วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยอดผลิตรถดันกำไรยานยนต์พุ่ง27%

โบรกเกอร์ชี้ยอดผลิตรถยนต์โตตามคาด หนุนกำไรกลุ่มยานยนต์ทั้งปีพุ่ง 27% หรืออยู่ที่ระดับ 4.5 พันล้านบาท แต่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงในครึ่งปีหลัง

บล.เกียรตินาคิน วิเคราะห์ว่า คาดยอดผลิตรถยนต์ในงวดครึ่งปีแรกของปีนี้ อยู่ในระดับสูงตามคาด โดยได้ปัจจัยบวกจากการเร่งผลิตรถยนต์เพื่อส่งมอบให้กับผู้จองรถในโครงการรถคันแรก ที่มียอดค้างส่งมอบจากปีที่แล้วจำนวน 5-7 แสนคัน และเดือนมี.ค. เป็นเดือนที่มีจำนวนวันทำงานมาก จึงทำให้ยอดผลิตรถยนต์กลับมาเติบโตได้อย่างโดดเด่น ก่อนที่คาดว่าจะอ่อนตัวลงในเดือน เม.ย. ที่มีวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์

ส่วนเป้าผลิตรถยนต์ปีนี้ตั้งไว้ที่ 2.5-2.6 ล้านคัน สอดคล้องกับเป้าหมายของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ซึ่งยังต้องติดตามแนวโน้มยอดขายรถยนต์ในประเทศต่อไปอีก 1-2 เดือน จึงจะเห็นภาพความต้องการรถยนต์ที่แท้จริง หลังค่ายรถเริ่มทยอยส่งมอบรถตามโครงการนโยบายรถคันแรกจนหมด

"เบื้องต้นคาดว่า ความต้องการรถยนต์งวดครึ่งปีหลังของปีนี้จะได้รับผลกระทบจากการดึงกำลังซื้อจากนโยบายรถคันแรกพอสมควร สังเกตจากยอดจองรถในงานมอเตอร์โชว์ที่ลดลง 28% จากปีที่ผ่านมา ขณะที่การส่งออกที่คาดว่าจะเข้ามาชดเชย มีแนวโน้มถูกกดดันจากแนวโน้มค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น"

ทั้งนี้ยอดผลิตรถยนต์ที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตโดดเด่นช่วงครึ่งปีแรก เป็นปัจจัยบวกต่อระดับราคาหุ้นในกลุ่มยานยนต์ (AUTO) รวมทั้งราคาหุ้นในกลุ่มนี้ ที่อ่อนตัวลงตามภาวะตลาด ทำให้ยังมีความน่าสนใจในการลงทุน จึงให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาด เลือกบริษัท อาปิโก ไฮเทค (AH) และ บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า (STANLY) โดดเด่นสุดในกลุ่ม เนื่องจากมีปัจจัยบวกการเติบโตของผลประกอบการรวม และมีโอกาสได้รับเงินสินไหมประกันภัยน้ำท่วมส่วนที่เหลือจากบริษัทประกันภัยในปีนี้

ด้านบล.เอเซียพลัส ประเมินว่าสัญญาณเชิงบวกของยอดผลิตรถยนต์ในช่วงไตรมาสแรก คาดว่าจะผลักดันให้การดำเนินงานของกลุ่มบริษัทชิ้นส่วนยานยนต์ ภายใต้การดูแลของฝ่ายวิจัยทั้งสิ้น 6 บริษัทขยายตัวไปในทิศทางเดียวกัน โดยเบื้องต้นประเมินกำไรงวดไตรมาสแรกของทุกบริษัท จะขยายตัวต่อเนื่องจากงวดไตรมาสก่อนหน้าที่มีกำไรประมาณ 1 พันล้านบาท

ส่วนทั้งปีนี้กำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มยานยนต์อยู่ที่ 4.58 พันล้านบาท แม้ยังเติบโตดีถึง 27% จากปีก่อนหน้า แต่ความโดดเด่นของผลประกอบการกลุ่มยานยนต์คาดจะเกิดขึ้นในงวดครึ่งปีแรก ก่อนอ่อนตัวลงในงวดครึ่งปีหลัง บวกกับบรรยากาศ การลงทุนที่หมดความร้อนแรง หลังสิ้นสุดแรงกระตุ้นของโครงการรถยนต์คันแรกของภาครัฐ จึงคงแนะนำการลงทุนเท่ากับตลาด เลือก STANLY ,SAT และ AH เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม

บล. เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า บริษัทมีมุมมองเป็นบวก สำหรับกลุ่มยานยนต์ คาดอุตสาหกรรมจะมีจุดสูงสุดในครึ่งปีแรก ส่วนครึ่งปีหลังจะชะลอตัวลงหลังมีการเร่งส่งมอบรถยนต์คันแรก รวมแล้วแนวโน้มปี 2556 ประเมินการผลิตรถยนต์จะมียอดรวม 2.55 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 3.92% เติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงหลังจากปี 2555 เติบโตสูงถึง 68%

สำหรับปี 2557 เราประเมินยอดผลิตรถยนต์ไทยจะยังเติบโตต่ออีกประมาณ 8% สู่ระดับ 2.75 ล้านคัน และเพิ่มขึ้นเป็น 3 ล้านคัน ในปี 2558 หรือ เติบโต 9% โดยได้แรงหนุนจากค่ายรถยนต์ต่างๆ กำลังอยู่ในช่วงขยายโรงงาน เพิ่มกำลังการผลิต รวมถึงมีการย้ายฐานการผลิตเข้ามาไทยมากขึ้น เพื่อเป็นฐานในการส่งออก และ ได้แรงหนุนเพิ่มจากรถอีโค-คาร์ สำหรับหุ้นที่แนะนำให้ซื้อในกลุ่ม คือ AH บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) และ STANLY