาศของวาล์วไอดี วาล์วไอเสียจะเปิดอยู่เล็กน้อย เพื่อไล่ไอเสียออกไปให้หมด

สกายแอคทีฟ ไดร์ฟ

มาสด้าบอกว่าเกียร์ในปัจจุบัน มีอยู่ 3 แบบหลักคือ แบบดั้งเดิม คือ คอนเวนชั่นนอล แบบแปรผันต่อเนื่อง หรือ ซีวีที และแบบคลัตช์คู่ หรือ ดูอัล คลัตช์ ซึ่งมีจุดเด่นจุดด้อยที่ต่างกันออกไป เช่น แบบดั้งเดิม รอบเครื่องตกเมื่อเปลี่ยนเกียร์ ซีวีที ทำงานได้ดี ประหยัด ในช่วงความเร็วไม่สูง แต่ที่ความเร็วสูงจะสิ้นเปลืองมากกว่า ส่วน ดูอัล คลัตช์ ทำงานที่ความเร็วสูงดี แต่ที่ความเร็วต่ำ ไม่ดี มีอาการสะดุด

มาสด้า เลือกแบบดั้งเดิม มาปรับปรุงใหม่ เช่น ลดความลื่นของคลัตช์ เพื่อให้ถ่ายทอดกำลังจากเครื่องยนต์ได้ดีขึ้น ออกแบบการขับของเกียร์ที่ช่วงกว้างขึ้น โดยบอกว่าเกียร์อัตโนมัติตัวนี้ มีส่วนช่วยลดอัตราสิ้นเปลือง 4-7%