มธ. - กฟผ. จับมือต่อยอด ERC Sandbox

มธ. - กฟผ. จับมือต่อยอด ERC Sandbox ยกระดับสู่นวัตกรรม Smart Energy Solution รองรับเทรนด์ไฟฟ้ายุคใหม่
วิกฤติโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง ส่งผลให้แนวโน้มเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดที่ทันสมัย เพื่อทดแทนพลังงานแบบเดิมกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปัจจุบันการพัฒนาของเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดมีความก้าวล้ำและประสิทธิภาพสูงขึ้น ทำให้หลายหน่วยงานสนใจการลงทุนด้านพลังงานที่มิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop ) เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นอีกหนึ่งสถาบันการศึกษาที่ให้ความสำคัญในการใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน โดยได้มีการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ แต่จากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในจุดต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ทำให้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ในบางช่วงเวลามีมากเกินความต้องการ และไม่สามารถกักเก็บพลังงานส่วนเกินดังกล่าวนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ในปี พ.ศ.2563 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงได้ร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำเทคโนโลยีด้านพลังงานไฟฟ้าเข้ามาแก้ปัญหาข้อจำกัดดังกล่าวภายใต้โครงการ TU EGAT Energy ซึ่งเป็นโครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการด้านพลังงาน (ERC Sandbox) ที่ดำเนินการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ซึ่งไม่เพียงสามารถช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน แต่ยังช่วยให้การวางแผนการบริหารจัดการด้านพลังงานของมหาวิทยาลัยมีประสิทธิภาพและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
การดำเนินโครงการ TU EGAT Energy มีเป้าหมายทดสอบการให้บริการด้านพลังงานทั้งหมด 5 ด้าน ได้แก่ 1) นวัตกรรมการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างกัน (Peer to Peer) 2) นวัตกรรมการซื้อขายไฟฟ้ารูปแบบ Net Metering Net Billing 3) นวัตกรรมระบบบริหารจัดการพลังงานในไมโครกริด (Micro Grid) 4) นวัตกรรมระบบกักเก็บพลังงาน และ 5) นวัตกรรมระบบบริหารจัดการและรวบรวมโหลด (Load Aggregator) โดยนำร่องพื้นที่ทดสอบในโซนอาคารเรียนสังคมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ คณะศิลปะศาสตร์ภาษา คณะเศรษฐศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์ และศูนย์อาหาร ซึ่งเป็นจุดที่มีการใช้ไฟสูงสุดในมหาวิทยาลัย
นายหฤษฎ์ เขาหลวง หัวหน้ากองศึกษาการลงทุน ฝ่ายพัฒนาธุรกิจเกี่ยวเนื่อง กฟผ. เล่าถึงแนวคิดโครงการว่า Smart Energy Solution เป็นบริการแบบ one stop service ที่บูรณาการบริการด้านพลังงานหลายรูปแบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าที่หลากหลาย และพัฒนาระบบการใช้พลังงานให้อัจฉริยะยิ่งขึ้น
สำหรับแต่ละนวัตกรรมที่นำมาใช้มีจุดเด่นในหลายด้านคือ นวัตกรรมแบตเตอรี่ระบบกักเก็บพลังงานสามารถช่วยให้ทางมหาวิทยาลัยสามารถกักเก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้งานเมื่อต้องการได้ ทั้งพลังงานไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ที่เกินความต้องการ และนำพลังงานที่ชาร์จเก็บไว้ในช่วงกลางคืนซึ่งมีค่าไฟฟ้าถูก นำไปจ่ายไฟฟ้าในช่วงกลางวันที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงและค่าไฟฟ้าแพงกว่า
อีกส่วนที่ได้มีการทดสอบคือ นวัตกรรมระบบการซื้อขายพลังงานระหว่างอาคารในกรณีที่บางอาคารติดตั้งโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าความต้องการใช้ก็สามารถขายพลังงานไปให้อาคารอื่นผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ กฟผ. พัฒนาขึ้น อีกทั้งทำให้มหาวิทยาลัยฯ สามารถตรวจสอบค่าไฟฟ้าได้แบบ Real Time ซื้อขายพลังงานไฟฟ้าระหว่างกันในพื้นที่และออกใบเสร็จเมื่อซื้อขายพลังงานสำเร็จ รวมถึงมีระบบรายงานผลการใช้พลังงานไฟฟ้ารายห้อง รายอาคาร และรายกลุ่ม
“ก่อนมีโครงการนี้แม้มหาวิทยาลัยจะมีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปกระจายทั่วมหาวิทยาลัยและจ่ายไฟฟ้ามายังอาคาร แต่จะไม่ทราบว่าในหนึ่งวันพลังงานที่ผลิตมีลักษณะการใช้งานอย่างไร แต่เมื่อติดตั้งนวัตกรรมในโครงการ TU EGAT Energy จะทราบทันทีว่าการใช้พลังงานในปัจจุบันมีรูปแบบใดบ้าง มีการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เท่าไหร่ และสามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากน้อยเพียงใด” นายหฤษฎ์ เขาหลวง กล่าวย้ำ
ด้าน ผศ.ดร.ณัฐพล แสงอรุณ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์รังสิตด้านคุณภาพชีวิต มธ. เปิดเผยว่า จากความร่วมมือระหว่าง มธ. กับ กฟผ. ที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2563 มีผลสำเร็จที่เห็นได้ชัดเจนคือ ช่วยลดต้นทุนและประหยัดพลังงานด้วยระบบการกักเก็บพลังงาน ทำให้ มธ. ศูนย์รังสิต สามารถลดค่าไฟฟ้าเฉลี่ยมากกว่าสี่แสนบาทต่อปี จุดเด่นอีกอย่างของโครงการนี้ คือมหาวิทยาลัยได้เรียนรู้ด้านการจัดการพลังงาน ซึ่งเตรียมต่อยอดจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมด้านการจัดการพลังงาน มู่งสู่การเป็นธรรมศาสตร์ สมาร์ท ซิตี้ ต่อไปในอนาคต
“มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะเป็นต้นแบบให้กับมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีความสนใจในด้านพลังงานหมุนเวียน ซึ่งหากทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่ได้ร่วมโครงการนี้ ก็คงไม่ได้ขยายผลสู่การพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมด้านการจัดการพลังงานของมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ ยังเป็นการตอบโจทย์เชิงนโยบายทั้งระดับองค์กร ระดับชาติ และระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายประหยัดพลังงานของสหประชาชาติ การลดภาวะก๊าชเรือนกระจก ที่สำคัญทุกอย่างที่เราทำ คือการมีส่วนให้สังคมใช้พลังงานสะอาดได้อย่างยั่งยืน มั่นคงต่อไป”
ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดไม่หยุดยั้ง เชื่อได้ว่า ในอนาคตอันใกล้ ทิศทางการใช้พลังงานสะอาดในประเทศไทยจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดทดแทนพลังงานแบบดั้งเดิมในไม่ช้า




