เทรนด์ดิจิตอลมาแรง Hands On เผยเด็กไทยสนใจเรียนต่อ Digital Business ที่อังกฤษเพิ่มขึ้น

ปัจจุบัน “อังกฤษ” ยังคงเป็นประเทศเป้าหมายอันดับต้นๆ ที่นักเรียนไทยให้ความสนใจศึกษาต่อ เพราะนอกเหนือจากความแข็งแรงด้านหลักสูตรการเรียนการสอนแล้ว ยังเป็นโอกาสที่ได้ฝึกปรือพูด อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษจากต้นแบบเจ้าของภาษาตัวจริง
ที่สำคัญระบบการเรียนการสอนของอังกฤษนั้น ถือว่ามีความทันสมัย และตอบโจทย์ต่อโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในโลกในยุคการสื่อสารไร้พรมแดน ที่วันนี้ เทคโนโลยีกำลังเข้ามามีบทบาทและเป็นปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนแปลงโลก และยังได้ส่งผลให้เทรนด์การศึกษายิ่งดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกัน
หากถามว่าแนวโน้มการเลือกมหาวิทยาลัยเป็นไง “ยังเหมือนเดิม แต่โฟกัสด้านดิจิตอลมากขึ้น” คำตอบยืนยันโดยคุณ เทพกมนต์ บุนนาค (โทนี่) General Manager จาก Hands On Education Consultants สถาบันแนะแนวเรียนต่อมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร ที่มีประสบการณ์มากกว่า 16 ปี เอ่ยถึงแนวโน้มการศึกษาวันนี้ว่า มีความแตกต่างไปจากหลายสิบปีก่อน โดยแทนที่จะเป็นหลักสูตร MBA หรือบริหารธุรกิจเป็นหลัก ผู้เรียนเริ่มหันมาให้ความสนใจสาขาวิชาด้านดิจิตอลและเทคโนโลยีมากขึ้น
กระแสแนวโน้มดังกล่าว ยังสะท้อนจากการจัดงาน The UK University Interview Day งานแนะแนวศึกษาต่อสำหรับผู้ที่สนใจเรียนปริญญาตรี ปริญญาโท หรือ ปริญญาเอกในปี 2019 และ 2020 ที่สหราชอาณาจักร ที่ทาง Hands On เพิ่งจัดไปเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล
“เทรนด์ปีนี้ตอบรับกระแส Digital Business มาแรง เพราะเป็นสาขาที่มีผู้สนใจมากที่สุดคือ Digital Marketing และ Business Analytics ถ้าเป็นสายธุรกิจ รวมถึงด้าน Social Media ซึ่งมีหลายมหาวิทยาลัยที่เปิดสอน และบางมหาวิทยาลัยที่ชื่อคอร์สอาจเหมือนเดิม แต่เนื้อหาหลักสูตรจะเปลี่ยนไปให้อัพเดทมากขึ้น” คุณเทพกมนต์ตอบอย่างมั่นใจและบอกว่านอกจากนี้ ยังมีผู้สนใจศึกษาต่อด้านวิศวกรรมการเงินและคอมพิวเตอร์เพิ่มจำนวนขึ้น อาทิ Financial engineering, Business Intelligence, Artificial Intelligence, motor sport และ robotic” คุณเทพกมนต์ให้ข้อมูล เพิ่มเอ่ยต่อว่า
สำหรับการเลือกมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยังคงนิยมในมหาวิทยาลัยแถวหน้าที่มีชื่อเสียงเดิม ซึ่งมหาวิทยาลัยยอดนิยมของเด็กไทย 5 อันดับแรกในปีนี้ ได้แก่ (University of Warwick, University of Manchester, Kings College London, Durham University และ Lancaster University)
“แต่ถ้าด้านสายธุรกิจจะมีหลายคนที่ศึกษาข้อมูลมาด้วยตัวเองก่อนแล้ว เขาจะเริ่มมองมหาวิทยาลัยที่กำลังมาแรงโดยดูจาก Ranking เป็นอันดับแรก” เทพกมนต์เสริม
โดยกิจกรรมในงาน นอกจากผู้สนใจยังได้พบและพูดคุยกับตัวแทนมหาวิทยาลัยชั้นนำจากสหราชอาณาจักรโดยตรงแบบตัวต่อตัว ยังสามารถสอบถามข้อมูลขั้นตอนการสมัครเรียนกับเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนต่อสหราชอาณาจักร หรือสมัครเรียนกับมหาวิทยาลัยมากกว่า 50 สถาบันภายในงานได้ทันที อาทิ King’s College London, The University of Warwick, Cardiff University, Durham University , Newcastle University, Queen Mary University of London, University of Bath, University of East Anglia, University of Manchester, University of Reading, University of Surrey เป็นต้น รวมแล้วมากกว่า 70 มหาวิทยาลัย
ผู้สนใจยังสามารถรับคำแนะนำและคำปรึกษาในการเขียน CV และ SoP ฟรีโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ
ส่วนอีกกิจกรรมไฮไลท์ที่จัดขึ้นในปีนี้ คือการทดลองสอบ IELTS 3 ทักษะ (ฟัง-อ่าน-เขียน) โดยทางสถาบันร่วมมือกับ British Council IELTS รวมถึงการจัดกิจกรรม IELTS Mock Test
“กิจกรรมที่เพิ่มในปีนี้ เป็นการ pre test สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวสอบ IELTS ที่อยากจะลองสอบแต่ไม่อยากต้องเสียค่าสอบถึง 8,000-9,000 บาท เพราะยังไม่มั่นใจว่าคะแนนออกมาจะดีหรือเปล่า ก็สามารถมาลองก่อนได้ นอกจากนี้ยังมี IELTS สัมมนา โดยมีอาจารย์ที่เป็น native speaker มาแนะแนวทางให้ฟังว่าควรทำข้อสอบแบบไหนถึงจะได้คะแนนดี”
มาฟังความรู้สึกของหนึ่งในผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้ ฐิตรวลัย เปียทอง จบการศึกษาจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่อยากเปลี่ยนสายวิชาชีพเป็นด้านภาษาโดยตรง และตัดสินใจไปศึกษาต่ออังกฤษ ให้ข้อมูลว่า
“ดูจากความถนัดแล้ว เราน่าจะชอบภาษามากกว่า พอดีเคยไปแลกเปลี่ยนที่น็อตติ้งแฮมมาก่อน เลยอยากกลับไปเรียนต่อที่อังกฤษ เพราะเรามองว่าเป็นประเทศต้นแบบภาษา อีกอย่างเราอยากรู้จักวัฒนธรรม ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสที่เราจะได้เที่ยวรอบๆ ยุโรป เลยเลือกน็อตติ้งแฮมสองที่ เพราะเรารู้สึกคุ้นเคยและมีชื่อเสียง ส่วน เอดินเบิร์ก เป็นเมืองหลวง เราอยากได้ไลฟ์สไตล์แบบนั้น เดอแฮมเป็นมหาวิทยาลัยที่ดี เรามีเพื่อนเป็น house made ตอนที่ไปแลกเปลี่ยนเรียนจบจากที่นี่
ซึ่งพอพูดถึงเรียนต่ออังกฤษ Hands On เป็นเอเจนซี่เดียวและที่แรกที่เรานึกถึง เลยลงมาในวันนี้ เราอยากมาสอบถามพูดคุยกับทางมหาวิทยาลัยที่เราสนใจว่าเรามีโอกาส ในการเรียนไหม และเราต้องเตรียมอย่างไรบ้าง เพราะยังไม่ได้สอบ IELTS อยากรู้ว่าสนามเป็นอย่างไรก่อนจะวันจริงเป็นอย่างไร”
อีกหนึ่งผู้เข้าร่วมงานตั้งแต่ช่วงเช้า พงศ์รพี โพธิรังสิยากร เล่าว่า “ผมเรียนกฏหมายเพิ่งจบมา ตั้งใจจะเรียนต่อกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา พอดีเจอกิจกรรมในเฟสบุ๊คนี้ มองว่ามีประโยชน์มากในด้านการเตรียมตัว เราเองไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน เราอาจหาจากอินเตอร์เน็ต แต่มันไม่เท่ากับการได้มานั่งคุยกับตัวแทนแบบตัวต่อตัว ในงาน ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญโดยตรงแต่ละด้าน เราคิดว่าเราเตรียมดีแล้วนะ แต่ยังมีมุมที่คิดไม่ถึงว่าต้องปรับต้องเพิ่มตรงไหน โดยเฉพาะบรรยากาศการสอบ IELTS ทำให้รู้ว่าเราอยู่จุดไหน ต้องเตรียมแค่ไหน
ผมเลือกไว้สองที่ Queen Mary University of London เพราะเป็นมหาวิทยาลัยเด่นมากทางกฎหมายทรัพย์สินทางปัญหา ขณะที่ Durham University จะเด่นด้านกฎหมายโดยรวม ซึ่งเราไปคุยกับเจ้าหน้าที่แล้ว ได้รับข้อมูลค่อนข้างดีและทำให้รู้ว่าเราต้องทำอย่างไรต่อไป ซึ่งเขาก็แนะนำว่าให้เน้นพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษ เพราะอย่างที่ทราบว่าการเรียนกฎหมายต้องใช้ทักษะภาษาค่อนข้างยากกว่าภาษาทั่วไป ทำให้ ต้องการคะแนน IELTS ที่ค่อนข้างสูง”
ปิดท้ายด้วย หนุ่มสายเอ็นจิเนียร์ ศิวพล ศรีฟ้า ที่เล่าว่ามาสมัครสาขา Artificial Intelligence หรือ AI
“ตั้งใจว่าจะไปเรียนต่อปลายปีนี้ ผมจบด้านวิศวคอมพิวเตอร์มาก่อน ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ตอนแรกเราทำงานด้าน System Engineer มาได้สองปี พอเริ่มรู้ว่าสายงานเราไปได้ทางไหนก็เลยอยากไปศึกษาต่อ คือผมจะมองว่า เรายังอายุไม่ถึง 30 ยังมีความสุขกับการเรียนต่อ ก็เลยหาคอร์สที่เหมาะกับตัวเอง
แต่ผมมีเงื่อนไขตัวเองว่าเราอยากเรียนจบภายใน 1 ปี เลยเลือกอังกฤษเป็นที่แรก เพราะมหาวิทยาลัยอังกฤษติดอันดับโลกทุกมหาวิทยาลัย ซึ่งก่อนหน้านี้ผมมาปรึกษากับทาง hands on อยู่แล้ว เขาแจ้งว่ามีกิจกรรมนี้
สำหรับ Hands On ผมชอบที่พี่ๆ เขามีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เชิงลึก ผมเชื่อว่าที่นี่เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยตรงของอังกฤษมากที่สุดในไทยครับ สามารถให้ข้อมูลได้ว่ามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีจุดเด่นอย่างไร นอกจากนี้ยังแนะนำว่าการใช้ชีวิตในแต่ละเมืองที่เราสนใจเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งเราเองหาข้อมูลจริงๆ คงไมได้ลึกเท่า” ศิวพลกล่าวทิ้งท้าย
สนใจเรียนต่อสหราชอาณาจักร เข้ามาปรึกษากับพี่ๆ Hands On ได้ทุกสาขา (สีลม ชิดลม ปิ่นเกล้า พระรามสองและเชียงใหม่) ให้บริการฟรีทุกขั้นตอน ติดต่อเราได้ที่ www.hands-on.co.th











