เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยักษ์ใหญ่เยอรมนี ประเมินตลาดรถหรูสหรัฐฯปีนี้สดใส จากการปรับโฉมหลายรุ่น
ผู้ผลิตยานยนต์หรูสัญชาติเยอรมัน ‘เมอร์เซเดส-เบนซ์’ คาดว่าสามารถทำยอดจำหน่ายในประเทศสหรัฐได้สูงเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ โดยสหรัฐ คือ ตลาดสำคัญของบริษัทในปัจจุบัน หลังจากความต้องการในแดนมังกรลดลงอย่างฉับพลัน
บริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ ปรับโฉมรถยนต์หลายรุ่น ซึ่งร่วมถึงรถซีดานยอดนิยมอย่าง ‘เอส-คลาส’ และรถคูเป้ 4 ประตูอย่าง ‘ซีแอลเอ คอมแพ็ค’ โดยทั้งสองรุ่นมีกำหนดการเปิดตัวในช่วงเดือนกันยายนของปีนี้ โดยบริษัท คาดว่า การเปิดตัวรถรุ่นใหม่จะสามารถผลักดันให้ยอดขายปี 2556 สูงเป็นประวัติการณ์ได้
ประธานบริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ประเทศสหรัฐ "สตีเฟน แคนนอน" กล่าวก่อนงานแสดงมหกรรมยานยนต์ในเมืองดีทรอยต์ในสัปดาห์หน้าว่า “แบรนด์ของเรากำลังไปได้สวยในประเทศสหรัฐ เนื่องจากปัญหา ซึ่งเราต้องเผชิญในทวีปยุโรปและประเทศจีนยังคืบคลานมาไม่ถึงสหรัฐ”
ทั้งนี้ นายแคนนอนสามารถผลักดันยอดขายรถในอเมริกาแซงหน้ายอดขายในเยอรมนีได้ ส่งผลให้สหรัฐกลายเป็นตลาดใหญ่ที่สุด ขณะที่ยอดจำหน่ายรถของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในประเทศจีนร่วงลงเกือบ 19% ในเดือนธันวาคม และส่งผลให้ตัวเลขปริมาณรถยนต์ทั้งหมดตลอดปี 2555 หยุดนิ่ง
นายแคนนอน พยากรณ์ว่า ตลาดรถยนต์นั่งของสหรัฐจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2556 โดยยอดการสั่งจองจะเพิ่มขึ้นจาก 14.5 ล้านคันในปี 2555 ไปเป็น 15 - 15.5 ล้านคันในปีนี้
มุมมองแง่บวกของนายแคนนอน อาจจะช่วยให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเดมเลอร์ผ่อนคลายได้ หลังจากเดมเลอร์ต้องต่อสู้กับปัญหาโครงสร้างที่สำคัญในประเทศจีนเช่นกัน ตรงกันข้ามกับแบรนด์ ‘ออดี้’ ของผู้ผลิตยานยนต์สัญชาติเยอรมันอย่างโฟล์คสวาเกน ซึ่งมียอดขายแซงหน้าเมอร์เซเดส-เบนซ์เกือบเท่าตัวในปีที่แล้ว
ยอดจำหน่ายรถยนต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์เพิ่มขึ้น 12% หรือคิดเป็นรถยนต์ราว 274,000 คันเท่านั้นในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้บริษัทสามารถทำยอดขายได้มากกว่าปี 2550 ถึงเกือบ 20,000 คัน แม้ว่ายอดสั่งจองรถยนต์ในตลาดโดยรวมของสหรัฐจะลดลงกว่า 2.5 ล้านคันจากปี 2550 ก็ตาม เนื่องจากสินเชื่อรถยนต์น้อยลงระหว่างช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ
ขณะที่ยอดจำหน่ายของคู่แข่งสำคัญอย่าง ‘บีเอ็มดับเบิลยู’ เพิ่มขึ้นกว่า 13.5% หรือคิดเป็นรถยนต์ราว 281,500 คันในปีที่แล้ว โดยบีเอ็มดับเบิลยูสามารถแซงหน้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ เนื่องจากรถเอสยูวีรุ่น ‘เอ็กซ์ 1 คอมแพค’ ได้รับความนิยม





