“เสรี มีไว้ลุย” โหนขบวน ปชต. รัฐบาลใหม่ มี“ตู่ใหญ่” ต้องไม่มี“ตู่เล็ก”

“เสรี มีไว้ลุย” โหนขบวน ปชต.  รัฐบาลใหม่ มี“ตู่ใหญ่” ต้องไม่มี“ตู่เล็ก”

อย่าแลนด์สไดล์ จนลืม "เสรีพิศุทธ์" โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง แคมเปญ "เสรี มีไว้ลุย" หวังส่ง "ตู่ใหญ่-เสรีพิศุทธ์" กลับเข้าสภาไปบู๊กับ "ตู่เล็ก-พล.อ.ประยุทธ์" อีกครั้ง

การเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม พรรคเล็กที่เคยได้ ส.ส.เข้าสภาฯ ปี 2562 ไม่ยอมแพ้กับกติกาเลือกตั้งที่เปลี่ยนไป หลายพรรคยังคงส่งตัวแทนลงชิงเก้าอี้ ส.ส. ประกอบด้วย พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรครวมพลัง รวมถึงพรรคปัดเศษ อย่าง พรรคพลังธรรมใหม่ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคประชาธิปไตยใหม่ และพรรคไทยศรีวิไลย์

 

โดยคาดหวังว่าจะได้ “ส.ส.” เข้าสภาฯ แม้ว่า โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง โฟกัสการเมืองจะจับไปที่ “ผู้ชนะ” และผู้สมัคร ส.ส. - พรรคใหญ่ เป็น “ม้าในสายตา”

 

ทว่า คนที่มีดีกรี เป็นถึง “อดีต ส.ส.” มีศักดิ์ศรีค้ำคอ แม้กระแสจะแรงไม่เท่า แต่พร้อมลุย

 

ล่าสุด "พรรคเสรีรวมไทย" ของ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” ประกาศแคมเปญ และกลยุทธ์ชิงคะแนนเลือกตั้ง “ศึก 9 ทัพ 9 ขุนพล 9 เส้นทาง" เริ่มในช่วงวันหยุดยาว 4-6 พ.ค. จัดตั้ง 9 ขุนพล เคลื่อน 9 ทัพไปเคาะประตูบ้าน ประกอบด้วย

  • ทัพที่ 1 สาย กทม. นำโดย นภาพร เพ็ชรจินดา รองหัวหน้าพรรค
  • ทัพที่ 2 สาย ลพบุรี นำโดย วิรัตน์ วรศสิริน เลขาธิการพรรค
  • ทัพที่ 3 สาย สุพรรณบุรี นำโดย นิมิต จันทน์วิมล
  • ทัพที่ 4 สาย เชียงใหม่ นำโดย พล.ต.ท. วิศณุ ม่วงแพรศรี
  • ทัพที่ 5 สายพิษณุโลก นำโดย พล.ต.ต. นฤชา สุวรรณลาภา
  • ทัพที่ 6 สาย อีสานเหนือ เดินสาย 7 จังหวัด นำโดย มังกร ยนต์ตระกูล
  • ทัพที่ 7 สาย อีสานใต้ เดินสาย 5 จังหวัด นำโดย สมศักดิ์ ราชเจริญ
  • ทัพที่ 8 สาย ภูเก็ต นำโดย ศุภชัย นาคสุวรรณ์
  • ทัพที่ 9 : ทัพหลวง เดินสายตะวันออก 3 จังหวัด ระยอง จันทบุรี และ ตราด นำโดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์

เป้าหมาย คือ ขอคะแนนให้ “พรรคเสรีรวมไทย” ส่ง บิ๊กตู่ใหญ่ “เสรีพิศุทธ์” กลับไปทำงานใน “สภา” อีกครั้ง

“เสรี มีไว้ลุย” โหนขบวน ปชต.  รัฐบาลใหม่ มี“ตู่ใหญ่” ต้องไม่มี“ตู่เล็ก”

โดยเจ้าตัวประกาศจุดยืน สอดคล้องไปกับขั้วเดียวกันว่า “รัฐบาลใหม่ ถ้ามีตู่ใหญ่ ต้องไม่มีตู่เล็ก”

 

สำหรับวันแรก ของกิจกรรม “ศึก 9 ทัพ” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ลุยหาเสียงที่ตลาดเทศบาล อ.เมือง จ.ตราด ย้ำสโลแกน “เสรี มีไว้ลุย” พร้อมกับขอโอกาส พลังเงียบและฝ่ายประชาธิปไตย แบ่งใจมาเลือกพรรคเสรีรวมไทยให้มากขึ้นด้วย เพื่อความไม่ประมาท

 

“เพราะถึงแม้ขั้วประชาธิปไตย มีแนวโน้มแลนด์สไลด์ ชนะพรรคฝ่ายอนุรักษนิยม แต่อย่ามัวแต่แลนด์สไลด์กันเพลิน จนลืมพรรคเสรีรวมไทย เพราะในสภา หรือรัฐบาลจะขาดคนชื่อเสรีพิศุทธ์ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นใครจะกล้าจัดการกับคนทุจริตคิดมิชอบต่อบ้านเมืองใครจะกล้าปราบปรามยาเสพติดแบบถึงลูกถึงคน หรือใครจะกล้าปฎิรูปตำรวจแบบคนรู้จริง ถ้าไม่ใช่เสรีมีไว้ลุยคนนี้” อดีตวีรบุรุษนาแก ขอโอกาสแฟนคลับ

“เสรี มีไว้ลุย” โหนขบวน ปชต.  รัฐบาลใหม่ มี“ตู่ใหญ่” ต้องไม่มี“ตู่เล็ก”

ขณะเดียวกัน พรรคยังได้ส่งป้ายหาเสียง “เสรี มีไว้ลุย” เพื่อสู้กับกระแสพรรคใหญ่ และเกมหาเสียงที่ปลุกเลือกแบบยุทธศาสตร์ เพื่อให้เชื่อว่า “เลือกพรรคเล็กเสียของ" เพราะไม่มีทางรวมเสียงจนชนะได้เป็น ส.ส.

 

ต่อเรื่องนี้ “วิรัตน์ วรศสิริน” เลขาธิการพรรคเสรีรวมไทย คนใกล้ชิดของ “เสรีพิศุทธ์” สะท้อนปัญหา ต้นตอกติกาเปลี่ยน เอื้อพรรคใหญ่ จนพรรคเล็กแทบไม่มีที่ยืน จึงเป็นเหตุให้ต้องปรับยุทธศาสตร์ เจาะเฉพาะพื้นที่

 

“ผมลงพื้นที่ไปพบประชาชนหลายพื้นที่ เขาบอกว่าหากเลือก ผู้สมัครส.ส.เขตของเสรีรวมไทย กลัวจะเสียของ เสียคะแนนของเขา และบอกว่าจะเลือกขั้วที่ชนะ ซึ่งเป็นพรรคใหญ่ที่อยู่ในกระแส ดังนั้นผมจึงไปบอกเขาว่า งั้นขอคะแนนให้พรรค กาเบอร์ 25 พรรคเสรีรวมไทย เพื่อให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และทีมงาน ได้เข้าไปทำงานในสภาอีกครั้ง การเดินสายของคะแนนครั้งนี้จะไม่หว่านไป 400 เขต แต่จะเน้นและเลือกพื้นที่” วิรัตน์ ระบุ

“เสรี มีไว้ลุย” โหนขบวน ปชต.  รัฐบาลใหม่ มี“ตู่ใหญ่” ต้องไม่มี“ตู่เล็ก”

 “วิรัตน์” ไม่ปฏิเสธ ที่แคมเปญหาเสียงโค้งสุดท้าย แม้จะใช้ ขุนพลและทีมงานกระจายหาเสียงในจังหวัดและพื้นที่เป้าหมาย ก็เพื่อเน้นย้ำขอคะแนนให้ “ป๊าเสรี” ขณะที่ผู้สมัครส.ส.ในพื้นที่ ที่ไม่มีแกนนำเดินสาย ต้องขยันลงพื้นที่ เพื่อช่วยหาคะแนนให้พรรค

 

นอกจากนั้น ในเชิงกลยุทธ์ ที่ใช้ป้ายหาเสียง “เสรี มีไว้ลุย” เพื่อชูจุดขายของ “หัวหน้าพรรค” โดยเฉพาะ “ลุยกับเผด็จการ-คอร์รัปชัน-ความไม่ยุติธรรม” ที่เป็นคนจริง คนทำงาน

 

“พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” อธิบายแคมเปญหาเสียงโค้งสุดท้าย “เสรี มีไว้ลุย” ว่า เป็นการสะท้อนบุคลิกและตัวตนของเขา ที่เป็นคนจริง พูดจริง ทำจริง และลุยแก้ปัญหาทุกด้านที่สะสม ตั้งแต่รับราชการ จนถึงเป็น ส.ส.เมื่อสมัยที่ผ่านมา ขณะเดียวกันการขยายฐานพรรค มีสมาชิกทั่วประเทศ จึงเชื่อมั่นว่าจะมีหู มีตา ส่งต่อความเดือดร้อน ประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การแก้ไข

 

แม้ “ป๊าเสรีฯ” จะลงพื้นที่อย่างหนัก และขอคะแนนให้พรรคเสรีรวมไทย ทั้งผู้สมัครแบบเขต และปาร์ตี้ลิสต์ แต่โอกาสที่ “ผู้สมัครเขต” จะคว้าชัยชนะมีน้อย โดย “วิรัตน์” ประเมินเชิงพื้นที่ว่า เขตไหนที่ตัวบุคคลของพรรคมีโอกาสจะได้รับเลือก พบว่าผู้สมัครพรรคอื่นใช้อัดเงินๆ เพื่อเอาชนะให้ได้ ส่วนพรรคเสรีรวมไทยไม่มีกระสุน ดังนั้นโอกาสของเราจึงน้อย แต่สิ่งที่เราจะได้ส.ส.เข้าสภาฯ คือการชูคนทำงาน ชูหัวหน้าพรรค ฐานะแคนดิเดตนายกฯ แม้เราจะได้ส.ส.น้อยแต่ไม่ใช่ว่า เราจะหมดโอกาสที่หัวหน้าพรรคจะได้เป็นนายกฯ

 

ขณะที่ตัวเลขเป้าหมาย “วิรัตน์” ประเมินว่า ตามกติกาการเมืองเปลี่ยน ที่สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องมีฐานขั้นต่ำ 3.7 แสนคะแนน กับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน ดังนั้นคะแนนนิยมของ “เสรีพิศุทธ์” ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เชื่อว่าจะได้ไม่ต่ำกว่า 1.9 ล้านคะแนน ซึ่งคิดเป็นเท่าตัวของการเลือกตั้งปี 2562 เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีอิสระในการเลือกมากขึ้น ดังนั้น พรรคเสรีรวมไทยจึงมั่นใจจะมีส.ส.เข้าสภาฯ

“เสรี มีไว้ลุย” โหนขบวน ปชต.  รัฐบาลใหม่ มี“ตู่ใหญ่” ต้องไม่มี“ตู่เล็ก”

ทว่า กระแสการเมืองโค้งสุดท้าย คนยังพูดถึง “คืนหมาหอน” ที่กระแสของเงิน มาแรงกว่ากระแสบุคคลหรือกระแสพรรค “วิรัตน์” บอกว่า มีหลายพรรคบอกให้รับเงินไปเลย แล้วเลือกอีกพรรค คือ รับเงินหมา กาอีกพรรค แต่ผมไม่อยากให้ทำแบบนั้น เพราะคือการทำลายระบอบประชาธิปไตบ หากเป็นไปได้อยากให้ประชาชนพิจารณาผู้สมัครส.ส. จากคนที่เป็นคนทำงาน พิจารณาผลงานที่ผ่านมา มากกว่า คำโฆษณาช่วงเลือกตั้ง

 

“หากประชาชนเลือก ผู้นำที่ดี ประเทศก็จะดี หากเลือกผู้นำที่ไม่ดี อาจได้ความไม่ดี เหมือนกับ หัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก ดังนั้น อย่าเชื่อเฉพาะตอนที่เขามาโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง เพราะอาจแก้ปัญหาไม่ได้ ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ ผมขอให้ใช้ความกล้าหาญ” วิรัตน์ ทิ้งท้าย

“เสรี มีไว้ลุย” โหนขบวน ปชต.  รัฐบาลใหม่ มี“ตู่ใหญ่” ต้องไม่มี“ตู่เล็ก”

หลังจบกิจกรรมเดินสายไปตามจังหวัดต่างๆ พรรคเสรีรวมไทยจะปิดท้ายด้วยเวทีใหญ่ใน กทม. 11 พฤษภาคม ที่ลานคนเมือง เพื่อขอโอกาสและสื่อสารกับสังคมว่า

การเมืองไทย จำเป็นต้องมี “เสรีรวมไทย” เอาไว้ลุย.