'มาสด้า' เล็ง เจรจาบริษัทแม่พัฒนาเครื่องยนต์ E85 รับโครงสร้างภาษีใหม่ คาดภาพรวมอุตฯรถยนต์ไทยปีนี้อยู่ที่ 1.2-1.3 ล้านคัน
นายโชอิชิ ยูกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทมีความพร้อมที่ผลิตเครื่องยนต์ที่ใช้กับพลังงาน E85 เพื่อรองรับสิทธิประโยชน์จากโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ที่จะประกาศใช้ในปี 2559 โดยพร้อมจะเสนอให้บริษัทแม่ ประเทศญี่ปุ่น วิจัยและพัฒนา คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 ปีจากนี้ เนื่องจากต้องรอดูความชัดเจนนโยบายภาครัฐอีกครั้งว่ามีความยั่งยืนในการสนับสนุนรถยนต์กลุ่มนี้อย่างไร
นอกจากนี้ยังพร้อมที่นำระบบไฮบริดมาพัฒนาร่วมกับเครื่องยนต์เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ที่ประหยัดพลังงานและลดการปล่อยไอเสีย หรือคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งหากมีการใช้ทั้ง 2 ระบบดังกล่าวด้วยกัน จะเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นด้านประหยัดพลังงานมากขึ้น
ด้านแนวโน้มและการทำตลาดปี56 มาสด้าพร้อมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถยนต์ในเซ็กเมนต์ตลาดขนาดใหญ่ ทั้งบีคาร์และปิกอัพ โดยไตรมาสแรกจะเปิดตัวมาสด้า 3 รุ่นเอสคลาส และมาสด้า 2 รุ่นสเปเชียลเวอร์ชั่น เพราะเป็นเซ็กเม้นต์ใหญ่และยังมีความต้องการของลูกค้า รวมถึงรุ่นใหม่ๆ รุ่นพิเศษ รวมถึงเทคโนโลยีใหม่มากขึ้น นอกจากนี้จะขยายศูนย์บริการเพิ่มอีก 20 แห่งทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด จากเดิมที่มีอยู่ 145 แห่ง เป็น 165 แห่งภายในสิ้นปีนี้
จากนโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรก ส่งผลให้ภาพรวมตลาดรถยนต์ในปีที่ผ่านมาทำยอดขายได้ถึง 1.42 ล้านคัน เติบโต 79% เทียบกับปี 2554 ที่ทำยอดขายได้ 7.93 แสนคัน เป็นรถยนต์เซ็กเม้นต์บีคาร์ 4.95 แสนคัน โต 120%, ซีคาร์ 1.17 แสนคัน โต 24%, รถยนต์นั่งขนาดใหญ่ 3.32 หมื่นคัน โต 34%, เอ็มพีวีและเอยูวี 1.11 หมื่นคัน โต 43% ปิกอัพ 5.92 แสนคัน โต 81%, เอสยูวีและพีพีวี 1.76 แสนคัน โต 58%
"ตลาดรถยนต์ไทยปี 56 จะเป็นปีที่มีการแข่งขันดุเดือด แม้ว่าโครงการรถยนต์คันแรกจะสิ้นสุดแล้ว แต่ด้วยปริมาณยอดจองที่มีปริมาณมากจะทำให้ยอดขายช่วงไตรมาส 1 และ 2 ยังมีอัตราสูง เชื่อว่าปีนี้ยังเป็นปีทองของอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยที่จะทำยอดขายได้เกิน 1 ล้านคันอีกปีหนึ่ง หรือราว 1.2-1.3 ล้านคัน" นายยูกิกล่าว
สำหรับของยอดขายรวมของมาสด้าปี55 อยู่ที่ 7.37 หมื่นคัน เติบโต 76% โดยมียอดรอส่งมอบรถยนต์อยู่ที่ 2.15 หมื่นคัน โดยจะทยอยส่งมอบให้ลูกค้าได้ภายใน 2-3 เดือนจากนี้ ด้านเป้ายอดขายรถยนต์มาสด้าปีนี้วางไว้ที่ 8 หมื่นคัน เติบโต 10%
เป็นรถยนต์นั่ง 60% และรถเพื่อการพาณิชย์ 40% มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มจาก 5.2% เป็น 6-7% พร้อมตั้งเป้าหมาย 1 แสนคันภายใน 2-3 ปีจากนี้





