ฮอนด้าจับมือเนชั่น-ปภ.จัดแคมเปญขับปลอดภัยรถคันแรก รับมือนักขับหน้าใหม่ สร้างความรู้ความเข้าใจ กฎหมาย และวินัยจราจร
โครงการรถคันแรกของรัฐบาลที่ดำเนินการมากว่า 1 ปี มียอดจองกว่า 1.25 ล้านคัน แม้ว่าปัจจุบันจะส่งมอบได้ประมาณ 50% เท่านั้น แต่ในกระแสสังคม รถคันแรกถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาจราจรเพิ่มขึ้น และมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากหลายคนไม่มีประสบการณ์ขับขี่มาก่อน
นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ฮอนด้าเป็นค่ายที่มีรถเข้าร่วมโครงการมากที่สุด 6 รุ่น จึงเห็นว่าควรมีส่วนรับผิดชอบ จึงได้ร่วมมือกับพันธมิตร คือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และบริษัท เนชั่น บรอคแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นบีซี จัดแคมเปญ "ขับขี่ปลอดภัยในรถคันแรกกับฮอนด้า" เพื่่อให้ผู้ใช้รถมือใหม่ ยี่ห้อใดก็ได้สมัครเข้ามาเรียนรู้การขับขี่เชิงป้องกันทั่วประเทศได้ฟรี
"เป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับการทำธุรกิจของฮอนด้าทั่วโลกก็คือ การทำให้เป็นองค์กรที่สังคมต้องการให้อยู่ร่วมด้วย โดยในด้านการขับขี่ ที่ผ่านมาเราตั้งศูนย์ขับขี่ปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนเมื่อ 4 ปีก่อน ถึงวันนี้มีคนเรียนแล้วกว่า 6,000 คน"
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ความปลอดภัยทางถนนเป็นวาระแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรีที่กำหนดให้ปี 2554-2563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน ขณะที่ปัจจุบันสถานการณ์ของไทย กรมอนามัยโลกระบุว่าเป็นประเทศที่มีอุบัติเหตุทางถนนอยู่ในอันดับ 6 ของโลก ต้นเหตุที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่งก็คือ พฤติกรรมการขับขี่ที่ขาดระเบียบวินัย
"คนไทยหลายคนกลัวลำบากมากกว่ากลัวตาย เช่น ไม่ยอมไปกลับรถไกลๆ แต่เลือกกลับในจุดใกล้ๆ ที่มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ เป็นต้น ดังนั้นการปลูกฝังให้คนเรียนรู้วิธีการขับและกฎจราจรที่ถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นจะทำให้พวกเขามีวินัยไปตลอด"
ในส่วนของปภ. พร้อมสนับสนุนโครงการ รวมถึงการให้ใช้พื้นที่ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยเฉลิมพระเกียรติฯ ในจังหวัดต่างๆ เช่น พิษณุโลก ขอนแก่น สงขลา และสุราษฎร์ธานี
นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ เอ็นบีซี กล่าวว่า อุบัติเหตุทางถนนเป็นภัยร้ายแรง ซึ่งความร่วมมือของ 3 ฝ่าย คือ ผู้ผลิต รัฐ และสื่อ จะทำให้การแก้ไขปัญหาได้ผลยิ่งขึ้น โดยในส่วนของ เอ็นบีซี จะมีบทบาทในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร รายละเอียดกิจกรรม เช่น การจัดทำสารคดีสั้น ออกอากาศทางสื่อในเครือ เช่น เนชั่นแชนแนล คมชัดลึกทีวี รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์ จัดทำดีวีดีแจกลูกค้าในโชว์รูมทั่วประเทศ
"สื่อจะทำให้ผู้บริโภครู้ถึงกิจกรรม อีกทั้งคนที่ไม่ได้ไปอบรม การได้ดูสารคดีที่เราผลิตก็จะช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจในการใช้รถใช้ถนนที่ถูกต้องอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ก็ยังเผยแพร่ผ่านทางโซเชียลมีเดีย ทำให้สามารถดูซ้ำได้หลายครั้ง"
สำหรับแคมเปญดังกล่าว จะมีการอบรมด้านการขับขี่เชิงป้องกัน การคาดการณ์ล่วงหน้า การขับรถที่ถูกวิธี กฎหมายและเครื่องหมายจราจร การบำรุงรักษารถยนต์เบื้องต้นการขับประหยัดพลังงาน เป็นต้น





