Maserati Levante Hybrid ใหญ่แต่คล่อง ขับไกลๆ อัดแรงๆ ไม่เหนื่อย 

Maserati Levante Hybrid ใหญ่แต่คล่อง ขับไกลๆ อัดแรงๆ ไม่เหนื่อย 

มาเซราติ เลอวานเต้ ไฮบริด  (Maserati Levante Hybrid) เป็นไฮบริด รุ่นที่ 2 ที่มาเซราติทำตลาดในประเทศไทย ต่อจาก กิบลี ไฮบริด ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ในปี 2563 และก็ได้รับการตอบรับที่ดีไม่น้อย อย่างไรก็ตาม คำว่าไฮบริดของ มาเซราติ จะแตกต่างจากไฮบริดที่เราเข้าใจกันทั่วไป 

หลังจากจากเปิดตลาด ไฮบริดไป 2 รุ่น แต่จากนี้ไป ตลาดก็คงจะได้เห็น เวอร์ชั่นไฮบริด ตามมาอีกหลายรุ่น ตามแนวนโยบายของ มาเซราติ อิตาลี 

ส่วนที่บอกว่า ไฮบริดของมาเซราติ ไม่เหมือนกับไฮบริดส่วนใหญ่นั้น เป็นเพราะว่ามันไม่มีมอเตอร์ไฟฟ้า แต่มี อีบูสเตอร์ (eBooster) หรือระบบไฟฟ้า BSG (Belt Starter Generator) 48 โวลต์ มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์

พูดง่ายๆ คือมีเทอร์โบที่ควบคุมด้วยสายพานและไฟฟ้า ทำให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การทำงานที่รอบต่ำๆ ไปจนถึงรอบสูงๆ ได้ ทำให้สามารถใช้เทอร์โบขนาดใหญ่ขึ้น โดยไม่เกิดอาการรอรอบ (Turbo Lag) ส่งผลดีต่อความเร็วปลาย

และการที่แม้จะเรียกว่า ไฮบริด แต่การที่ไม่มีมอเตอร์ไฟฟ้ามาช่วยขับเคลื่อน ทำให้ไม่ได้สิทธิ์ภาษีไฮบริดที่จะต่ำกว่าปกติ ราคาค่าตัวของ เลอวานเต้ ไฮบริด (Levante Hybrid) จึงอยู่ที่ 7.99 ล้านบาท 

แนวทางการพัฒนารถที่เรียกว่า ไฮบริด นี้มาเซราติ ไม่ได้เน้นเรื่องของความประหยัด แต่เน้นเรื่องการเพิ่มสมรรถนะ แต่ก็มีผลพลอยได้ในเรื่องของอัตราสิ้นเปลืองรวมถึงการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลงประมาณ 10-15%

โดยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร แบบฉีดตรง เมื่อทำงานกับ อีบูสเตอร์ มาเซราติบอกว่า จะทำให้ลืม ดีเซล 6 สูบ ไปได้เลย โดยให้กำลังสูงสุด 330 แรงม้า ที่ 5,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 2,250 รอบ/นาที ขับเคลื่อน 4 ล้อ ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

Maserati Levante Hybrid ใหญ่แต่คล่อง ขับไกลๆ อัดแรงๆ ไม่เหนื่อย 

แต่การการกระจายแรงบิดไปยังล้อ สามารถส่งไปที่ล้อหลังได้ 100% พูดง่ายๆ คือ ถ้าโดยปกติทั่วไปจะขับด้วยล้อหลังเป็นหลัก แต่สามารถถ่ายทอดไปยังล้ออื่นๆ ได้ตามความเหมาะสมกับสภาพเส้นทาง หรือการเลือกโหมดขับขี่ โดยการกระจายสูงสุดคือ หน้า : หลัง 50:50 

ขณะที่ช่วงล่างแบบถุงลม ปรับรูปแบบตามลักษณะการขับขี่หรือเส้นทางเช่นกัน 

Maserati Levante Hybrid ใหญ่แต่คล่อง ขับไกลๆ อัดแรงๆ ไม่เหนื่อย 

และจากการลองขับ ผมว่า มาเซริติ ไม่ได้พูดเกินจริงครับ การตอบสนองของเครื่องยนต์ช่วยให้ขับได้สนุก การออกตัวทำได้รวดเร็ว การเร่งแซงในเส้นทางแคบๆ  ถนนเล็ก ทำได้รวดเร็ว ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัย

และการไต่ความเร็วขึ้นไปสูงๆ ทำได้ต่อเนื่อง และสิ่งที่ผมชอบคือ ช่วงล่าง ที่จัดการกับเส้นทางแคบๆ โค้งได้ดี อาการของรถเอสยูวีที่มีความสูงของตัวถัง และความสูงใต้ท้องรถ แต่ความรู้สึกในการขับขี่ ไม่ต่างจาก ซีดาน หรือ สปอร์ตดีๆ ตัวถังเตี้ยๆ สักคัน 

ผมชอบจังหวะที่รถเคลื่อนผ่านโค้งต่างๆ ด้วยความเร็ว เรารับรู้ถึงแรง จี พูดง่ายๆ คือ เหมือนว่าความเร็วจะเกินลิมิตไปแล้ว แต่ขณะเดียวกันก็รับรู้ถึงการทำหน้าที่อย่างเต็มที่ของช่วงล่าง ที่ยึดเกาะกับถนนอย่างเหนียวแน่น ไม่มีอาการ โอเวอร์สเตียร์ หรือ อันเดอร์สเตียร์ เกาะถนนได้คม พวงมาลัยน้ำหนักดี และมีแรงหน่วงมือ เหมาะกับคนที่ชอบขับรถแนวสปอร์ต

Maserati Levante Hybrid ใหญ่แต่คล่อง ขับไกลๆ อัดแรงๆ ไม่เหนื่อย 

ซึ่งรวมถึงจังหวะที่ผ่านหลายโค้งต่อเนื่องกัน เป็นการขับแบบเปลี่ยนเลนไปมาอย่างรวดเร็ว ก็ผ่านไปได้สบายๆ  

ขณะที่ความรู้สึกของตัวเรา ผมว่ามันให้ความรู้สึกดี คล้ายๆ กับมีอารมณ์ร่วมกับตัวรถ รถจะไปทางไหนเราก็ไปทางนั้น มันช่วยให้ประเมินเส้นทาง และการควบคุมรถได้เป็นธรรมชาติ

ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการออกแบบรถทั้งเรื่องการกระจายน้ำหนักหน้า/หลัง ได้สมดุล 50/50 และตำแหน่งเบาะนั่งผู้ขับขี่ ถ้ามองด้านข้างๆ ตำแหน่งผู้ขับจะอยู่ประมาณกึ่งกลางของล้อหน้าและล้อหลัง ทำให้รับรู้อาการของรถได้รวดเร็ว 

Maserati Levante Hybrid ใหญ่แต่คล่อง ขับไกลๆ อัดแรงๆ ไม่เหนื่อย 

ในส่วนของช่วงล่างถุงลมของ เลอวานเต้ ไฮบริด ผู้ขับสามารถเลือกปรับระดับความสูงได้ โดยปรับลดได้ 2 ระดับ เพิ่มได้ 2 ระดับ ด้วยปุ่มควบคุมที่คอนโซลกลาง 

เช่น การขับขี่บนทางเรียบหากเลือกโหมดสปอร์ต ความสูงจะลดลง 20 มม. แต่ถ้าเลือก สปอร์ต 2 จะลดลงอีก 15 มม. หรือ เท่ากับ 35 มม. 

หรือถ้าไม่ได้เลือกปรับโหมด แต่ถ้าขับขี่ด้วยความเร็ว ช่วงล่างก็จะปรับให้อัตโนมัติ เพื่อการทรงตัว การยึดเกาะถนนที่ดีที่สุด เช่น ถ้าขับที่ความเร็ว 130 กม./ชม. จะลดคตวามสูงลง 20 มม. ถ้าทะลุ 180 ก็ลดลงอีก 15 มม. แต่ก็อย่าพยายามไปให้ถึงความเร็วนั้นเลยครับ 

ส่วนถ้าจะขับในเส้นทางนอกถนน เจอทางขรุขระ ทางหิน หรือทางเ็นหลุมเป็นร่อง เราสามารถเลือกเพิ่มความสูงได้ด้วยตัวเองจากสวิทช์ควบคุมที่คอนโซลกลาง โดยการเพิ่มความสูงระดับแรก 25 มม. กดเพิ่มอีกครั้ง เพิ่มให้อีก 15 มม. รวมแล้วคือ เพิ่มขึ้น 40 มม. 

Maserati Levante Hybrid ใหญ่แต่คล่อง ขับไกลๆ อัดแรงๆ ไม่เหนื่อย 

และก็ไม่ต้องกังวลว่า ถ้าขับผ่านพ้นเส้นทางนอกถนนแล้ว เมื่อขึ้นทางหลักทางเรียบ แล้วจะลืมปรับระดับความสูงของช่วงล่าง เพราะถ้าหากใช้ความเร็วเพิ่มขึ้น ระบบก็จะปรับระดับควมสูงให้เหมาะสมเอง 

โดยช่วงล่าง ด้านหน้า ดับเบิลวิชโบน เหล็กกันโคลง ด้านหลัง มัลติ ลิงค์ เหล็กกันโคลง 

สำหรับมิติตัวถังของรถ ความยาว 5,005 มม. ความกว้าง 1,981 มม. สูง 1,963 มม. ระยะฐานล้อ 3,004 มม. ความกว้างช่วงล้อหน้า/หลัง 1,631/1,662 มม. น้ำหนักรถ 2,090 กก. ความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร ความจุพื้นที่บรรทุกสัมภาระ 580 ลิตร 

ส่วนภายในห้องโดยสาร กว้างขวาง นั่งสบาย เบาะนั่ง ให้ความรู้สึกแนวลึก คือ นั่งจมลงไปในรถช่วยให้รู้มั่นคง การออกแบบ อุปกรณ์ต่างๆ เน้นให้ดูเรียบๆ ยกเว้นสีเบาะและอุปกรณ์บางส่วนที่ร้อนแรง ด้วยสีแดงเร้าใจ 

Maserati Levante Hybrid ใหญ่แต่คล่อง ขับไกลๆ อัดแรงๆ ไม่เหนื่อย 

ประตูเป็นแบบ ซอฟท์ โคลส หรือประตูแบบดูดปิดให้ ไม่ต้องออกแรง และเป็นบานประตูแบบปิดตัวถัง หากขับลุยทางดินทางโคลน เมื่อก้าวขึ้น-ลง รถ จะไม่เปื้อนขากางเกง 

ส่วนการนั่งในตำแหน่งเบาะหลัง กว้างขวาง นั่งได้สบายครับ 

Maserati Levante Hybrid ใหญ่แต่คล่อง ขับไกลๆ อัดแรงๆ ไม่เหนื่อย 

Maserati Levante Hybrid ใหญ่แต่คล่อง ขับไกลๆ อัดแรงๆ ไม่เหนื่อย 
เมื่อพูดโดยรวมของ เลอวานเต้ ไฮบริด ถ้าพูดถึงเฉพาะเรื่องการขับขี่ในเส้นทางทดสอบนี้ ผมว่า มันเป็นรถที่เหมาะกับการขับขี่เดินทางไกล เส้นทางแบบไหนก็ได้ ทางเรียบ หรือทางเขา ทางโค้ง ที่ขับแล้วไม่เหนื่อย 

ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ผมให้คะแนนเป็นหลักครับ