'สมเด็จพระเทพฯ' พระราชทานปริญญาบัตรบัณฑิตมมส และทุนภูมิพล33ราย

4 ธันวาคม 2561
1,947

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯแทนพระองค์ พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จำนวน 7,939 ราย และพระราชทานทุนภูมิพล จำนวน 33 ราย

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ประจำปีการศึกษา 2560 - 2561 ในวันอังคารที่ 4 ธันวาคม 2561 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

ในการนี้ นายปัญญา ถนอมรอด นายกสภามหาวิทยาลัยมหาสารคาม เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพนานัปการ ตลอดจนพระมหากรุณาธิคุณ พระวิริยะอุตสาหะอันสูงยิ่ง และพระราชจริยวัตรอันเพียบพร้อมสมบูรณ์ส่งผลให้การพัฒนางานอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งล้วนเป็นงานที่ยากและต้องใช้เวลาต่อเนื่องยาวนานนั้น เกิดบรรลุผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ

จากนั้น ศาสตราจารย์ ดร.สัมพันธ์ ฤทธิเดช อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กราบบังคมทูลเบิกพระสงฆ์ผู้สำเร็จการศึกษา เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร และพระสงฆ์ผู้ได้รับรางวัลพระธาตุนาดูน ทองคำ คือ พระสุทธิธรรมโสภณ (สุทธิพงศ์ ชนุตฺตโม) ประเภทผู้ทำคุณประโยชน์ให้มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เข้ารับพระราชทานรางวัล

และมีผู้ทรงคุณวุฒิเข้ารับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์ จำนวน 1 คน ได้แก่ รองศาสตราจารย์สีดา สอนศรี ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติศักดิ์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลดีเด่นประจำปี ซึ่งถือเป็นบุคคลที่สร้างคุณงามความดี ทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติ สมควรได้รับพระราชทานรางวัลพระธาตุนาดูนทองคำ 2 คน ได้แก่
1. นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ (ประเภทบุคคลดีเด่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาขาวิชาชีพ)
2. นายกำปั่น นิธิวรไพบูลย์ (บ้านแท่น) (ประเภทบุคคลดีเด่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาขาทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม)

และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีนโยบายส่งเสริมและเชิดชูเกียรตินักวิจัย ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ ในวงวิชาการหรือสังคมวิชาการทั่วไป ตลอดจนเพื่อเป็นการกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจในการทำงานวิจัย และสมควรได้รับพระราชทานรางวัลเชิดชูเกียรตินักวิจัยดีเด่น สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรศักดิ์ ไชยสงค์

หลังจากนั้น อธิการบดีฯ กราบบังคมทูลเบิกผู้เข้ารับพระราชทานทุนภูมิพล ประจำปีการศึกษา 2561 จำนวน 33 ราย พิธีพระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในปีนี้มีผู้สำเร็จการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 7,939 คน ประกอบด้วย ระดับปริญญาเอก 155 คน ปริญญาโท 388 คน และปริญญาตรี 7,396 คน

ในโอกาสนี้ นายกสภามหาวิทยาลัยมหาสารคาม เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายรายงานผลการศึกษาของนิสิตทุนนักเรียนในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 3 ราย ตำรวจตระเวนชายแดน ผู้ดูแลนิสิตในโครงการนักเรียนในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เข้าเฝ้าฯ จำนวน 3 ราย

บัณฑิตและนิสิตทุนนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ เข้าเฝ้า ฯ จำนวน 5 ราย บัณฑิต นิสิตและนักเรียนกองทุนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เข้าเฝ้า ฯ จำนวน 30 ราย ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และกิจการต่างประเทศ เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายรายงานผลการดำเนินงานกองทุนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปีการศึกษา 2560

จากนั้น พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ เฝ้า และเฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้า ฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล ตามพระราชอัธยาศัย และน้อมเกล้า ฯ ถวายสิ่งของตามลำดับ

ทั้งนี้ พระราโชวาท สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๐ – ๒๕๖๑ ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม วันอังคาร ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๑

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ข้าพเจ้ามาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยมหาสารคามในวันนี้. ขอแสดงความชื่นชมต่อผู้ทรงคุณวุฒิและบัณฑิตทุกท่านที่ได้รับเกียรติและความสำเร็จ



บัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย มีความรู้และความสามารถพร้อมแล้ว ย่อมกระตือรือร้นใฝ่ใจที่จะประกอบอาชีพการงานสร้างสรรค์ความสำเร็จ แต่เมื่อออกไปทำงานจริงอาจจะพบว่า งานที่ต้องปฏิบัตินั้นเป็นงานหนัก งานยาก งานใหญ่ ดูจะเกินกำลังความสามารถ ที่จะปฏิบัติให้สำเร็จได้ บัณฑิตจึงจำเป็นต้องมีความอดทน และมีความศรัทธา ความอดทนจะช่วยให้คนเราไม่ย่อท้อหรือหวั่นไหวต่อปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนความยากลำบากในการทำงาน ส่วนความศรัทธาเชื่อมั่นว่าวิชาการเป็นเครื่องมืออย่างสำคัญสำหรับใช้ปฏิบัติงาน จะช่วยให้คนเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจศึกษาวิชาการ และติดตามข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอ เพื่อพัฒนาตนเองให้มีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะทำงานให้สำเร็จ จึงขอให้บัณฑิตทั้งหลายพยายามฝึกฝนความอดทนและปลูกฝังความศรัทธาที่ถูกต้องดังกล่าวมานี้ แล้วตั้งใจปฏิบัติงานทุกอย่างโดยเต็มกำลังความรู้ความสามารถ ถ้าทำได้ ความสำเร็จในการประกอบอาชีพการงานที่ทุกคนปรารถนา ก็จะเป็นจุดมุ่งหมายที่อยู่ไม่ไกลเกินไปนัก

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขออวยพรให้บัณฑิตใหม่มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตและหน้าที่การงาน ทั้งขอให้ทุกคนที่มาร่วมในพิธีนี้ มีความสุขสวัสดีจงทั่วกัน

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง