โพลล์ชี้ชาวอังกฤษอยากอยู่กับอียูมากกว่าแยก

โพลล์ชี้ชาวอังกฤษอยากอยู่กับอียูมากกว่าแยก

ผลสำรวจล่่าสุดของยูกอฟ บ่งชี้ว่า ชาวอังกฤษที่ต้องการรวมตัวอยู่กับสหภาพยุโรป (อียู) มีจำนวนมากกว่าผู้ที่ต้องการแยกตัวจากอียู

ยูกอฟ ระบุว่า ผลการสำรวจพบว่า หากมีการลงประชามติในวันนี้ ชาวอังกฤษจำนวน 46% จะลงมติให้อังกฤษยังคงรวมตัวกับอียูต่อไป เทียบกับชาวอังกฤษจำนวน 39% ที่ต้องการให้อังกฤษแยกตัวออกจากอียู ส่วนอีก 15% ระบุว่า ไม่ทราบ, ยังไม่ตัดสินใจ หรือปฏิเสธที่จะตอบคำถาม

หากไม่นับรวมกลุ่มตัวอย่างที่ตอบว่า ไม่ทราบ, ยังไม่ตัดสินใจ หรือปฏิเสธที่จะตอบคำถาม จะพบว่า ชาวอังกฤษจำนวน 54% จะลงมติให้อังกฤษยังคงรวมตัวกับอียูต่อไป เทียบกับชาวอังกฤษจำนวน 46% ที่ต้องการให้อังกฤษแยกตัวออกจากอียู

ผลการลงประชามติในเดือนมิ.ย.2559 พบว่า ชาวอังกฤษจำนวน 48% ต้องการให้อังกฤษยังคงรวมตัวกับอียูต่อไป ขณะที่ 52% ต้องการให้อังกฤษแยกตัวออกจากอียู

ด้านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองต่าง ๆ จำนวนกว่า 200 ราย ได้ลงนามในจดหมายถึงนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ โดยในเนื้อหาได้มีการเรียกร้องไม่ให้อังกฤษเลือกถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิท) แบบไร้ข้อตกลงกับอียู โดยให้เหตุผลว่า การถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปโดยไร้ข้อตกลงจะทำให้ประชาชนจำนวนมากตกงาน

จดหมายดังกล่าวถูกยื่นต่อนายกฯเทเรซา เมย์ก่อนที่จะมีการโหวตอนุมัติข้อตกลงเบร็กซิท โดยสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 14 หรือ 15 ม.ค. นี้

อังกฤษมีกำหนดถอนตัวออกจากอียูในวันที่ 29 มี.ค. 2562 แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาผู้แทนราษฎรด้วยว่าจะผ่านร่างข้อตกลงดังกล่าวหรือไม่