เช็คกำลัง 'ภูมิใจไทย' ตัวแปรการเมือง ยุค 3 ก๊ก 3 ขั้ว

3 ธันวาคม 2561
2,850

เปิดไพ่ให้เห็นหน้าค่าตากันหมดแล้ว หลังผ่านพ้นเดดไลน์สังกัดสมาชิกพรรคการเมืองก่อนวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา หากมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. 2562 จึงจะผ่านเกณฑ์สังกัดพรรคการเมืองอย่างน้อย 90 วันก่อนวันเลือกตั้ง

การเมืองเดินเข้าสู่ยุค 3 ก๊ก-3 ขั้ว “ขั้วนายใหญ่” แตกย่อยเป็นพรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ส่วนพรรคเพื่อธรรม (พธ.) อะไหล่สำรองถูกทิ้งไว้เป็นพรรคร้าง “ขั้วคสช.” รวบรวมกลุ่มการเมือง-อดีตส.ส. ดูดเข้าพรรคมากหน้าหลายตา แท็คทีมกับพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่รับหน้าเสื่อบัญชาการเก็บแต้มแดนใต้

“ขั้วปชป.” พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) คัดเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่หน้าเดิม หยั่งเสียงได้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับคุมบังเหียนปชป. ลงลุยศึกเลือกตั้ง ฟันฝ่าวิกฤติศรัทธาภายในพรรค ซุกปัญหาไว้ใต้พรหม แต่หากแพ้การเลือกตั้งขึ้นมา มีคนรอเสียบ-รอเขี่ย “มาร์ค” ลงจากเก้าอี้อีกครั้งแน่

เมื่อมี 3 ขั้ว 3 ทางเดิน ตัวแปรที่มีอำนาจจริงหนีไม่พ้น พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ของ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มี อดีต ส.ส. นักการเมืองท้องถิ่นทั้งในอดีตและปัจจุบัน หลั่งไหลเข้ามาร่วมอุดมการณ์ของพรรคจำนวนมากมาย กลายเป็นท่อพญานาคของจริงอีก 1 ท่อ

ไล่ตั้งแต่ จ.นครราชสีมา แม้จะถูกสูตรแบ่งเขตแบบพิสดารเล่นงานอยู่บ้าง แต่ก็ยังมีทีมงานคุณภาพ นำทีมโดย นายวีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีต สว.นครราชสีมา เจ้าของโรงงานแป้งมันสำปะหลังเอี่ยมเฮง

ขณะที่อดีตส.ส. จากพรรคชาติไทยพัฒนา (ภท.) ที่ “เสี่ยหนู” ดึงเข้ามาร่วมพรรคอย่าง จ.ศรีสะเกษ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นักธุรกิจรุ่นใหม่ในจังหวัด นายชาดา ไทยเศรษฐ กุมบังเหียน จ.อ่างทอง ตระกูลปริศนานันทกุล มีโอกาสเข้าวินแบบแบเบอร์

สำหรับพื้นที่อื่นฐานเสียงยังปึ๊ก จ.ชัยภูมิ อดีตดาวสภา นางสาวสุนทรีย์ ชัยวิรัตนะ จ.อำนาจเจริญ นางญาณีนาถ เข็มนาค อดีตส.ว.อำนาจเจริญ จ.อุดรธานี นายธีระชัย แสนแก้ว อดีตรมช.เกษตร จังหวัดพิจิตร มีทีมของ ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ

จ.สระบุรี แชมป์เก่าอย่าง นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ จ.ปราจีนบุรี แชมป์เก่า ตระกูล “วิลาวัลย์” จ.ระยอง ดร.อาทิตย์ เพชรรัตน์ จ.ชลบุรี นายบรรจบ รุ่งโรจน์ นายมานิตย์ สภาวสุ พลเรือเอกสุรพล จันทร์แดง

ไม่นับรวมพื้นที่ภาคใต้ คะแนนที่ จังหวัดพัทลุง จังหวัดสตูล และ 22 จังหวัดชายฝั่ง น่าจะมีคะแนนเพื่อเป็นการสั่งสอนพรรคเก่าแก่ เที่ยวนี้จึงคาดว่าพรรคภูมิใจไทย จะมีที่นั่งในสภาไม่น่าจะต่ำกว่า 40-50 ที่นั่ง ยังไม่นับรวม ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ

ทั้งหมดจะผนึกกำลังกับผู้สมัครหลายคนของพรรคภท. ที่แม้จะเคยแพ้การเลือกตั้งเขต เมื่อปีพ.ศ.2554 แต่ก็โกยคะแนนมาได้เยอะ แพ้คะแนนไม่ห่างหลักร้อย-หลักพันในหลายพื้นที่ เมื่อคู่แข่งย้ายสลับข้าง ย้ายสลับขั้ว คะแนนจากที่เคยชนะมีโอกาสโดนตัดทอนให้เหลือช่องว่างน้อยลง

โดยเฉพาะ จ.เลย นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ชนะการเลือกตั้งในปี 2554 มาแค่ 701 เสียง ขณะที่ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ก็ชนะมาเพียงแค่ 3,460 เท่านั้น เมื่อทั้งเปล่งมณี-ปรีชา ย้ายซบพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีโอกาสที่คะแนนนิยมจะลดน้อยลง เพิ่มโอกาสให้ผู้สมัครจากพรรคภท.ที่เคยเข้าวินเป็นลำดับสอง

ส่วน พรรคชทพ. แม้จะปรับเกมดึงมือเก๋าเข้ามา แถมยังมีรายการ “บิ๊กฝากเลี้ยง” แต่พาวเวอร์ยังไม่สูงพอ เช่นเดียวกับพรรคชาติพัฒนา แม้นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ จะเปิดทางให้นายเทวัญ ลิปตพัลลภ นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรค แต่โอกาสกวาดส.ส.เข้าสภามีแค่พื้นที่โคราชเพียงนิดหน่อย

การเมืองหลัง ฝุ่นเริ่มจาง เริ่มเห็นตำแหน่งบนกระดาน แต่ละพรรคจะรักษาสถานะให้โลดแล่นในสนามเลือกตั้งกันต่อไปอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าจับตามอง พรรคที่คิดว่าจะเป็นขั้วใหญ่ทางการเมือง อาจจะถอยลงมาเป็นพรรคตัวแปร

ส่วนพรรคตัวแปรอาจจะพุ่งขึ้นเป็นขั้วใหม่ทางการเมืองก็เป็นได้

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง