วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย เดินหน้าสร้างบุคลากรไทย

สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย มีบทบาทในการให้การสนับสนุนด้านอุตสาหกรรมยานยนต์

โดยเฉพาะในเชิงวิชาการ ข้อมูลข่าวสาร ผ่านรูปแบบของงานวิชการ เอกสาร หรือสัมมนา ระดมความคิดเห็น อย่างเช่นล่าสุดที่เมืองทองธานี ในช่วงเวลาของงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34 สมาคมฯ ได้จัดประชุมวิชาการวิศวกรรมยานยนต์นานาชาติ APAC-17


นายอดิศักดิ์ โรหิตศุน นายกสมาคมฯ กล่าวว่างานดังกล่าวเป็นเวทีให้คนในแวดวงยานยนต์ได้มาพบปะกัน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ ความคิดเห็น ซึ่งปีนี้มีความพิเศษคือ มีคนในวงการยานยนต์ประเทศในกลุ่มเอเชีย แปซิฟิกเข้าร่วม ซึ่งถือว่ามีประโยชน์อย่างมากต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะทำให้รู้ข้อมูลของแต่ละตลาด ทั้งในด้านเทคโนโลยี หรือความต้องการของผู้บริโภค

รวมไปถึงการเจาะลึกลงในเทคโนต่างๆ ที่มีบทบาทมากขึ้น เช่น อี 85 ไฮบริด หรือว่าเซลล์พลังงาน (fuel cell) ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ต่อวิศวกรไทยที่เข้าร่วมงานอย่างมาก
นอกจากนี้ก็ยังรับรู้ถึงความเคลื่อนไหว และแนวคิดในการพัฒนารถยนต์ หรือระบบที่เกี่ยวข้อง เช่น วิศวกร จากญี่ปุ่นที่กำลังศึกษาและออกแบบรถที่จะช่วยให้มีความปลอดภัยในการใช้รถมากขึ้น

"วิศวกรญี่ปุ่นศึกษาพบว่าแม้รถจะมีระบบดีอย่างไร แต่ถ้าหากคนควบคุมมีความผิดพลาด ก็จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นเขาจึงพยายามจะออกแบบรถให้ช่วยลดความผิดพลาดของคนอีกขั้นหนึ่ง โดยระบบก็จะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องระบบการทำงานเช่น เบรก การเปลี่ยนช่องทาง หรือว่าความเร็ว ซึ่งหากพบว่าคนเริ่มหลุดการควบคุม ระบบก็จะต้องเข้ามาทำหน้าที่แทน"

นายอดิศักดิ์กล่าวว่า ประเด็นที่มีการพูดคุยกันมากก็คือ การพยายามศึกษาถึงต้นเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อที่จะสามารถออกแบบอุปกรณ์หรือระบบควบคุมออกมารองรับได้ โดยขณะที่ญี่ปุ่นมีการศึกษาด้วยการนำกล่องดำในรูปแบบเดียวกับที่ใช้ในเครื่องบินมาใช้ โดยทำทั้ง 2 ส่วน คือ กล่องดำของรถยนต์ และกล่องดำของคนขับ เพื่อดูความสัมพันธ์ระหว่างกัน ซึ่งจะทำให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำ

นอกจากเรื่องของความปลอดภัย และการตรวจสอบถึงที่มาแล้ว สิ่งที่สมาคมสนใจและมีการหารือกับวิศวกรจากญี่ปุ่น และจีน ก็คือ เรื่องของรถพลังงานไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันทั้ง 2 ประเทศ มีความก้าวหน้าไปมาก
หนุนไทยพัฒนาอาร์แอนด์ดี

นายอดิศักดิ์ กล่าวว่าสำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปัจจุบันถือว่ามีความแข็งแกร่ง ยอดขาย และการผลิตเติบโตขึ้นมาก ทำให้หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะเกิดปัญหาขาดแคลนบุคลากร แต่ในมุมมองของสมาคมฯ เห็นว่าบุคลากรไม่ใช่เรื่องใหญ่ เนื่องจากปัจจุบันแรงงานไทยถือว่ามีทักษะที่ดี และในอนาคตเชื่อว่าเครื่องจักรจะมีบทบาท ช่วยลดปัญหาขาดแคลนบุคลากรได้มาก

แต่สิ่งที่สมาคมฯ เห็นว่ายังขาด และต้องการผลักดันก็คือ เรื่องของการวิจัยและพัฒนา หรือ อาร์แอนด์ดี เนื่องจากเป็นสิ่งที่จะสามารถนำไปต่อยอดในอนาคตให้กับอุตสาหกรรมได้มาก

"การผลิตอาจถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักรได้ แต่การวิจัยและพัฒนา อย่างไรก็ต้องใช้คน ดังนั้นจึงต้องการให้ผู้ประกอบการเห็นความสำคัญ ซึ่งปัจจุบันค่ายใหญ่ๆ อาจพร้อมสนับสนุน แต่ค่ายเล็กหรือทุนไทยอาจจะยังไม่พร้อม ซึ่งตรงนี้ทางสมาคมฯจะพยายามเข้าไปช่วยเหลือ"
ปูฐานความรู้ความสนใจยานยนต์

ภารกิจอีกสิ่งหนึ่งของสมาคมฯ ก็คือ การพยายามปลูกฝัง ความรู้ ความสนใจในอุตสาหกรรมยานยนต์ให้กับเด็กและเยาวชน โดยดำเนินการ 3 ระดับ คือ

1.ระดับประถมศึกษา จัดกิจกรรมแข่งขันวาดรูป รถยนต์ในฝัน ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดความสนใจแล้ว ยังทำให้รับรู้ถึงความต้องการของเด็ก แม้ว่าสิ่งที่ถ่ายทอดออกมาของเด็กในระดับนี้จะมีจินตนาการมากกว่าโลกความจริงก็ตาม

2.ระดับมัธยมศึกษา จัดกิจกรรมตอบปัญหารถยนต์ ซึ่งเชื่อว่าจะได้ผลอย่างมาก เพราะเยาวชนที่อาจจะไม่มีความรู้ด้านนี้มาก่อน เมื่อต้องการเข้าแข่งขัน ก็จะต้องไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม ช่วยให้มีความรู้ และความสนใจเพิ่มขึ้น

3.ระดับอุดมศึกษา ทั้งมหาวิทยาลัย และอาชีวศึกษา จัดให้มีการแข่งขัน "Student Formula Transfer"
การแข่งขันไม่ได้เป็นเพียงการสร้างรถ แต่แข่งแบบครบวงจร ทั้งการคิดแผนการตลาด จากนั้นออกแบบรถ เพื่อตอบสนองตลาดที่คิดเอาไว้ ดังนั้นการวัดผลจึงมีทั้งเชิงเทคนิค และเชิงตลาด ซึ่งการแข่งขันของกลุ่มนี้จะจัดขึ้น 3 วัน แบ่งเป็น

วันแรก ให้แต่ละทีมนำเสนอแนวคิดการตลาด รวมถึงเป้าหมายการขาย และระบบบัญชี
วันที่ 2 นำเสนอหลักการด้านวิศวกรรม เช่น แนวคิดการออกแบบ การเลือกวัสดุ เทคโนโลยีต่างๆ เช่น การลดน้ำหนัก การลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง โดยจะมีกรรมการทั้งจากภาคอุตสาหกรรม อาจารย์ มาฟัง พร้อมกับให้คำแนะนำในเวลาเดียวกัน และขั้นตอนนี้คู่แข่งก็สามารถเข้ามาร่วมฟังแนวคิดได้

วันที่ 3 จะเป็นการตรวจรถที่สร้างขึ้น เพื่อดูความพร้อม จากนั้นจะมีการทดสอบการขับขี่จริงๆ รวมถึงทดสอบในสถานีพิเศษ คือ ระบบเบรก การขับแบบสลาลม เป็นต้น ก่อนจะมีการประเมินผลและให้คะแนน

"กิจกรรมนี้จะเป็นผลดี และในอนาคตจะแพร่หลายมากขึ้น เมื่อมีนักศึกษาสนใจเข้ามาร่วมกิจกรรม ทำให้เกิดความคิดที่หลากหลาย มีการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ซึ่งจะเป็นการพัฒนาบุคลากรยานยนต์ ที่เราเชื่อว่าสมาคมฯ เดินมาถูกทางแล้ว" นายอดิศักดิ์กล่าว