นิยามความงาม ผ่านมุมมอง 'กันตลักษณ์ หงส์ลดารมภ์'

นิยามความงาม ผ่านมุมมอง 'กันตลักษณ์ หงส์ลดารมภ์'

คงไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าจะมีใครที่ได้รับความไว้วางใจให้แต่งบ้านหรูให้ทั้งที่ไม่ได้เรียนจบด้านดีไซน์..

แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะสำหรับผู้หญิงเก่ง กันตลักษณ์ หงส์ลดารมภ์ หรือ 'หญิง'ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความใส่ใจ บวกกับประสบการณ์การเดินทางในโลกกว้าง สามารถเป็นใบเบิกทางสู่อาชีพนักตกแต่งภายในได้

และนั่นจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจอีกต่อไป ถ้าได้รู้ว่า “กันตลักษณ์”  มีตำแหน่งเป็นถึง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เคพีเอ็น แลนด์ จำกัด โดยรับผิดชอบดูแลในเรื่องของดีไซน์ การตกแต่ง ทั้งภายนอก และภายในโครงการ การพัฒนาธุรกิจ รวมถึงการก่อสร้างของโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้ เคพีเอ็น แลนด์ อย่าง เดอะ แคปปิตอล และ เดอะ ดิโพลแมท ตามคำชวนของลูกพี่ลูกน้องหนุ่มๆ ตระกูลณรงค์เดช

"ตอนเรียนจบใหม่ๆ หญิงทำงานเป็นคอนซัลแทนท์ค่ะ แล้วต่อมาทางครอบครัวคุณแม่ คือ พรประภา อยากให้มาช่วยธุรกิจ ก็เลยออกมาทำสยามกอล์ฟคันทรี่คลับ แล้วก็ต่อด้วยโรงแรมทรอปิคาน่า จากนั้น คุณกฤษณ์ คุณณพ คุณกรณ์ (กฤษณ์-ณพ-กรณ์ ณรงค์เดช) ซึ่งสนิทกัน โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ ก็ชวนบอกว่า ให้มาช่วยดูแลด้านดีไซน์ และดีเวลลอปเมนท์ หน่อยได้มั้ย ก็เลยเข้ามาช่วยค่ะ ซึ่งชอบมาก เพราะเดิมที หญิงเคยเปิดบริษัทอินทีเรียของตัวเองอยู่แล้ว เนื่องจากตัวเองเป็นคนชอบแต่งบ้าน แล้วพอเพื่อนๆ เขาเห็นก็เลยบอกให้ไปช่วยแต่งให้บ้าง ทำไปทำมา เลยเปิดเป็นบริษัทเลยค่ะ"

ด้วยความที่ประวัติการศึกษา ทั้งปริญญาตรีและโท เดินหน้ามาสายธุรกิจการเงินโดยตลอด ทำให้ทุกครั้งที่จะไปพิชต์งานลูกค้า เธอจะใช้พอร์ตโฟลิโอผลงานตกแต่งที่ผ่านๆ มาแทนใบปริญญา..ซึ่งได้ผลเสมอ

"ในมุมมองของหญิง การที่ไม่ได้เรียนจบด้านนี้มา กลายเป็นผลดีสำหรับตัวเราเองด้วยซ้ำ เพราะเราไม่มีขีดจำกัดในการทำงาน ไม่ได้มีความคิดว่า อันนี้ คือใช่ หรือ ไม่ใช่ แทนที่จะเป็นข้อจำกัด มันเลยกลายเป็นอะไรที่เรามองได้ 360 องศา เพราะเราไม่ได้มีควาามคิดตั้งต้นว่า ต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ แบบนี้ทำได้ ทำไม่ได้ แล้วพอมันไม่มีข้อจำกัด สิ่งที่เราลองมันก็เลยไม่มีบรรทัดฐานในการที่จะเฟล(หัวเราะ)" เธอเล่าเคล้าเสียงหัวเราะ

เมื่อไม่มีเรื่องของทฤษฎีมากล่าวอ้าง สไตล์การทำงาน    จึงอยู่บนพื้นฐานของความงามตามสัญชาตญาณที่เธอมีและเป็น

โดยเฉพาะถ้าย้อนหลังดูเส้นทางชีวิตของเธอ ที่ถูกส่งไปเรียนที่ออสเตรเลียตั้งแต่ 7 ขวบ จากนั้นกลับมาอยู่เมืองไทยได้ไม่นาน ก็ไปเรียนต่อที่สวิตเซอร์แลนด์ และต่อด้วยอเมริกา สั่งสมเป็นประสบการณ์หลายรูปแบบ ที่ผสมเข้ากันในแบบของเธอเอง

"หญิงจะนิยามตัวเองไว้เสมอว่า.. ตัวเองเหมือนฟรุตสลัด เหมือนชามสลัดที่คุณใส่อะไรลงไปแล้วก็สามารถคลุกเคล้ากันอย่างลงตัวได้รสชาติที่คุณชื่นชอบ งานของหญิงก็จะสะท้อนออกมาแบบนั้น ถามว่า มีแนวอะไรหรือเปล่า ก็ไม่มีค่ะ หญิงค่อนข้างโชคดีที่ลูกค้าเชื่อในตัวเรา แต่บ้านเขาก็คือบ้านเขา มันจะต้องสะท้อนตัวเขา แต่ในแง่ของดีเทลเล็กๆ น้อยๆ เขาจะปล่อยให้เป็นตัวเรา ลูกค้าส่วนใหญ่ เริ่มจากการเป็นลูกค้า แต่สุดท้ายกลายเป็นเพื่อนกันหมดเลย" เธอเล่า

แต่ถึงอย่างไรการตกแต่งบ้านก็เป็นสิ่งท้าทายความสามารถของเธอ เมื่อเธอต้องมารับหน้าที่ดูแลงานดีไซน์ให้กับ เคพีเอ็น แลนด์

"ต้องเข้าใจว่า เวลาเราดีไซน์สำหรับแมส เราจะต้องดีไซน์อะไรที่คนทั่วไปรับได้ แต่ในเวลาเดียวกัน เราสามารถมี Value Added เพิ่มเข้าไป  เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด   ในแง่ของการดีไซน์ ในฐานะที่เรามีประสบการณ์จากการเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งเรามักจะพบเห็นอะไรใหม่ ๆ หรือ การใช้งานที่เราเคยสัมผัสมาแล้ว และเห็นว่าเหมาะสม หรือไม่เหมาะสมก็อยากนำสิ่งที่เรามีเข้ามาช่วยเสริมให้กับลูกค้า  แล้วอีกเรื่องที่หญิงยึดถือมาก คือ ดีไซน์ไม่ควรจะเป็นอะไรที่เป็นเทรนด์ ณ ตอนนี้ มันควรจะเป็นอะไรที่ไกลไปกว่านั้น สมมติว่า วันนี้ หญิงดีไซน์ตึกหนึ่งตึก กว่าที่โครงการจะก่อสร้างเสร็จ อีก 3 หรือ 4 ปี ถ้าเราดีไซน์สำหรับโมเมนต์นี้ อีก 4 ปีข้างหน้าลูกค้าได้รับห้อง มันก็เก่าแล้ว ฉะนั้นเวลาเราดีไซน์อะไร เราต้องมองแบบระยะยาว แล้วเราก็ไม่ได้มองแค่ในวันที่เขารับห้อง หรือบ้าน แต่เราต้องล่วงหน้าไปอีกหลังจากที่เขาอยู่ไป 10 ปี เขาไม่ควรจะรู้สึกว่า.. ตอนนั้นฉันคิดอะไร ทำไมฉันถึงเลือกที่นี้"

นอกจากดีไซน์ที่ต้องมองในระยะยาวแล้ว อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้โดยเด็ดขาด นั่นคือ เรื่องของฟังค์ชั่น ซึ่งเธอบอกว่า ในการทำงานทุกครั้ง จะต้องคิดเรื่องฟังค์ชั่นก่อนเสมอ โดยไม่ว่า พื้นที่จะเล็กจะน้อยแค่ไหน ฟังค์ชั่นต้องได้ การใช้งานต้องได้ ความทนทานของวัสดุต้องได้

"ดีไซน์ของเคพีเอ็น เราจะเลือกสีที่มีความเข้มนิดนึง เลือกสีไม้ที่เข้มหน่อย เลือกสีที่ยังคลาสสิคอยู่ในอีกสิบปีข้างหน้า สิ่งที่เราทำ fitted ให้ เราให้แม้กระทั่งตู้ทีวี ตู้รองเท้า และถึงแม้ว่าจะเป็นฟิกซ์เฟอร์นิเจอร์ เมื่อลูกค้าเข้ามา เขาต้องสามารถแต่งห้องในธีมอะไรก็ได้ ที่เป็นตัวของเขาเอง"

เมื่อถามว่า ดีไซน์มีผลต่อชีวิตเธอมากแค่ไหน.. "มากค่ะ มากๆๆๆ (หัวเราะ) หญิงเป็นคนที่เชื่อว่า โลกเรานี่ก็สวยเนอะ ทุกสิ่งทุกอย่างมันสวยไปหมด แม้กระทั่งขยะยังมีความสวยในแบบของมัน คือ หญิงเป็นคนที่มองทุกอย่างเป็นโอกาส มองดีไซน์เป็นการสร้างสรรค์ เป็นจุดเริ่มต้นของ new moment ไม่ใช่เราคิด่อะไรใหม่นะ แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่เท่านั้นเอง จะเป็นไอเดีย จะเป็นโปรดักส์ หรือจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ มันจะสะท้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วตลอด แต่เราจะทำยังไงให้มันเกิดการรีครีเอทนิวฟิวเจอร์ของเราได้"

ว่าแล้วเธอก็เปรียบเทียบแนวคิดเรื่องการดีไซน์มาสู่ปรัชญาการทำงานในทุกวันนี้ว่า.. เธอต้องการสร้างงานดีไซน์ที่สามารถส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยได้มีประสบการณ์ใหม่ได้ทุกวัน

"ถ้าคนเราสามารถเกิดใหม่ได้ทุกวัน มันน่าจะเป็นความรู้สึกดีๆ นะคะ คุณตื่นเช้ามาทุกวัน แล้วคิดว่า.. วันนี้ก็ไม่แย่นะ นั่นคือสิ่งที่เรามองเห็นจากดีไซน์ ฉะนั้นเมื่อเราใส่ดีไซน์เข้าไปให้ลูกค้า เราอยากให้เขารู้สึกว่า ทุกวันเป็นวันใหม่ เพราะบ้านเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่แค่ผนังสี่ข้าง มันเป็นฟิลลิ่ง มันเป็นเหมือนโฟโต้อัลบั้ม ทุกๆ วันที่เราใช้ชีวิตอยู่ในนั้น มันเป็นประสบการณ์ที่สะสมมา แล้วเรื่องความสวยงาม หรืออะไรที่คนเรียกว่า รสนิยม นั้น เป็นเรื่องความคิดเห็นส่วนบุคคลมากๆ สิ่งที่เรามองว่าสวย คนอื่นอาจไม่ได้เห็นว่าสวย เพราะฉะนั้น เราค่อนข้างระมัดระวังในสิ่งที่คนให้นิยามว่า good taste เราจะหลีกเลี่ยงไม่ใช้คำนี้ เพราะรสนิยมมาจากประสบการณ์ของคน เราไม่สามารถไป inject ประสบการณ์ให้คนอื่นได้ แต่เราทำได้แค่มองว่า วันนี้เราจะจัดหาอะไรที่ช่วยสร้างประสบการณ์ให้เขาได้บ้าง" ผู้บริหารผู้มีใจรักงานดีไซน์ สะท้อนมุมมองเรื่องความงามที่ต้องตอบโจทย์ลูกค้าซึ่งมีความหลากหลายได้ในคราวเดียว

สำหรับตัวเธอแล้ว ประสบการณ์ทำงานตั้งแต่การเป็นบิซิเนสคอนซัลแทนท์จนถึงการเป็นอินทีเรีย ดีไซเนอร์ กระทั่งมาสู่การเป็นผู้บริหารที่ต้องดูทั้งการดีไซน์ การก่อสร้าง และการพัฒนาให้ธุรกิจเติบโต ทั้งหมดที่สั่งสมมา เธอสรุปบทเรียนชีวิตไว้ว่า.. ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด

"สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดจากการเรียนรู้จากการทำงานตลอดเวลาที่ผ่านมา คือ เราต้องคิดเสมอว่า นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เราทำได้ ณ เวลานั้น" กันตลักษณ์กล่าวย้ำ