'เพื่อไทย' ขอลุยจัดตั้งรัฐบาลสู้ 250 ส.ว.

25 มีนาคม 2562
5,616

"หญิงหน่อย-ภูมิธรรม" แถลงยันมี 300 เสียง เป็นไปได้จับมือพรรคร่วมไม่เอา คสช. ตั้งรัฐบาลเพื่อประโยชน์ประชาชน ไม่ใช่ต่อรองประโยชน์พรรค

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 25 มี.ค.62 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 ของพรรตเพื่อไทย, พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ,นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค , นายโภคิน พลกุล , นายชัยเกษม นิติศิริ แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 3 ของพรรค , นายชูศักดิ์ ศิรินิล และนายชวลิต วิชยสุทธิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวถึงท่าทีและอนาคตทางการเมือง หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ขอบคุณประชาชนที่ให้พรรคเพื่อไทยเป็นอันดับ 1 แม้เราส่งผู้สมัคร ส.ส.เพียง 150 เขต หลังจากนี้เราจะเดินหน้าในการรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลต่อไป ซึ่งเคยพูดแล้วว่าพรรคที่ได้คะแนนอันดับ 1 ถือเป็นผู้ได้ฉันทานุมัติจากพี่น้องประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาล โดยคนที่เราจะร่วมด้วยก็จะยืนอยู่บนหลักการเดิม โดยจะร่วมกับพรรคการเมืองที่ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ที่ผ่านมามีพรรคการเมืองที่ประกาศตัวชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้นจะดำเนินการตามเจตนารมณ์ของประชาชนและจะร่วมมือกับพรรคที่มีอุดมการณ์เดียวกัน

นายภูมิธรรม กล่าวว่า สำหรับพรรคเพื่อไทยมีตัวเลข ส.ส.เฉพาะเขต 137 ที่นั่ง ถือว่าเป็นพรรคอันดับ 1 ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนพรรคอันดับ 2 มีคะแนน 112 ที่นั่ง ดังนั้นเมื่อดูจากฉันทามติแล้วถือว่า เราได้รับการยอมรับตามประเพณีการปกครองตามที่เราเคยทำมาตลอด พรรคที่ได้รับฉันทานุมัติจากพี่น้องประชาชนอันดับแรกมีที่นั่งในสภาสูงสุด จะต้องเป็นพรรคที่ได้ดำเนินการจัดตั้งรัฐบาล

“หลังจากนี้ไปเราจะเข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการที่จะประสานพรรคต่างๆ ตามเจตนารมณ์ของการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่จะให้ได้กว่า 300 เสียง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพรรคที่ประกาศตัวว่า ไม่อยากเห็นการสืบทอดอำนาจ แต่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงจากชีวิตที่เป็นอยู่ตลอดกว่า 5 ปี ขณะนี้เท่าที่ดูมีพรรคพลังประชารัฐและพรรคของคุณสุเทพเท่านั้นที่ให้ลุงตู่เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์หัวหน้าพรรคคนเดิมเขาก็ประกาศไม่รับลุงตู่ ส่วนคนใหม่จะว่าอย่างไรก็ให้เขาว่ามา” นายภูมิธรรม กล่าว

นายภูมิธรรม กล่าวว่า เจตนารมณ์ของประชาชนถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นก็เชื่อว่า สว.ที่มาจากภาษีของประชาชนจำนวนพันกว่าล้านบาท ต้องให้สมกับที่ใช้เงินงบประมาณในการแต่งตั้งมา โดยคิดว่า สว.จะตัดสินใจเลือกให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ ส่วนผลจากนี้จะเป็นอย่างไรก็จะแถลงให้ทราบต่อไป ทั้งนี้ มีหลายพรรคการเมืองที่เห็นว่าเจตนารมณ์ของประชาชนที่ออกมาจะต้องดำเนินการต่อไปอย่างสุดความสามารถ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการจับมือกับพรรคอื่นในการจัดตั้งรัฐบาล ยังยืนยันเสนอแคนดิเดตนายกฯหรือไม่ เพราะพรรคเพื่อไทยไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายภูมิธรรม กล่าวว่า จะเป็นการร่วมมือกันของพรรคฝ่ายประชาธิปไตยที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เราจะยึดเจตจำนงในความต้องการของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง เราจะสร้างให้ร่วมมือกันและการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคตข้างหน้าเป็นไปเพื่อตอบสนองเจตนารมณ์ประชาชน อะไรคือทางออกที่ทำให้พรรคฝ่ายประชาธิปไตยร่วมมือกันได้อย่างดีที่สุดและทำให้ประเทศหลุดพ้นจากสภาพเดิมๆที่เป็นอยู่ เราจะทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด

“จากนี้ไปเราจะเริ่มดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อประสานพรรคที่ไม่อยากเห็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เราก็จะยึดมั่นในเจตจำนงของพี่น้องประชาชนที่อยากเห็นสภาพสังคมเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หลังจากนี้เมื่อพรรคเพื่อไทยแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนคงจะได้เห็นท่าของพรรคการเมืองต่างๆออกมาเป็นขั้นเป็นตอน โดยเราจะมีเวลาหารือกันแล้วมองว่าอะไรคือประโยชน์ร่วมที่พี่น้องประชาชนต้องการมากที่สุดเราก็จะดำเนินการตามนั้น” เลขาธิการพรรค กล่าว

เมื่อถามว่า จะคุยกับพรรคอนาคตใหม่อย่างไรที่เคยบอกว่าจะไม่ยกมือให้กับนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้เป็น ส.ส. "นายภูมิธรรม" กล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไรเลย วันนี้เป้าหมายเราคือทำให้ประชาชนหลุดพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่จากเดิม สิ่งนี้คือสิ่งที่เราจะยึดมั่น เราเชื่อมั่นว่าถ้าเรายึดมั่นในผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนได้แล้ว เราไม่อยากเห็นรัฐบาลที่ไม่ใช่ทำเพื่อประโยชน์ของตน เราจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลที่รักษาประโยชน์ของประชาชนได้

ขณะที่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ไม่ต้องกังวลไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้น ในส่วนที่ได้พูดกันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องคุยกัน และในกติกาที่ถูกทำให้ผลการเลือกตั้งเป็นแบบนี้ มีสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้งที่ออกมาตามสื่อแยกแยะไปหมด ก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าไม่อยู่ในวิสัยปกติ ทั้งกติกา ทั้งการดำเนินงาน และการควบคุมการเลือกตั้ง โดยในส่วนของพรรคเอง พรรครวบรวมข้อมูลไว้เหมือนกัน โดยจะแถลงเป็นระยะๆในส่วนของความไม่ถูกต้อง

“พรรคเพื่อไทยยืนยันเราจะไม่ทำอะไรให้ประชาชนผิดหวัง แต่ทำในเจตนารมณ์ตามประสงค์และต้องการตามที่ฝากความหวังไว้ เราจะพูดคุยกันกับพรรคร่วมในประเด็นเรื่องผลประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง ส่วนผลประโยชน์ของพรรคจะเป็นรอง เราร่วมกันที่จะทำให้ประเทศไทยเดินหน้าด้วยความสงบสุขและมีเศรษฐกิจอนาคตที่ดี”

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวและว่า สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้จะเป็นการจัดตั้งรัฐบาลที่แก้ไข ตอบสนองสิ่งที่ประชาชนปรารถนาให้ได้ และเป็นการเริ่มต้นที่จะทำบริบทประเทศให้เข้าสู่ประชาธิปไตย และเข้าสู่กติกาที่เป็นสากลเราต้องเอาส่วนร่วมตั้งไว้ ทั้งนี้เรื่องของการประสานต่อรองจะไม่ทำการต่อรองกันกลางอากาศ

ขณะที่ นายโภคิน กล่าวว่า กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้เราต้องฝ่ากฎเกณฑ์กติกา กระบวนการทั้งหลายที่เห็นชัดว่าไม่ได้เป็นไปอย่างเสรีและเป็นธรรมมากนัก ซึ่งท่ามกลางความยากลำบากเหล่านี้ก็มีนักการเมืองประกาศจุดยืนชัดเจนว่า ไม่ต้องการเห็นการสืบทอดอำนาจ เท่าที่ดูคราวๆมีมากกว่า 300 เสียง ดังนั้นเห็นได้ชัดเจนว่าที่นั่งจำนวน 500 เสียง หากมีมากกว่า 300 เสียงยืนยันเช่นนั้นก็แสดงให้เห็นเจตจำนงให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยไม่เห็นการสืบทอดอำนาจต่อไป ซึ่งพรรคเพื่อไทยเคยแถลงไปแล้วว่าไม่อยากเป็นผู้มีอำนาจ แต่ที่เราจะทำนั้นเราทำตามฉันทามติ และเมื่อเป็นพรรคอันดับ 1 เราก็จะเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไปจนถึงที่สุด เพื่อตอบประชาชนและพรรคที่ไม่ต้องการเห็นการสืบทอดอำนาจ ขณะที่กติกาของเราไม่ได้ดูว่าใครได้เสียงประชาชนมากกว่ากันหรือป๊อปปูลาร์โหวต แต่ดูพรรคว่าใครได้ที่นั่ง ส.ส.มากกว่ากัน โดยการจะเลือกนายกรัฐมนตรีก็เลือกที่จำนวน ส.ส. โดยครั้งนี้ให้รวมกับเสียง ส.ว.อีก 250 เสียง เราต้องฟังกติกา เพราะถ้าเราเอาป๊อปปูลาร์โหวตมาพูดกันก็ไม่จบ วันนี้กติกาท่านเขียนเองมาอย่างนี้ว่า คนเลือกนายกฯไม่ใช่ป๊อปปูล่าร์โหวต แต่เป็นป๊อปปูลาร์โหวตว่าเลือก ส.ส.ได้เท่า แล้ว ส.ส.จึงไปเลือกนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เช้าวันนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย เรียกผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทยทั้ง 22 เขต มาหารือร่วมกัน เพื่อประเมินผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นพร้อมให้กำลังใจผู้สมัครที่แพ้การเลือกตั้ง โดยที่ประชุมต่างแปลกใจผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น เพราะต่างมองว่าคู่แข่งคนสำคัญในสนามเลือกตั้งกทม.คือพรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมากลับกลายเป็นว่า พรรคพลังประชารัฐ และอนาคตใหม่ มีคะแนนนิยมมากกว่าทั้งที่ระหว่างการหาก็ไม่ได้มีกระแสเหมือนที่ออกมา และในเวลา 14.00 น. ทางแกนนำพรรคจะมีการประชุมเพื่อประเมินท่าทีการขับเคลื่อนของพรรคต่อไป

ด้าน นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กกต.ต้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีบัตรผีโผล่ใน 10 จังหวัดที่เผยแพร่ในโซเซียล โดยมีการเปรียบเทียบจำนวนผู้มีสิทธิ์กับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ อาทิ จ.เชียงราย เชียงใหม่ ตรัง ตราด ตาก นครนายก นครปฐม นครพนม นครราชสีมา และนครศรีธรรมราช นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า ในเขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ก็มีบัตรเกินด้วย กรณีบัตรลงคะแนนเลือกตั้งเกินนั้นหากเป็นข้อเท็จจริง ถือว่าเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายเลือกตั้ง มีโทษทางอาญา และมีผลทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม และไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย จึงน่าเชื่อว่าบัตรผีที่โผล่เกินมานั้นมาจากกลไกอำนาจรัฐซึ่งถูกกุมสภาพโดยรัฐบาล คสช.หรือไม่ ขอเรียกร้องไปยังกกต.ให้ดำเนินการตรวจสอบโดยเร่งด่วน และดำเนินการนำผู้กระทำผิดมาลงโทษต่อไป หากกกต.ไม่ดำเนินการใดๆ อาจเป็นที่ครหาต่ออารยประเทศว่า การเลือกตั้งของประเทศไทยไม่ชอบธรรม จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลไทยได้

ขณะที่ นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครส.ส.เขต 9 กทม. พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์เรียกร้องให้ กกต.ตอบคำถามสังคมให้ได้ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง เพราะเขตเลือกตั้งที่ 9 มีปัญหาบัตรเลือกตั้งมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ เลือกตั้ง และปัญหาบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าของเขต 9 ถูกส่งไปนับคะแนนที่เขต 1 จนส่งผลให้บัตรทั้งหมดกลายเป็นบัตรเสีย กรณีดังกล่าวส่งผลกระทบกับคะแนนเสียงที่ออกมา จึงขอเรียกร้องให้ กกต.จัดการเลือกตั้งใหม่ในเขต 9 เพราะหากจะมีการนับคะแนนใหม่เพียงอย่างเดียวก็จะเกิดปัญหาเช่นเดิม เพราะบัตรถูกคละไปหมดแล้ว

ทั้งนี้ ได้มีการปรึกษาฝ่ายกฎหมายว่าจะดำเนินการอย่างไรหากพบว่าการจัดการเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตยุติธรรม ด้าน น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กกต.เขต 1 ยอมรับว่ามีการส่งบัตรปิดพลาด แต่ระบุว่าปัญหาที่เกิดขึ้นต้องไปร้อง ต่อ กกต. กลางเท่านั้น ซึ่งทางพรรคจะรวบรวมหลักฐานเตรียมร้องขอความเป็นธรรมต่อไป โดย กกต. เขต 1 ก็พร้อมที่จะเป็นพยานให้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง