ความต้องการรถยนต์ในตลาดสหรัฐโดยรวมเฟื่องฟู ส่งผลให้ยอดขายเดือนมี.ค.3 ค่ายรถยนต์รายใหญ่ของสหรัฐ จีเอ็ม ฟอร์ด เและไครส์เลอร์
ออโตดาต้า เผยรายงานล่าสุด ที่แสดงให้เห็นว่า ยอดขายอุตสาหกรรมรถยนต์โดยรวมในเดือนมีนาคม 56 เพิ่มขึ้น 3.4% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว การเติบโตรายปี 15.3% ตามการปรับฤดูกาล แม้จะปรับตัวลงเล็กน้อยจากเดือนกุมภาพันธ์ แต่หมายถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ขณะนี้ไปได้ดีติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 ด้วยยอดขายกว่า 15 ล้านคัน
ผลประกอบการของจีเอ็มในเดือนมีนาคมดีที่สุดตั้งแต่ปี 2550 จากยอดขายเพิ่มขึ้น 6% เป็น 245,950 คัน โดยบริษัทกล่าวว่าเป็นผลจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและรถยนต์รุ่นใหม่ของบริษัท ส่วนไครส์เลอร์เพิ่มขึ้น 5% เป็น 171,606 คัน ยอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมา 36 เดือนเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นยอดขายที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่ธันวาคม 2550 ขณะที่ฟอร์ด เจอกับยอดขายที่ดีที่สุดนับแต่เดือนพฤษภาคม 2550 ที่ 236,160 คัน หรือเพิ่มขึ้น 6%
ยอดขายที่แข็งแกร่งของจีเอ็มและไครส์เลอร์เกิดขึ้นหลังทั้งสองบริษัทปรับโครงสร้างการดำเนินงาน จากวิกฤติการเงินในปี 2551 ที่ทำให้ความต้องการซื้อรถยนต์ลดลงอย่างรวดเร็ว จนรัฐบาลต้องเข้ามาอุ้มจีเอ็มและไครส์เลอร์ไม่ให้ล้มละลาย
รายงานเผยด้วยว่า โฟล์คสวาเก้น ซึ่งขยายตัวอย่างรวดเร็ว เพิ่มขึ้น 3% ที่ 37,704 คัน โตโยต้าเพิ่มขึ้น 1% เป็น 205,342 คัน ฮอนด้าเพิ่ม 7% เป็น 136,038 คัน นิสสันเพิ่ม 1% เป็น 137,726 คัน มีเพียงรถยนต์เกาหลีเท่านั้นที่แตกต่างจากค่ายอื่น ๆ เมื่อยอดขายเกียลดลง 15% เป็น 49,125 คัน ส่วนฮุนไดลดลง 2% เป็น 68,303 คัน
ยอดขายรถยนต์แตกต่างกันไปอย่างมีนัยสำคัญจากเดือนต่อเดือนเป็นผลจากรูปแบบการจับจ่ายแบบดั้งเดิม ยอดขายตามฤดูกาล และกำหนดการเปิดตัวรถยนต์ใหม่ ซึ่งนักวิเคราะห์ได้ให้ความสนใจกับอัตราขายตามการปรับฤดูกาล





