วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ปี 70 เจอกัน 'ฟอร์ด' หวนคืนสนามประลองความอึด ‘เลอ มองส์’

ฟอร์ด ลุยพัฒนารถแข่ง ไฮเปอร์ คาร์ เครื่อง V8 หวนคืน "เลอมองส์" (Le Mans) ปี 2570 ทวงความยิ่งใหญ่เมื่อเกือบ 60 ปีก่อน ด้าน เอฟไอเอ (FIA) ระบุยุคทองเอนดูแรนซ์ มาถึงแล้ว

ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ประกาศกลับสู่การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตรายการ “FIA World Endurance Championship”  หรือ FIA WEC ในปี 2570 โดยตั้งเป้าที่จะทวงความยิ่งใหญ่ มนต์ขลังและความสำเร็จของการแข่งรถเมื่อเกือบ 60 ปีก่อนกลับมาอีกครั้ง

ทีมฟอร์ด เรซซิ่ง (Ford Racing) จะเป็นผู้นำทัพในการส่งทีมแข่งโรงงานแบบเต็มรูปแบบเข้าร่วมการแข่งขัน FIA WEC มีเป้าหมายคว้าชัยชนะในรายการแข่งรถทางเรียบที่อึดที่สุด กับการแข่งขัน 24 ชั่วโมง อย่าง เลอมองส์ (Le Mans) กลับมาอีกครั้ง ที่เมืองเลอม็อง ฝรั่งเศส

ทั้งนี้ฟอร์คเคยคว้าชัยชนะ Overall รายการนี้ 4 ปีซ้อน ในช่วงปี 2509 ถึง 2512 ก่อนที่ฟอร์ดจะมุ่งเน้นไปที่การคว้าชัยชนะในแต่ละรุ่น (Class) ตั้งแต่ปี 2559 ด้วยรถ ฟอร์ด จีที ในรุ่น GTLM และล่าสุด ฟอร์ด มัสแตง จีที3 (GT3)

“ฟอร์ดกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการแสดงสมรรถนะรถในสนามแข่งเมื่อเราลงแข่ง เราแข่งเพื่อชนะ และไม่มีสนามแข่งหรือการแข่งขันใดที่มีความหมายต่อประวัติศาสตร์ของแบรนด์เมากไปกว่า เลอมองส์ ซึ่งเป็นสนามที่เราต่อกรกับคู่แข่งในตำนานอย่างเฟอร์รารีและคว้าชัยชนะมาได้ในในช่วงทศวรรศที่ 60"  บิล ฟอร์ด ประธานบริหาร ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าว

บิล ระบุว่าสนามนี้เป็นสนามที่ฟอร์ดกลับมาอีกครั้งใน 50 ปีต่อมา ด้วยการสร้างความตกตะลึงด้วยการเอาชนะเฟอร์รารีได้อีกครั้งในปี 2559 

"ผมตื่นเต้นมากที่เรากำลังจะกลับไปที่ เลอมองส์ และลงแข่งขันในระดับสูงสุดของการแข่งรถเอนดูแรนซ์ เราพร้อมแล้วที่จะท้าทายโลกใบนี้อีกครั้ง และ ลุยไปให้สุด”

ปี 70 เจอกัน 'ฟอร์ด' หวนคืนสนามประลองความอึด ‘เลอ มองส์’

การเตรียมตัวของฟอร์ดในการหวนคืนสนามนี้อีกครั้ง สิ่งสำคัญคือ การสร้างโปรแกรมรถแข่งไฮเปอร์คาร์ (Hypercar) ให้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียง 2 ปี เริ่มจากการออกแบบบนกระดาษจนไปสู่จุดสตาร์ทที่เลอมองส์ ซึ่งฟอร์ดรับุว่าจริง ๆ แล้ว ไม่ว่าจะมองในมุมไหนก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ 

แต่ฟอร์ด เรซซิ่ง มีความเชื่อว่าการทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นจริง คือหนทางเดียวในการพัฒนารถ ซึ่งขณะนี้ฟอร์ดได้เริ่มพัฒนาหัวใจสำคัญของรถแล้วก็คือ “เครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.4 ลิตร”

โดยฟอร์ดเลือกใช้เครื่องยนต์โคโยตี้ (Coyote) เป็นเครื่องยนต์ V8 แบบไม่มีระบบอัดอากาศ ขนาด 5.4 ลิตร

และนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของฟอร์ดที่เครื่องยนต์สำหรับแข่งขันนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นเองทั้งหมดภายในองค์กร โดยทีมงานในเมืองเดียร์บอร์นได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับ เรด บูล ฟอร์ด พาวเวอร์เทรนส์ (Red Bull Ford Powertrains) เพื่อผสานระบบไฟฟ้าแรงสูงเข้ากับขุมพลังสุดดุดันที่ถือกำเนิดจากดีทรอยต์

ปี 70 เจอกัน 'ฟอร์ด' หวนคืนสนามประลองความอึด ‘เลอ มองส์’

แน่นอนความชัดเจนเกี่ยวกับรถและเครื่องยนต์มีแล้ว สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือ นักขับ ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว ซึ่งล่าสุดวันที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา ฟอร์ด เรซซิ่ง ประกาศรายชื่อนักแข่งครบทั้ง 6 คน ลงศึกชิงชัยในคลาสไฮเปอร์คาร์ปี 2570 ได้แก่

  • เซบาสเตียน พรีโอลซ์ นักแข่งผู้มีพรสวรรค์โดยกำเนิด พิสูจน์ความสามารถด้วยการคว้าชัยชนะในรายการ ไอเอ็มเอสเอ (IMSA) ด้วยรถมัสแตง GT3
  • ไมค์ ‘ร็อคกี้’ ร็อคเคนเฟลเลอร์ นักแข่งระดับตำนานที่ผ่านการแข่งขันและคว้าชัยชนะมาแล้วทุกรูปแบบ และยังเป็นผู้ชนะที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในรถมัสแตง GT3
  • โลแกน ซาร์เจียนท์ นักแข่งหน้าใหม่ชาวอเมริกันที่เพิ่งย้ายมาจาก ฟอร์มูล่า 1 ซึ่งจะนำเอาประสบการณ์ด้านแรงกดอากาศ และความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคมาสู่ทีม ซึ่งการมีนักแข่งชาวอเมริกันกลับมาขับให้ฟอร์ดที่เลอม็องอีกครั้ง ถือเป็นการยกย่องตำนานนักแข่งรถชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่อย่าง แดน เกอร์นีย์ และ เอ.เจ. ฟอยต์ ที่เคยคว้าชัยชนะที่เลอม็องให้กับฟอร์ดในปี 2510
  • แมตต์ แคมป์เบลล์ นักแข่งสัญชาติออสเตรเลียน ดีกรีแชมป์จากทั้งรายการไอเอ็มเอสเอ (IMSA) และ FIA WEC ผู้มีชื่อเสียงด้านความแม่นยำและความเร็ว และมีบทบาทสำคัญในการร่วมพัฒนารถ
  • นิค เยลโลลี นักแข่งชาวอังกฤษที่เคยคว้าชัยในคลาส LMP2 ที่เลอมองส์ รวมถึงแชมป์ Nürburgring 24 ชั่วโมง และ Spa 24 ชั่วโมง มีประสบการณ์ในฐานะนักขับทดสอบและพัฒนารถจำลองของทีมฟอร์มูล่า 1 มายาวนาน
  • ทอม บลอมควิสต์ อดีตแชมป์ไอเอ็มเอสเอ (IMSA - DPi) และแชมป์ Overall รายการ Rolex 24 ที่เดย์โทนา 2 สมัย มีประสบการณ์ครอบคลุมทั้งในรถต้นแบบ และรถจีที

มาร์ค รัชบรูค ผู้อำนวยการฟอร์ด เรซซิ่ง กล่าวว่าการร่วมทีมของ 6 นักแข่งที่มีชื่อเสียงทำให้ตอนนี้ฟอร์ดได้ทัพนักแข่งที่สมบูรณ์แบบและพร้อมที่จะเป็นผู้ชนะ

"เราไม่ได้กลับมาลงสนามเลอมองส์ในฐานะผู้เข้าร่วม แต่เรากลับมา เพื่อต่อสู้และคว้าชัยชนะระดับโอเวอร์ออล และรายชื่อนักแข่งชุดนี้คือรากฐานที่สมบูรณ์แบบสู่เป้าหมายนั้น”

ทั้งนี้นักแข่งทั้ง 6 คน จะเริ่มเข้าสู่โปรแกรมการทดสอบบนสนามแข่งจริงตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้ในสนามแข่งต่าง ๆ ทั่วทวีปยุโรป โดยมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ทุกองค์ประกอบของโปรแกรมพัฒนาทีมแข่งนี้ผ่านบททดสอบสุดหฤโหดก่อนลงสมรภูมิจริงในปีหน้า

ปี 70 เจอกัน 'ฟอร์ด' หวนคืนสนามประลองความอึด ‘เลอ มองส์’

ด้านริชาร์ด มิลล์ ประธานคณะกรรมาธิการเอนดูแรนซ์ของเอฟไอเอ (FIA) กล่าวว่า ฟอร์ดและการแข่งรถแบบเอนดูแรนซ์นั้นเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยได้พิสูจน์ให้เห็นมาแล้วหลายครั้ง 

“ฟอร์ดเป็นแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเต็มไปด้วยเรื่องราวน่าภาคภูมิใจในวงการมอเตอร์สปอร์ต และยังเปี่ยมไปด้วยความหลงใหลในการแข่งขันที่ได้รับการปลูกฝังมาจากเฮนรี ฟอร์ด”

มิลล์ กล่าว่า การกลับมาสู่ระดับสูงสุดของการแข่งขันของแบรนด์ฟอร์ด เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าการตั้งกติกาการแข่งรุ่นไฮเปอร์คาร์ใหม่ในปัจจุบันประสบความสำเร็จและน่าดึงดูดใจในการเข้าร่วมลงแข่ง ยุคทองของการแข่งรถเอนดูแรนซ์ได้มาถึงแล้ว” มิลล์กล่าว