"พรเพชร" สานสัมพันธ์ "ปธ.สภาเกาหลี" ฟื้นกิจการ ธนาคารเกาหลี-ทหาร-วัคซีน

"พรเพชร" สานสัมพันธ์ "ปธ.สภาเกาหลี" ฟื้นกิจการ ธนาคารเกาหลี-ทหาร-วัคซีน

ประธานวุฒิสภา นำผู้แทนไทย รวมประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา พบ ปธ.รัฐสภาเกาหลี ย้ำสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ด้าน "เกาหลี" ขอให้ช่วยฟื้นกิจการธ.เกาหลีในประเทศไทย ความสัมพันธ์ทางทหาร และผลิตวัคซีน

          นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา นำคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ประกอบด้วย นายไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ ส.ว. ,  น.ส.เพชรดาว  โต๊ะมีนา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยย  และนายอนุศาสน์  สุวรรณมงคล ส.ว. เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ 144 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง  ศูนย์การประชุมนานาชาติบาหลี (Bali International Convention Centre : BICC) เขตนูซาดัว จังหวัดบาหลี สาธารณรัฐอินโดนีเซีย  ระหว่างวันที่ 20 - 24 มีนาคม 

 

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในภารกิจดังกล่าว มีรายละเอียดที่สุดได้ในประเด็นสำคัญ คือ  การพบปะหารือทวิภาคีกับนายพัก บยอง ซอก  ประธานรัฐสภาสาธารณรัฐเกาหลี  ซึ่งตัวแทนทั้ง 2 ฝ่าย หารือแลกเปลี่ยนกันในประเด็นความสัมพันธ์ ในปัจจุบันทั้งสองฝ่ายต่างมีทูตคอยเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของไทยและเกาหลี อาทิ ความสัมพันธ์ในด้านกีฬา ผ่าน โค้ชเช หรือ นายชัชชัย ชเว หรือเดิมชื่อ ชเว ย็อง-ซ็อก หัวหน้าผู้ฝึกสอนนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย และในด้านวัฒนธรรมผ่านอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ผ่าน น.ส.ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า ศิลปินชาวไทย สังกัดวงเกิร์ลกรุ๊ปBlackpink

 

            โดยการหารือ ประธานรัฐสภาสาธารณรัฐเกาหลีได้ขอให้ฝ่ายไทยได้พิจารณาสานต่อประเด็นความร่วมมือ รวม 3 ประเด็น ได้แก่ การฟื้นฟูกิจการของธนาคารและสถาบันการเงินสัญชาติเกาหลีในประเทศไทย หลังจากปิดตัวลงในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ความร่วมมือด้านการทหารและการป้องกันประเทศ และความร่วมมือด้านชีวเวชศาสตร์  ในโครงการพัฒนาและผลิตวัคซีนร่วมระหว่างเกาหลีใต้และไทย 

         สำหรับการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภาแบบเต็มคณะ มีวาระสำคัญคือการอภิปรายร่างข้อมติวาระเร่งด่วน หัวข้อ "Peaceful resolution of the war in Ukraine, respecting international law, the Charter of the United Nations and territorial integrity" ที่เสนอโดยนิวซีแลนด์และผ่านมติเห็นชอบของที่ประชุมสมัชชา 

          นอกจากนั้นมีการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญสหภาพรัฐสภาว่าด้วยสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ ซึ่งนายอนุศาสน์ ฐานะผู้แทนรัฐสภาไทย ได้ร่วมในการลงมติแก้ไขร่างข้อมติและชี้แจงเหตุผลประกอบข้อเสนอแก้ไขร่างข้อมติ หัวข้อ “Rethinking and reframing the approach to peace processes with a view to fostering lasting peace” ซึ่งได้รับการรับรองให้ผ่านในชั้นของการยกร่าง 

             ขณะที่การประชุมคณะกรรมาธิการสามัญสหภาพรัฐสภาว่าด้วยประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ซึ่งนายไกรสิทธิ์ ฐานะผู้แทนรัฐสภาไทยเข้าร่วมการประชุมฯ ซึ่งมีวาระการอภิปรายเพื่อเตรียมการยกร่างข้อมติของคณะกรรมาธิการสามัญฯ สำหรับการประชุมสมัชชาในครั้งถัดไป ในหัวข้อ "Parliamentary impetus to local and regional development of countries with high levels of international migration and to stopping all forms, including state-sponsored, of human-trafficking and human rights abuses" ซึ่งผู้แทนจากรัฐสภาประเทศสมาชิกได้ร่วมกันอภิปรายถึงบทบาทของรัฐสภาเพื่อมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศ และปัญหาการค้ามนุษย์ข้ามชาติผ่านเครื่องมือของฝ่ายนิติบัญญัติในการออกกฎหมายที่คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และกำกับตรวจสอบการดำเนินการของฝ่ายบริหาร ให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่าประเทศตามความตกลง Global Compact for Safe, Orderly and Regular Migration (GCM) ของสหประชาชาติ 

          ขณะที่ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การเสริมสร้างความมั่นคงด้านสาธารณสุขในยุค COVID-19 จัดโดย IPU ร่วมกับองค์การอนามัยโลก โดย น.ส.เพชรดาว  กล่าวต่อที่ประชุมโดยเน้นย้ำความรับผิดชอบร่วมกันของระบบสาธารณสุขซึ่งต้องมีการส่งเสริมความร่วมมือและบูรณาการกับทุกภาคส่วนในโครงการนำร่องการทบทวนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและความมั่นคงทางสุขภาพด้านการเตรียมความพร้อมและการตอบสนองต่อวิกฤตหรือภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข หรือ UHPR ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสามประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่นำร่องดำเนินการในเรื่องนี้ ซึ่งได้เตรียมการหารือร่วมกับองค์การอนามัยโลกตั้งแต่ปี 2564 เพื่อเตรียมการนำ UHPR ไปปฏิบัติ โดยหวังที่จะรับฟังประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีจากนานาประเทศด้วย ทั้งนี้ เห็นว่าคู่มือสำหรับสมาชิกรัฐสภาที่ได้รับการนำเสนอในการประชุมครั้งนี้มีประโยชน์อย่างมากและจะได้นำเสนอต่อรัฐสภาเพื่อผลักดันการออกกฎหมายและการดำเนินการด้านนิติบัญญัติที่เกี่ยวข้องต่อไป 

          \"พรเพชร\" สานสัมพันธ์ \"ปธ.สภาเกาหลี\" ฟื้นกิจการ ธนาคารเกาหลี-ทหาร-วัคซีน

 

        ขณะที่ การอภิปราย เรื่อง ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการต่อต้านคอร์รัปชันและมาตรการติดตามทรัพย์สินคืน โดยนายอนุศาสน์  ฐานะผู้แทนรัฐสภาไทยได้เข้าร่วมรับฟังการอภิปรายดังกล่าว ซึ่งเน้นไปที่การต่อต้านการคอร์รัปชันผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของเครือข่ายสมาชิกรัฐสภาในกรอบความร่วมมือ “องค์การสมาชิกรัฐสภานานาชาติเพื่อการต่อต้านการทุจริต (Global Organization of Parliamentarians Against Corruption - GOPAC)” ทั้งนี้ GOPAC จะใช้ประโยชน์จากบทบาทความร่วมมือของภาครัฐสภาเพื่อต่อยอดขยายผลไปสู่การพัฒนานโยบาย การปฏิรูปกรอบกฎหมายและการนำความคิดริเริ่มว่าด้วยการต่อต้านการคอร์รัปชันไปปฏิบัติให้เกิดผลในทุกระดับ.