นิสสัน มอเตอร์ เตรียมเปิดภารกิจ EV เชื่อมขั้วโลก จับมือ คริส แรมซีย์ ขับ นิสสัน อริยะ (Nissan ARIYA) ครอสโอเวอร์ อีวี รุ่นล่าสุด จากขั้วโลกเหนือ สู่ขั้วโลกใต้ ต้นปี 66
ที่โยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น สำนักงานใหญ่ของนิสสัน มอเตอร์ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่น ประกาศความร่วมมือกับ "คริส แรมซีย์" นักผจญภัยชาวอังกฤษ ในกิจผจญภัยด้วยการขับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ EV จากขั้วโลกเหนือ ไปยังขั้วโลกใต้ หรือ Pole to Pole เป็นครั้งแรกของโลก
การผจญภัยระยะทางมากกว่า 27,000 กิโลเมตร ด้วย อีวี รุ่นล่าสุดที่กำลังได้รับความสนใจจากตลาดในขณะนี้ นั่นคือ “นิสสัน อริยะ” (Nissan ARIYA) จะเริ่มต้นขึ้นในเดือนมีนาคม 2566
การผจญภัยครั้งนี้เป็นการเดินทางผ่านหลายภูมิภาคและทวีปต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะมีช่วงอุณหภูมิที่แตกต่างกันตั้งแต่ -30 ไปจนถึง 30 องศาเซลเซียส
ซึ่งแน่นอนเรื่องของอุณหภูมิเป็นอีกหนึ่งคำถามที่เกิดขึ้นกับ อีวี ว่าจะสามารถใช้งานได้ประสิทธิภาพแค่ไหน พลังงานจะหมดเร็วหมดช้ามีผลจากอุณหภูมิมากน้อยต่างกันอย่างไร ซึ่งนิสสัน เชื่อว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นข้อพิสูจน์ประสิทธิภาพของ อีวี อริยะ ได้อย่างดี
ทั้งนี้หากไม่มีใครชิงตัดหน้าเดินทางก่อนเดือนมีนาคมปีหน้า แรมซีย์ จะเป็นมนุษย์คนแรกที่ขับรถยนต์จากขั้วโลกหนึ่งไปอีกขั้วโลกหนึ่ง
โดยแรมซียร์จะเดินทางจากอาร์กติก (Arctic) ผ่านทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ ก่อนที่จะข้ามไปยังทวีปแอนตาร์กติกา (Antarctica)
เส้นทางดังกล่าวถือว่ามีความเป็นที่สุดในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความทรหด ความรุนแรง ความยากลำบาก และมีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
การเดินทางจะเริ่มจากภูมิประเทศที่มีน้ำแข็งปกคลุม การข้ามผ่านเขาสูงชัน การลุยไปในเนินทรายกว้างใหญ่ ภารกิจขั้วโลกเหนือสู่ขั้วโลกใต้
“นิสสันภูมิใจที่ประกาศความร่วมมือกับคริส แรมซีย์ และทีมสำรวจขั้วโลกเหนือสู่ขั้วโลกใต้ โดยนิสสัน อริยะ รถยนต์เอสยูวีครอสโอเวอร์ไฟฟ้า 100% ช่วยให้ไปได้ไกลขึ้น ง่ายขึ้นอย่างสะดวกสบาย” อาซาโกะ โฮชิโน่ รองประธานบริหารและหัวหน้าฝ่ายการตลาดและการขายระดับโลกของนิสสัน กล่าว
ทั้งนี้จุดเด่นสิ่งหนึ่งของ อริยะ กับภารกิจนี้คือ การมีเทคโนโลยีการควบคุมการขับขี่ e-4ORCE ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความเสถียรและการยึดเกาะบนพื้นผิวที่หลากหลาย
ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ นิสสัน เพิ่งเปิดตัวยานสำรวจดวงจันทร์ต้นแบบ ที่เกิดจากการพัฒนาร่วมกับองค์การสำรวจอวกาศแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Aerospace Exploration Agency - JAXA)
โดยนิสสันได้เข้ามาทำงานร่วมกับ JAXA ในการควบคุมการขับขี่ของยาน ที่จะต้องจะต้องตอบสนองลักษณะเฉพาะของภูมิประเท ซึ่งมีพื้นผิวที่เป็นฝุ่นแป้ง ก้อนหิน และผิวที่เป็นลูกคลื่น ซึ่งจุดนี้เองที
เทคโนโลยี e-4ORCE ของนิสสัน เข้าไปมีส่วนร่วม นอกเหนือจากระบบจัดการแบตเตอรี ที่นิสสันมีประสบการณ์มายาวนานกับนิสสัน ลีฟ (NISSAN LEAF)
โฮชิโน่ กล่าวว่าการผจญภัยสุดท้าทายที่จะสร้างความตื่นเต้นให้กับทุกคนนี้ช่วยส่งเสริมวิสัยทัศน์ระยะยาว Nissan Ambition 2030 เพื่อพัฒนาศักยภาพการขับเคลื่อนด้วยการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก โดยวิสัยทัศน์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งมอบรถยนต์และเทคโนโลยีที่ยกระดับการเดินทางและชีวิตผู้คนในสังคม
ทั้งนี้นิสสัน อริยะ e-4ORCE ของแรมซีย์จะได้รับการปรับแต่งเสริมความแข็งแกร่งบึกบึนมากขึ้น เพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่หนาวเหน็บในแถบอาร์กติกและแอนตาร์กติก รวมถึงล้อ ยาง และระบบกันสะเทือนที่อัพเกรดให้เหมาะกับการยึดเกาะบนพื้นผิวที่หลากหลาย
ขณะเดียวกันก็จะมีนิสสัน อริยะ e-4ORCE อีก 1 คัน ที่ไม่มีการปรับแต่งใดๆ ร่วมเดินทางไปสนับสนุนทั่วทวีปอเมริกาอีกด้วย
สำหรับ e-4ORCE เป็นเทคโนโลยีการควบคุมล้อทั้ง 4 ขั้นสูง ที่จัดการการส่งกำลังไปที่ล้อรวมถึงการเบรกได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้การขับขี่มีความราบรื่นและมั่นคง บนพื้นผิวถนนเกือบทุกรูปแบบ รวมทั้งถนนที่เปียกและเต็มไปด้วยหิมะ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีการหรือรูปแบบการขับขี่
สำหรับอริยะ เป็น ครอสโอเวอร์ อีวี มีทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ ระยะทางการใช้งานสูงสุด 610 กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง โดยก่อนหน้านี้ผู้บริหารนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย คนก่อน เคยแสดงความสนใจที่จะนำเข้ามาทำตลาดในไทย อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าจะทำตลาดหรือไม่ แต่ก็ไม่มีการปฏิเสธที่ชัดเจนเช่นกัน
หมายเหตุ
*** ภาพอริยะ ในพื้นที่ขั้วโลก เป็นภาพจำลอง





