ยอดขายของรถยนต์ญี่ปุ่นในตลาดจีนไตรมาสแรกของปีนี้ยังไม่ฟื้นตัว จากภาวะซบเซาในปีที่แล้ว
ยอดขายรถยนต์ญี่ปุ่นในจีนช่วงไตรมาสแรกยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ขณะคู่แข่งต่างชาติเริ่มเข้าชิงส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้น คาดยอดขายคู่แข่งในปีนี้ขยายตัวราว 7%
เมื่อวานนี้ (3 เม.ย.)มาสด้า มอเตอร์ คอร์ป เผยว่า ยอดขายรถของบริษัทและหุ้นส่วนในจีน ตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่สุดของโลก ร่วงลง 21.5% ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ ตัวเลขดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า บรรดาบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นยังต้องดิ้นรนอย่างหนักในตลาดจีนต่อไปอีกระยะเวลาหนึ่ง และบรรดาค่ายรถเหล่านี้มองในแง่ดีเกินไปว่าจะยอดขายในตลาดจีนจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
ช่วงต้นสัปดาห์นี้ นิสสัน มอเตอร์ โค เปิดเผยยอดขายในช่วงเวลาเดียวกันร่วงลงไป 15.1% ขณะที่ยอดขายของโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ดิ่งลง 12.7% และยอดขายฮอนด้า มอเตอร์ โคลดลง 5.2%
นายมาซาโตชิ นิชิโมโตะ นักวิเคราะห์จากไอเอชเอส ออโตโมทีฟ กล่าวว่า นอกจากยอดขายของผู้ผลิตรถญี่ปุ่นที่หดตัวลงแล้ว ยอดขายรถโดยรวมในตลาดจีนก็ลดลงประมาณ 10% และคาดการณ์ว่าแนวโน้มตลาดซบเซานี้จะมีต่อจนถึงปีหน้าและปีถัดไป
อย่างไรก็ตาม แม้ยอดขายรถสัญชาติญี่ปุ่น จะปรับตัวดีขึ้นจากเมื่อกันยายนปีที่แล้ว ที่เหตุข้อพิพาทดินแดนระหว่างจีนและญี่ปุ่นได้ปะทุขึ้น ทำให้เกิดการประท้วงสินค้าญี่ปุ่นขึ้นทั่วประเทศจีนและส่งผลให้ยอดขายรถดิ่งฮวบลงถึง 50% บริษัทญี่ปุ่นยังต้องเจอการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากคู่แข่งต่างชาติอย่าง โฟล์คสวาเก้น และ เจนเนอรัล มอเตอร์ส โค (จีเอ็ม)
ข้อมูลของสมาพันธ์ผู้ผลิตรถยนต์แห่งชาติจีน เผยว่า ส่วนแบ่งตลาดของรถโดยสารสัญชาติญี่ปุ่นในจีนตกลงมาอยู่ที่ 12.5% ในปลายเดือนกุมภาพันธ์จากเดิมที่อยู่ที่ 16.4% เมื่อปลายปีที่แล้ว
ผู้ผลิตรถยนต์เยอรมนี ดูเหมือนจะได้ประโยชน์จากความขัดแย้งดังกล่าวมากสุด โดยมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น 19.3% จาก 18.4% ในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วนจีเอ็มมียอดขายเพิ่มขึ้น 9.6% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้านี้





