พม.แถลงเตรียมรองรับการลงทะเบียนผู้มีสิทธิ์รับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด

18 เมษายน 2562
2,260

พม.แถลงเตรียมรองรับการลงทะเบียนผู้มีสิทธิ์รับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด

วันนี้ (18 เม.ย. 62) เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 8 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ นางสุภัชชา สุทธิพล รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รองปลัด พม.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในการแถลงข่าวการดำเนินงานตามภารกิจสำคัญ ดังนี้ 1) การเตรียมการถอนสภาพนิคมสร้างตนเอง โดยนายอนันต์ ดนตรี รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ 2) โครงการรวมใจประชารัฐ พัฒนาสตรีและครอบครัว สู่สังคมเสมอภาค โดยนายธนสุนทร สว่างสาลี รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว  3) การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการลงทะเบียนผู้มีสิทธิ์ลงทะเบียนรับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด และกิจกรรม “มหาสงกรานต์ สานความสุข ทุกช่วงวัย” โดยนายอนุกูล ปีดแก้ว รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน และ 4) การเตรียมการเป็นเจ้าภาพการประชุมประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน โดยนางสาวแสงดาว อารีย์ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวง พม.

นายธนสุนทร กล่าวว่า ปัจจุบัน ภาพความรุนแรงในสังคมไทยได้ถูกนำเสนอผ่านสื่อมวลชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพื้นฐานการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรไทย อีกทั้งภาพความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ  ในสังคม ทั้งการถูกทุบตี การทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ และความรุนแรงทางเพศ  ส่งผลให้สังคมเกิดความคุ้นเคยกับการใช้ความรุนแรง และมองว่าการตัดสินใจในการใช้ความรุนแรงเพื่อแก้ปัญหาเป็นเรื่องปกติ ทั้งนี้ กระทรวง พม. โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.)  จึงได้กำหนด จัดงาน “รวมใจประชารัฐ พัฒนาสตรีและครอบครัวสู่สังคมเสมอภาค” ระหว่างวันที่ 26 – 27 เมษายน 2562 ณ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา (โรงเรียนบ้านห้วยโจด) อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว และลานสยามมินทร์ สำนักงานเทศบาลเมืองอรัญประเทศ  จังหวัดสระแก้ว เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานด้านสตรีและครอบครัว ด้วยการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและภาคประชาชนในระดับพื้นที่ และการให้ข่าวสารที่ถูกต้องและสร้างสรรค์แก่เครือข่ายสื่อมวลชน อีกทั้งมีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันการกระทาความรุนแรงในครอบครัวตำบลห้วยโจด ณ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา (โรงเรียนบ้านห้วยโจด) โดยมี พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีเปิด  พร้อมทั้งร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR ) อาทิ การมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 83 การมอบทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียนและกีฬาให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนในพื้นที่ตำบลห้วยโจด การมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือและเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สำหรับผู้ประสบปัญหาทางสังคม และการมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวและสตรีที่ประสบภาวะยากลำบาก นอกจากนี้ ยังมีบูธแสดงสินค้าจากกลุ่มสตรีของศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ 36 พรรษา จังหวัดชลบุรี และกลุ่มสตรีในพื้นที่

นายอนุกูล กล่าวต่อว่า  ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 ได้เห็นชอบการขยายระยะเวลาการให้เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เป็นตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี และขยายฐานรายได้ครอบครัว เป็นไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคน ต่อปี โดยเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 เป็นต้นไป ทั้งนี้ กระทรวง พม. โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ได้ดำเนินการขับเคลื่อนงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1) การจัดทำระเบียบ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด พ.ศ. 2562 โดยประกาศใช้ เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2562 ประกอบด้วย 5 หมวด คือ 1.1) การลงทะเบียนขอรับสิทธิ์เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด  1.2) การรับรองสถานะของครัวเรือนที่มีรายได้น้อย 1.3) การประกาศรายชื่อและการบันทึกข้อมูลของผู้มีสิทธิ์รับเงินอุดหนุน เพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 1.4) การตรวจสอบสิทธิ์และการสิ้นสุดสิทธิ์รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด และ 1.5) การจ่ายเงินและการติดตามเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 2) การจัดอบรมชี้แจงการดำเนินงานเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ในพื้นที่ 4 ภาค เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ หลักเกณฑ์ และแบบลงทะเบียน รวมทั้งระบบฐานข้อมูล  ซึ่งคาดว่าจะอบรมแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2562 และ 3) การตรียมความพร้อมรับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โดยจะมีการรับลงทะเบียนผู้มีสิทธิ์รายใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2562 โดยผู้ที่มีภูมิลำเนาในกรุงเทพมหานคร สามารถลงทะเบียนได้ที่สำนักงานเขตตามภูมิลำเนา และผู้ที่มีภูมิลำเนาในต่างจังหวัด สามารถลงทะเบียนได้ที่เมืองพัทยา เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบลที่มีภูมิลำเนา  ส่วนผู้ที่ไปทำงานหรืออาศัยอยู่ต่างภูมิลำเนา สามารถลงทะเบียนได้ที่ สำนักงานเขต เมืองพัทยา เทศบาล  หรือองค์การบริหารส่วนตำบล  ในพื้นที่ที่อาศัยอยู่จริง

     นายอนุกูล กล่าวต่อไปว่า สำหรับนโยบายการขับเคลื่อนเชิงบูรณาการในการจัดสวัสดิการสังคมให้กับประชาชนทุกช่วงวัย ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579)  ยุทธศาสตร์ที่ 3: การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ว่าด้วยการพัฒนาศักยภาพตลอดช่วงชีวิต ภายใต้รูปแบบเมืองสร้างสุข (Happiness Social City) อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เป็นพื้นที่ที่มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวง พม. ให้บริการด้านสวัสดิการสังคมครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย อาทิ เด็ก เยาวชน  สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส  รวมทั้งครอบครัว  โดยกำหนดให้ส่วนราชการระดับกรมหมุนเวียนเป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน สำหรับเดือนเมษายน 2562 กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) เป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด “มหาสงกรานต์  สานความสุข  ทุกช่วงวัย” เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาน ด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกช่วงวัยในกิจกรรมแห่งความสุขที่จัดขึ้นในพื้นที่เมืองสร้างสุข โดยกำหนดจัดงานขึ้นในวันศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562 ณ สถานสงเคราะห์เด็กชายบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี  โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ประกอบด้วย 1)  พิธีเปิดงาน “มหาสงกรานต์  สานความสุข  ทุกช่วงวัย” และพิธีเปิดศูนย์สปอร์ตคอมเพล็กซ์ โดยนายอภิชาต อภิชาตบุตร รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รองปลัด พม.) 2) พิธีรดน้ำขอพรและมอบของที่ระลึกให้กับผู้สูงอายุ 3) การแสดงนวัตกรรมนิทรรศการ 3 ช่วงวัย และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ผลงานของกลุ่มอาชีพสตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และภาคีเครือข่าย

นางสาวแสงดาว กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยประเทศไทยได้รับมอบตำแหน่งประธานอาเซียนอย่างเป็นทางการจากประเทศสิงคโปร์ โดยเริ่มหน้าที่เป็นประธานอาเซียนอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 ตลอดทั้งปี ทั้งนี้ กระทรวง พม.  ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบด้านเสาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ได้มีการดำเนินงานเพื่อเตรียมความพร้อม ภายใต้แนวคิดหลัก (Theme) ในการเป็นประธานอาเซียนของไทย คือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน (Advancing Partnership for Sustainability)” และได้กำหนดจัดประชุมประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนขึ้น ระหว่างวันที่ 13 - 18 พฤษภาคม 2562 ณ โรงแรมแชงกรีล่า จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งประกอบด้วยการประชุมที่สำคัญ ได้แก่ 1) การประชุมคณะทำงานเรื่องวัฒนธรรมแห่งการป้องกัน ครั้งที่ 2  2) การประชุมประสานงานประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 14  3) การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสสำหรับคณะมนตรีประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 26 และ 4) การประชุมคณะมนตรีประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 21  ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ คณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน  เลขาธิการอาเซียน รองเลขาธิการอาเซียน  คณะหัวหน้าเจ้าหน้าที่อาวุโสฯ และคณะผู้แทนอาเซียน เป็นต้น

“สำหรับการประชุมครั้งนี้  ประเทศไทยจะผลักดันประเด็นที่สำคัญทางยุทธศาสตร์สำหรับประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน  คือ การจัดตั้งหรือปรับปรุงพัฒนาศูนย์อาเซียนที่เกี่ยวข้อง จำนวน 4 ศูนย์ ได้แก่ 1) คลังสิ่งของช่วยเหลือและระบบโลจิสติกส์เพื่อช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติฉุกเฉินของอาเซียนในประเทศไทย (DELSA) โดยกระทรวงมหาดไทย 2) ศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงวัยอย่างมีศักยภาพและนวัตกรรม (ACAI) โดยกระทรวงสาธารณสุข  3) ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียนในประเทศไทย (ASEAN Cultural Center ) โดยกระทรวงวัฒนธรรม และ 4) ศูนย์ฝึกอบรมอาเซียนด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม (ASEAN Training Centre on Social Work and Social Welfare: ATCSW) โดยกระทรวง พม. จะเป็นศูนย์ฝึกอบรมด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมในอาเซียนเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาการ ทักษะวิชาชีพ และองค์ความรู้ด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการอาเซียน รวมทั้งการส่งเสริมภาคีเครือข่ายและความร่วมมือเกี่ยวกับการฝึกอบรมด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการในอาเซียน โดยจะมีการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวในพื้นที่เมืองสร้างสุข (Happiness Social City) อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี” นางสาวแสงดาว กล่าวในตอนท้าย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง