อย่ามองข้าม! “โรคตับ” ตรวจเช็คง่ายๆ ด้วยเครื่อง FibroScan

ตับ นับเป็นอวัยวะสำคัญและถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาอวัยวะภายใน อยู่บริเวณชายโครงด้านขวามาถึงลิ้นปี่ ทำหน้าที่หลักในการสร้างน้ำดีเพื่อการช่วยย่อยอาหารประเภทไขมัน และทำลายสารพิษที่เข้าสู่ร่างกาย พร้อมกับช่วยกรองของเสียให้เป็นของดีเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
โรคตับ เป็นโรคที่เกิดจากการที่ตับได้รับบาดเจ็บ หรือมีแผล จนทำให้เกิดพังผืดขึ้นในตับ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง โรคตับมีหลายชนิดและเกิดจากสาเหตุที่ต่างกัน ต้องบอกว่าโรคตับสามารถป้องกันและรักษาได้หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะในภาวะแรกๆ จะไม่แสดงอาการชัดเจน ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มาพบแพทย์ มักอยู่ในระยะที่น่าเป็นห่วงแล้ว
วันนี้เราจะพูดถึง 3 โรคตับที่พบเจอได้บ่อยที่สุด และเมื่อเป็นแล้วจะส่งผลให้ร่างกายส่วนอื่นๆ แย่ไปด้วยทั้งระบบ
- โรคไวรัสตับอักเสบบี
- โรคไขมันพอกตับหรือตับแข็ง
- โรคมะเร็งตับ
โรคไวรัสตับอักเสบบี
โรคไวรัสตับอักเสบบี เป็นหนึ่งในโรคตับที่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสตับอักเสบที่อันตรายต่อตับโดยตรง มีหลายชนิด อาทิ เอ บี ซี ดี อี เหตุผลที่เราให้ความสำคัญกับไวรัสตับอักเสบบีเป็นพิเศษเพราะ เมื่อได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบบีแล้ว ก็มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะตับแข็งซึ่งร้ายแรงจนอาจกลายเป็นมะเร็งตับได้ในที่สุด
เมื่อได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่รู้ตัว ไม่แสดงอาการ ทำให้โรคค่อยๆ ทำลายตับไปอย่างเงียบๆ ในขณะเดียวกันบางคนอาจมีไข้ ปวดเมื่อย เบื่ออาหาร อ่อนเพลียมากกว่าปกติ คลื่นไส้ อาเจียน จุกแน่นใต้ชายโครงฝั่งขวา เมื่อมีอาการผิดปกติมากจนสังเกตุได้ ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรค
สามารถแพร่กระจายได้ผ่านการสัมผัสเลือด การมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งติดต่อได้ง่ายกว่าเชื้อไวรัสอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการสัก เจาะหู หรือฝังเข็ม และในกรณีที่เกิดในผู้หญิงตั้งครรภ์ ก็จะส่งผลต่อทารกที่เกิดมาด้วย ทว่า ในปัจจุบันลดลงมาก เพราะการฉีดวัคซีนให้ทารกที่คลอดมาจะช่วยป้องกันได้เกือบ 100%
โรคไขมันพอกตับ และตับแข็ง
ไขมันพอกตับ หรือไขมันเกาะตับ คือ ภาวะที่เกิดจากการสะสมไขมันในตับมากผิดปกติ เกิดขึ้นได้กับคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับเพศ ปริมาณที่ดื่ม ระยะเวลา จนเกิดภาวะพิษสุราเรื้อรัง ผู้ที่เป็นโรคอ้วน โดยเฉพาะอ้วนแบบลงพุง ผู้ป่วยเบาหวานที่มีน้ำตาลในเลือดสูง รวมถึงผู้ที่มีไขมันไตรกลีเซอไรด์สูงเกินกว่า 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร จนส่งผลให้ไขมันสะสมอยู่ที่ตับมากกว่า 5-10% ของตับ เมื่อไขมันพอกตับเป็นเวลานาน จนเนื้อตับที่ดีเหลือน้อยลง นำไปสู่การเป็นตับแข็งได้ในที่สุด และถ้าปล่อยทิ้งไว้เรื่อยๆ อาจเกิดภาวะตับวายหรือมะเร็งตับได้
เพื่อหลีกเลี่ยงโรคไขมันพอกตับและตับแข็ง ต้องควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ ออกกำลังกายเป็นประจำ เลี่ยงอาหารที่มีไขมันและคาร์โบไฮเดรตจำนวนมาก ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานหรือไขมันในเลือดสูง ต้องปรึกษาแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
โรคมะเร็งตับ
“มะเร็งตับ” พบมากเป็นอับดับ 5 ของมะเร็งทั่วโลก รองจากมะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งกระเพาะอาหาร จากสถิติระบุว่าในกลุ่มโรคมะเร็ง มะเร็งตับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในเพศชายมากเป็นอันดับ 1 และอันดับ 3 ในเพศหญิง เนื่องจากเป็นโรคที่แสดงอาการช้าและลุกลามเร็ว
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดมะเร็งตับแบ่งได้ 2 ปัจจัยคือ เกิดกับตับโดยตรง เช่น ผู้ป่วยเคยเป็นไวรัสตับอักเสบบีหรือซี เป็นพยาธิใบไม้ในตับ การรับสารเคมีต่างๆ เข้าสู่ร่างกายจนเกิดการสะสม หรือการได้รับสารอะฟาทอกซิน อาหารจำพวก ถั่ว ข้าวโพด และอาหารแห้งต่างๆ และอีกปัจจัย การเกิดมะเร็งในอวัยวะอื่นๆ แล้วลามมาที่ตับก็เป็นจุดเริ่มต้นของมะเร็งตับได้เช่นกัน
ในช่วงแรกมะเร็งตับจะไม่แสดงอาการ ยกเว้นผู้ที่เป็นตับแข็งอยู่ก่อน เมื่อมะเร็งเริ่มลุกลามมากขึ้น ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด จะเสียดท้อง หรือปวดชายโครงฝั่งขวา มีไข้ บางคนอาจมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง ท้องบวม และเท้าบวมร่วมด้วย
ทั้ง 3 โรคที่กล่าวมานี้ ไม่ใช่โรคที่จะแสดงอาการทันที ส่วนใหญ่มักเกิดจากการสะสมเป็นเวลานาน การตรวจหาความเสี่ยงจึงสำคัญ กว่าผู้ป่วยจะรู้ตัวหรือตรวจเจออาการผิดปกติ ก็อยู่ในระดับน่าเป็นห่วงแล้ว
ที่ ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลธนบุรี มีวิธีง่ายๆ ในการตรวจสุขภาพตับ ด้วยเครื่องตรวจพังผืด FibroScan ซึ่งเป็นเครื่องที่ทันสมัยที่สุดในเวลานี้ ใช้เพื่อประเมินสภาพความแข็งแรงของเนื้อตับ ทดแทนการเจาะชิ้นเนื้อ สามารถวินิจฉัยโรคตับแข็งได้ตั้งแต่ระยะแรกๆ ปัจจุบันเครื่อง FibroScan ได้ถูกนำมาใช้วิเคราะห์โรคแทรกซ้อนเพื่อติดตามผล โดยไม่สร้างความเจ็บปวดใดๆ กับร่างกาย ลดอัตราการแทรกซ้อนของการเจาะตับ และลดค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาลด้วย
หลักการทำงานของ FibroScan ใช้หลักการส่งสัญญาณคลื่น Shear Wave เข้าไปในเนื้อตับและใช้ Ultrasound Wave ตรวจจับความเร็วของคลื่น Shear Wave ที่กระทบกับเนื้อตับ แล้วประเมินค่าความนิ่มหรือแข็งของเนื้อตับ ถ้าเริ่มแข็ง คลื่นเสียงที่สะท้อนกลับมาจะเดินทางเร็ว ค่าที่ได้จะสูงซึ่งมีหน่วยวัดเป็น kPa (กิโลพาสคาล) วิธีนี้จะไม่เกิดความเจ็บปวดใดๆ ง่าย รวดเร็ว และทราบผลได้ทันที
ดังนั้น ในการตรวจสุขภาพประจำปีครั้งต่อไป อย่าลืมมาตรวจสุขภาพตับด้วยเครื่อง FibroScan ที่โรงพยาบาลธนบุรี เช็คความชัวร์ตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเอง
นอกจากนี้ ทางโรงพยาบาลธนบุรียังมีแพ็กเกจส่องกล้องโรคระบบทางเดินอาหาร เพื่อตรวจหามะเร็งระยะเริ่มต้น หรือหากคุณมีอาการ ท้องผูกสลับท้องเสีย น้ำหนักลด ถ่ายอุจจาระไม่สุด ซีด มีเลือดปนอุจจาระ เบื่ออาหาร มีอาการแน่นท้อง สามารถใช้บริการแพ็กเกจส่องกล้องของศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับได้
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ
ข้อมูลจาก









