ปีที่แล้วฮอนด้าเข้าสู่ตลาดไฮบริดอย่างจริงจังในไทยเป็นครั้งแรก ด้วยการเปิดตัว แจ๊ซ ไฮบริด ซึ่งแม้จะไม่ใช่ไฮบริดเต็มรูปแบบ
แต่เป็นระบบที่เรียกว่า IMA หรือ Intregated Motor Assist ทำให้มีอัตราสิ้นเปลืองที่สู้ไฮบริดแบบ ซีรีส์/พาราเรล แต่ก็ประหยัดกว่ารถที่ใช้เครื่องยนต์เพียงอย่างเดียวมาก
และที่สำคัญต้นทุนไม่สูงมากนัก ซึ่งปีที่แล้ว แจ๊ซ ได้ชื่อว่าเป็นไฮบริดราคาต่ำล้านคันแรก ด้วยค่าตัวที่คนทั่วไปจับต้องได้คือ 7.6 แสนบาท
หลักการของ IMA เครื่องยนต์จะทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนและเสริมแรงด้วยพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการออกตัวและเร่งแซง แต่เมื่อขับที่ความเร็วต่ำคงที่ มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว ช่วงลดความเร็วหรือเบรก เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน ระบบจะนำพลังงานที่สูญเสียไปในขณะเบรกชาร์จกลับเข้าแบตเตอรี่
ปลายปีที่แล้ว ฮอนด้าขยายตลาดไฮบริดด้วย ซีอาร์-ซี รถนำเข้า และปีนี้เปิดเกมรุกตั้งแต่ต้นปี ด้วยการเปิดตัว ไอบริดตัวที่ 3 ขยับขึ้นมาเล่นในตลาดคอมแพค คือ ซีวิค ไฮบริด และยังคงยึดแนวคิดเดิม คือ ระบบ IMA ทำให้ราคาอยู่ในเกณฑ์ที่คนทั่วไปตัดสินใจซื้อได้ง่าย คือ 1.035 ล้านบาท และ 1.095 ในรุ่น NAVI ที่ติดตั้งระบบนำทางเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตามแม้จะเป็น IMA แต่ฮอนด้าสร้างจุดแข็งใหม่ขึ้นมา นั่นคือการใช้แบตเตอรี่แบบ ลิเธียม ไอออน เป็นครั้งแรกของฮอนด้า และถือเป็นการผลิตรถไฮบริดที่ใช้แบตเตอรีชนิดนี้ครั้งแรกในไทยลิเธียม ไอออน ดีว่านิเกิล ก็คือมันมีความหนาแน่นของพลังงานที่สูงกว่ากันมากนั่นเอง
และในด้านการตลาด ฮอนด้า สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าด้วยการรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง และรับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี และยังขยายเวลาให้กับ ซีอาร์-ซี และ แจ๊ซ ไฮบริด จาก 5 ปี เป็น 10 ปี เท่ากันอีกด้วย
ซีวิค ไฮบริด ใช้เครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 91 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 132 นิวตันเมตร ที่ 2,800 รอบ/นาที ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 23 แรงม้า ที่ 1,546-3,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 106 นิวตัน-เมตร ที่ 500-1,546 รอบ/นาที
ในส่วนของอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ ก็ใส่มาไม่น้อย เช่น ระบบ ไอเดิล สต็อป ช่วยให้ประหยัดเพิ่มขึ้น หน้าจอแสดงข้อมูลแบบอัจฉริยะ หรือ i-MID ระบบ Eco Assist แนะนำการขับขี่แบบประหยัด ถุงลมคู่หน้า ถุงลมด้านข้างคู่หน้า ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว หรือ วีเอสเอ ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน กล้องมองหลัง รวมถึงการติดตั้งจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็กเพิ่มเติมเข้ามาอีกด้วย
ในยุคที่น้ำมันมีราคาแพง และผู้บริโภคมั่นใจในการใช้งานระบบไฮบริดมากขึ้น เชื่อว่าหลังจากนี้คงจะมีรถรุ่นใหม่ เปิดตัวเพิ่มเติม และคงจะต้องจับตาผู้นำตลาดอย่างโตโยต้า ว่าจะปล่อยให้ซีวิค กินตลาด คอมแพค ไฮบริด ไปอีกนานเท่าไร





