'ชัชชาติ-วัน' ลุยหาเสียงเขตบางบอน เปิดศึกชิงเก้าอี้ส.ส.สองตระกูล

16 มีนาคม 2562
3,994

"ชัชชาติ" แท็กทีม "วัน อยู่บำรุง" ลุยหาเสียงเขตบางบอน-หนองเเขม เปิดศึกชิงเก้าอี้ส.ส.สองตระกูล ระหว่างม่วงศิริ กับอยู่บำรุง ช่วงชิงกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อยันรุ่นลูก

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.62 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ตลาดเอกชัย เขตบางบอน-หนองเเขม กทม. เพื่อช่วยนายวัน อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย เบอร์ 13 หาเสียง โดยจุดแรกไปที่ศูนย์กีฬาทางน้ำ sanook waterpark เพื่อพบปะประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาแข่งขันกีฬาทางน้ำ จากนั้นได้ขึ้นรถหาเสียงไปตามถนนเอกชัย-บางบอน และแวะพบปะพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเอกชัย หรือตลาดลาว ซึ่งมีเฮียตี๋ ผู้จัดการตลาด ออกมาให้การต้อนรับ โดยตลอดช่วงการหาเสียงบรรดากองเชียร์มีการเสียงตะโกนให้กำลังใจด้วยว่า "เบอร์ 13 ใจถึงพึ่งได้" จากนั้นได้แวะกราบสักการะวิหารหลวงพ่อขาว ริมถนนเอกชัย สิ่งศักดิ์ที่คนบางบอนให้ความเคารพนับถือ โดยช่วงหนึ่งนายชัชชาติและนายวันได้มีการปิดทองที่ด้านหลังองค์หลวงพ่อขาว และพูดทำนองว่า "มาปิดทองหลังพระ"

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ บอกว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่มีให้กับคนบางบอนหนองแขมคือ จะเข้ามาแก้ปัญหาการจราจรติดขัด โดยเฉพาะถนนเส้นเอกชัย-บางบอน-กาญจนาภิเษก-พระราม 2 ที่มีจุดคอขวดหลายจุด และมีการปลูกสร้างที่อยู่อาศัยจำนวนมาก อีกทั้งยังมีปัญหาด้านการขนส่งสาธารณะ รถเมล์มีน้อย รถไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง หากได้เป็นรัฐบาลจะพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้จากการสอบถามเรื่องเศรษฐกิจปากท้องของพ่อค้าแม่ค้าในตลาดพบว่า คนส่วนใหญ่ไม่มีเงิน ส่งผลให้กำลังซื้อน้อย ส่วนภาคเอกชนก็ขาดความมั่นใจไม่กล้าลงทุนเพิ่ม เป็นผลกระทบมาจากการส่งออกลดลง ภาคเกษตรลดลง ต้องกลับมาสร้างความมั่นใจให้คนกล้าลงทุนมากขึ้น รวมถึงเติมเงินในกระเป๋าให้คนรายได้น้อย เพื่อหมุนฟันเฟืองเศรษฐกิจให้กลับมาแข็งแรง

นายชัชชาติ ยังพูดถึงนโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และปรับเงินเดือนอาชีวะปริญญาตรี ของพรรคพลังประชารัฐว่า อาจเป็นการผลักภาระให้กับภาคเอกชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ที่จะล้มหายตายจากไป ซึ่งพรรคอื่นๆก็ชูนโยบายทำนองเดียวกัน แต่พรรคเพื่อไทยย้ำเสมอว่า การจะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำได้นั้น เศรษฐกิจต้องดีก่อน ส่วนนโยบายพลังประชารัฐที่คลอดหลังเพื่อไทยแต่จ่ายเยอะกว่า ตนมองว่าเป็นเรื่องของการแข่งขัน ทุกพรรคต้องการเอาชนะใจประชาชน แต่สิ่งสำคัญคือนโยบายใดที่สัญญาไว้ต้องทำให้ได้

ส่วนการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันพรุ่งนี้ (17 มี.ค.)อยากฝากถึงกกต.ว่า ให้ทำหน้าที่อย่างเป็นธรรมและโปร่งใส ให้คุ้มกับเงินเดือนที่รับจากภาษีประชาชน โดยเฉพาะการเก็บหีบบัตรเลือกตั้งจะทำอย่างไรให้คนมั่นใจ ไร้ข้อครหา ไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนการเลือกตั้งในต่างประเทศ ส่วนในวันพรุ่งนี้ที่มีผู้ออกสิทธิ์ใช้เสียงกว่า 2 ล้านคน ทางกกต. ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสำหรับการออกสิทธิ์ใช้เสียง

ด้านนายวัน อยู่บำรุง บอกว่า ผมไม่เคยมองผู้สมัคร ส.ส.พรรคอื่นเป็นคู่แข่ง ผมเอาชนะใจตัวเอง มั่นใจ 100% จะปักธงเป็น ส.ส.เขตบางบอนหนองแขมได้แน่นอน แต่ยังกังวลเรื่องการกาบัตรเสีย เนื่องจากการเลือกตั้งหนที่แล้วเขตบางบอนหนองแขมมีบัตรเสียมากถึง 8,000 ใบ ส่วนสโลแกนยังคงเดิม "ใจถึงพึ่งได้" เหมือนเดิม

สำหรับพื้นที่เขตบางบอน มีคู่แข่งคือตระกูลม่วงศิริ ซึ่งเป็นบ้านของ พ.ต.อ.สามารถ ม่วงศิริ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขตบางบอน บุตรชายนายปลิว ม่วงศิริ อดีต ส.ส.พรรคประชากรไทย ซึ่งในอดีตนายปลิวเคยเป็นคู่แข่งกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง พ่อของนายวัน อยู่บำรุง เรียกได้ว่าเป็นศึกสองตระกูล ระหว่างตระกูลม่วงศิริ และตระกูลอยู่บำรุง ที่แย่งชิงเก้าอี้ ส.ส.เขตบางบอน มาตั้งเเต่รุ่นพ่อจนถึงรุ่นลูก

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags: