วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยรุ่งทุ่มพันล้านสร้างรง.ใหม่

ไทยรุ่งเตรียมทุ่มงบลงทุน 1 พันล้านบาท สร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ ล่าสุดญี่ปุ่นเจรจาขอร่วมธุรกิจผลิตชิ้นส่วน คาดกลางปีสรุปรูปแบบการลงทุน

นายสมพงษ์ เผอิญโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยรุ่งยูเนียนคาร์ (TRU) กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทมีแผนจะสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ใหม่อีก 1 แห่งโดยอยู่ระหว่างหาเตรียมความพร้อมหาซื้อที่ดินขนาด 70-100 ไร่ โดยหากสร้างเต็มรูปแบบคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1 พันล้านบาท เบื้องต้นอาจใช้เงินลงทุนประมาณ 300 ล้านบาท จากนั้นก็จะทยอยเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตรวม อีกประมาณ 20-25% เนื่องจาก กำลังการผลิตที่ใช้อยู่ปัจจุบันจากโรงงาน 2 แห่ง อยู่ที่ประมาณ 85-90%โดยจะขยายไลน์การผลิตและโรงพ่นสีเพิ่ม ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท สาเหตุที่บริษัทต้องขยายการลงทุนเพราะภาพรวมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ที่เติบโต จากการที่สภาอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่าตัวเลขการผลิตรถยนต์ปีนี้น่าจะอยู่ที่ 2.8 ล้านคัน รวมถึงการที่ทางการจะมีการเปลี่ยนนโยบายการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ทำให้บริษัทเห็นว่า ควรจะต้องเร่งสร้างโรงงานเพิ่มให้ทันก่อนนโยบายใหม่จะประกาศใช้

"กำลังการผลิตปีนี้ที่ใช้อยู่ยังพอรับไว้แต่ถ้าเรามองจากนี้ไปการเติบโตตามอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เติบโตต่อเนื่องไปอีก โดยเฉพาะบริษัทมองว่าการเติบโตน่าจะต่อไปได้อีก 2-3 ปี ดังนั้น บริษัทก็น่าจะโตไม่ต่ำกว่า 15% ต่อปี และทำให้ต้องเริ่มมองหาแผนการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต"นายสมพงษ์กล่าว

เขากล่าวว่าในส่วนของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ต้องมีการขยายธุรกิจเพิ่มเติม โดยขณะนี้มีพันธมิตรญี่ปุ่น 2-3 รายได้เข้ามาเจรจาขอร่วมธุรกิจ และบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาและตกลงว่าจะเข้ามาร่วมธุรกิจกันในรูปแบบใด หรือจะร่วมก่อสร้างโรงงานด้วยกัน คงต้องใช้เวลาและคาดว่าจะสรุปแผนการลงทุนครั้งนี้ภายในกลางปี

สำหรับแผนการเตรียมความพร้อมในด้านการเงินนั้น บริษัทได้วางแผนที่จะกู้เงิน เพื่อนำมาลงทุนเบื้องต้นก่อน จากนั้นจึงจะพิจารณาเรื่องการเพิ่มทุน ซึ่งบริษัทจะนำเรื่องการเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติในการประชุมสามัญประจำปี 2556 ทั้งนี้บริษัทจะขอเพิ่มทุนในจำนวน ไม่เกิน 30%ของทุนชำระแล้ว จำนวน 150.47 ล้านหุ้น โดยเป็นการขอมติไว้ก่อน แต่จะทำหรือไม่ขึ้นอยู่กับโอกาสที่จะได้ขอสรุปในเรื่องการลงทุนต่างๆ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา อย่างไรก็ตาม การเพิ่มทุนในครั้งนี้ เพื่อความคล่องตัวในการระดมทุนเมื่อต้องการใช้เงินทุน

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับหุ้นของบริษัท จึงได้ขอพิจารณาขายหุ้นซื้อคืน กลับเข้าไปในตลาดเพื่อเพิ่มสภาพคล่องของหุ้น โดยจำนวนหุ้นที่บริษัทจะขายออกมาประมาณ 9.2 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.84% และหากคิดจากราคาเฉลี่ยปัจจุบันคาดว่าบริษัทอาจจะมีกำไรจากเงินขายหุ้นประมาณ 70 ล้านบาท ซึ่งเงินส่วนนี้จะนำไปเป็นส่วนเกินที่สามารถนำมาพิจารณาจ่ายปันผลคืนให้กับผู้ถือหุ้นได้ในอนาคต