จับตาราคาน้ำมัน เข้าสู่ภาวะสูงสุดในรอบปี

จับตาราคาน้ำมัน เข้าสู่ภาวะสูงสุดในรอบปี

ปัจจุบันราคาน้ำมันเฉลี่ยเดือนสิงหาคมเป็นราคาสูงสุดของปีนี้

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ มีทิศทางปรับสูงขึ้นจากการคาดการณ์ ปริมาณน้ำมันดิบในตลาดโลกจะตึงตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 เนื่องจากการปรับลดกำลังผลิตของกลุ่มโอเปก และพันธมิตร นำโดยซาอุดิอาระเบีย ได้ขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันโดยสมัครใจจำนวน 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดือน ส.ค.66 ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือน ก.ย.66 ส่วนรัสเซียประกาศลดการส่งออกน้ำมันจำนวน 0.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ก.ย.66  ขณะที่เศรษฐกิจจีนขยายตัวต่ำกว่าคาดการณ์ทำให้เกิดความกังวลว่าจะกระทบกับความต้องการใช้น้ำมัน ซึ่งจีนเป็นผู้ใช้น้ำมันรายใหญ่อันดับสองของโลก 

กลุ่ม OPEC+ มีมติลดการผลิต 1.66 ล้านบาร์เรลต่อวันตั้งแต่ พ.ค.66 ถึง ธ.ค.66 โดยซาอุดีอาระเบียได้ประกาศลดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบโดยสมัครใจ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่อเนื่องตั้งแต่ ก.ค.66 ถึง ก.ย.66 ซึ่งการผลิตจะอยู่ที่ 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีแนวโน้มที่จะขยายเวลาต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี นอกจากนี้รัสเซียได้ประกาศลดการส่งออกน้ำมันจำนวน 0.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ก.ย. 66 จากที่เคยลด 0.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ส.ค. 66 ขณะที่ EIA คาดการณ์การผลิตน้ำมันของสหรัฐเฉลี่ยปี 66 ที่ 12.8 ล้านบาร์เรลต่อวันซึ่งถือว่ายังน้อยกว่าระดับสูงสุดที่เคยผลิตได้ช่วงก่อนการระบาดของ COVID-19 ซึ่งทำให้แรงกดดันด้านอุปทานจาก Shale oil ของสหรัฐยังอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับรายงาน stock น้ำมันของประเทศสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลง โดยล่าสุดประมาณ 440 ล้านบาร์เรลใกล้เคียงกับระดับต่ำสุด 400 ล้านบาร์เรลในช่วงต้นปี 65 ในส่วนของภาพรวมความต้องการใช้น้ำมันของโลกฟื้นตัวและมากกว่าระดับก่อนการระบาดของ COVID-19 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทำให้คาดการณ์ภาพรวมตลาดน้ำมันตึงตัวในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566 อย่างไรก็ตามปัญหาการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศจีนซึ่งเป็นผู้ใช้น้ำมันรายใหญ่อันดับสองของโลกอาจกระทบกับภาพรวมอุปสงค์ในภูมิภาค โดยล่าสุดรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือน ก.ค. 66 ที่ 49.3 ซึ่งต่ำกว่า 50 แสดงถึงการหดตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ธนาคารจีนล่าสุดลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.15% เหลือ 2.5% เป็นการแสดงความพยายามในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

จับตาการประกาศโควต้าการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปรอบที่ 3 ของจีนซึ่งจะสะท้อนถึงสภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศและจะมีผลต่ออุปสงค์ของน้ำมันในภูมิภาค รวมถึงการขยายเวลาลดกำลังการผลิตของซาอุดิอาระเบียในเดือนตุลาคมโดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีการลดการผลิตต่อเนื่อง นอกจากนี้ช่วงฤดูมรสุมบริเวณมหาสมุทรแอตแลนติก (Atlantic Hurricane Season) ตั้งแต่ 1 มิ.ย.- 30 พ.ย. 66 ส่งผลให้อุปทานน้ำมันในบริเวณอ่าวเม็กซิโก (Gulf of Mexico) อาจชะงักงัน ซึ่งส่งผลบวกต่อราคาน้ำมัน รวมถึงการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ที่อาจส่งผลต่อค่าเงิน USD และการซื้อขายน้ำมันในตลาด Oil Futures