เจาะรักใหม่ 'บิ๊กจิ๋ว' ปมหย่า 'คุณหญิงหลุยส์' ทำไมเลือกสาวคนนี้?

10 กรกฎาคม 2561 | โดย อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ คมชัดลึก
41,676

เจาะลึก..รักครั้งใหม่ ของ "บิ๊กจิ๋ว" ปมหย่า "คุณหญิงหลุยส์" ทำไมเลือก "อรทัย สรการ" เคยศาลล้มละลายกลางพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายหรือไม่

กลายเป็นเรื่องช็อกวงการ ทั้งการมุ้ง การเมือง เมื่อจู่ๆ ก็มีผู้ที่ใช้เฟซบุ๊คชื่อว่า “บ้านพลเอกชวลิต - อรทัย สรการ ยงใจยุทธ” ออกมาเปิดเผยภาพล่าสุดของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรีคนที่ 22 ของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีอายุถึง 86 ปี

ที่เซอร์ไพรส์คือภาพที่ปรากฏเป็นภาพงานแต่งงานของเจ้าของเฟซบุ๊ค คือ “อรทัย สรการ” โดยมีเจ้าบ่าวคือ “พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ” โดยภาพดังกล่าวโพสต์เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2561 และระบุว่า “สำคัญที่สุดสำหรับ เราใช้นามสกุล ”ยงใจยุทธ“ 19/พ.ค./2561”

4_27

โดยภาพที่โพสต์เป็นภาพที่ทั้งสองจับมือกันอย่างชื่นมื่น ทั้งนี้เมื่อย้อนไปดูจะเห็นว่ามีการโพสต์ภาพต่างๆเกี่ยวกับ พล.อ.ชววิต มาเป็นระยะๆ เช่นงานวันเกิดที่มีหญิงสาวคนดังกล่าวอยู่เคียงข้าง

ที่ทำให้หลายคนเซอร์ไพรส์ นอกจากอายุที่มากของพล.อ.ชวลิตแล้ว ยังเป็นเพราะสังคมได้รับทราบกันมาตลอดว่า “บิ๊กจิ๋ว” มีภรรยาชื่อ “คุณหญิงหลุยส์ - คุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ” และเธอคนนี้มีบทบาทสำคัญในยามที่เป็นสตรีหมายเลข 1 โดยปัจจุบันคุณหญิงหลุยส์อายุ 79 ปี

คำถามจึงพุ่งมาว่า เกิดอะไรขึ้นทั้งกับ “บิ๊กจิ๋ว” - “คุณหญิงหลุยส์” และ “หญิงปริศนา” ซึ่งมีนามว่า “อรทัย สรการ”

ทีมข่าว “คมชัดลึก” จึงได้ประสานตรวจสอบไปยังพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ก็ได้รับคำยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง พร้อมทั้งระบุว่าได้หย่าขาดจาก “คุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ” แล้ว โดยระบุว่า

"แต่งงานใหม่กับผู้หญิงคนใหม่จริง แต่งเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เป็นผู้หญิง จ.กาญจนบุรี ขณะที่ได้หย่าขาดจากคุณหญิงพันธุ์เครือ เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ปรากฎเป็นข่าว แล้วได้ย้ายออกจากบ้าน ซอยปิ่นประภาคม ที่เคยอยู่คุณหญิงพันธุ์เครือ มาซื้อบ้านใหม่แถบเกษตรนวมินทร์"

นอกจากนี้ พล.ท.พิรัช สวามิวัศม์ หรือ “เสธ.หมึก” นายทหารคนสนิทของ พล.อ.ชวลิตร ก็ได้รับคำยืนยันว่า เป็นเรื่องจริง

ผู้หญิงคนดังกล่าวพยายามประกาศตัวมานานแล้ว ผ่านทางสื่อโซเชียลเฟซบุ๊ก ก็อย่างที่ได้เห็นกัน ซึ่งพล.อ.ชวลิต ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว เพราะปกติท่านไม่ได้เล่นเฟซบุ๊ก ผู้หญิงคนดังกล่าวทำหน้าที่ดูแล พล.อ.ชวลิต เพราะท่านอายุมากแล้ว เดินไม่คล่อง เหมือนเมื่อก่อน หลังประสบอุบัติเหตุหกล้ม นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านสุขภาพ ผู้หญิงคนนี้เหมือนมาช่วยดูแล มาประคอง สำหรับ คุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ หรือ คุณหญิงหลุยส์ ภริยาของ พล.อ.ชวลิต ได้ขอแยกทางไปแล้ว

เมื่อถามว่า เป็นเพราะผู้หญิงคนนี้หรือไม่ ถึงทำให้คุณหญิงหลุยส์ ขอแยกทาง พล.อ.ชวลิต ทาง พล.ท.พิรัช ตอบว่า แยกทางกันก่อนที่ ผู้หญิงคนนี้จะเข้ามาอยู่ในบ้านปิ่นประภาคม

ส่วนสาเหตุการแยกทาง ขอให้เป็นเรื่องส่วนตัวของทั้งสองท่าน

เมื่อถามว่า คุณหญิงพันธุ์เครือ ขอหย่าขาด จากพล.อ.ชวลิต หรือ เพียงแยกทางกันอยู่ชั่วคราว พล.ท.พิรัช กล่าวว่า หย่าขาดกันไปเลย

เมื่อถามว่า ผู้หญิงในรูป อยู่บ้านปิ่นประภาคม ในฐานะคนดูแล พล.อ.ชวลิต หรือ ภรรยา ซึ่งพล.ท.พิรัช กล่าวว่า ทั้งสองอย่าง เป็นทั้งภรรยาคนใหม่ และ คนดูแลท่าน เพราะก่อนหน้านี้ พล.อ.ชวลิต ไม่มีคนดูแลใกล้ชิด ท่านเองก็อายุมากแล้ว จะทำอะไรไม่สะดวกเหมือนเมื่อก่อน

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นั้นไม่ชื่อเสียงไม่ต้องสงสัย เพราะเป็นถึงอดีตนายกรฐมนตรี เคยเป็นผู้นำประเทศ โดยพาพรรคความหวังใหม่กวาดที่นั่ง ส.ส. ในสภามาเป็นอันดับหนึ่งเมื่อครั้งการเลือกตั้งปี 2539

“บิ๊กจิ๋ว” นั้นเป็นนายทหารที่ได้ชื่อว่าก้าวมาตามระบอบประชาธิปไตย เขาจบโรงเรียนนายร้อย จปร. เมื่อปี 2496 โดยบทบาททางทหารของ พล.อ.ชวลิตนั้นมีมาอย่างต่อเนื่องโดยเป็นหนึ่งในคณะนายทหารที่ไปเจรจากับเติ้ง เสี่ยวผิง ผู้นำของจีนในช่วงสงครามเย็น โดยจีนตัดสินใจเลิกให้ที่พักพิงกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย และยังได้สนันสนุนยุทโธปกรณ์จำนวนหนึ่งให้แก่กองทัพไทยและตัดสินใจก่อสงครามกับเวียดนาม โดยพันเอกชวลิต ยงใจยุทธได้รับเกียรติจากกองทัพจีนให้ยิงปืนใหญ่นัดแรกจากกว่างซีเข้าสู่ดินแดนเวียดนาม ทำให้เวียดนามต้องถอนกำลังจากกัมพูชาเพื่อไปต้านการรุกรานจากจีน

“บิ๊กจิ๋ว” เป็น ผบ.ทบ. ตั้งแต่ปี 2529 - 2533 และควบตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารสูงสุดตั้งแต่ปี 2530 -2533 ซึ่งในช่วงนั้นถือว่าเป็นผู้ที่อำนาจและบทบาททางการเมืองอย่างยิ่ง ด้วยการเมืองยุคนั้นหลายคนเสนอให้เขาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ พล.อ.ชวลิต เลือกที่จะออกมาตั้งพรรคความหวังใหม่ และในช่วงพฤษภาทมิฬเขาก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ร่วมปราศรัยต่อต้าน พล.อ.สุจินดา คราประยูร และในปี 2539 พรรคความหวังใหม่ของเขาก็ได้รับการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง 125 เสียง เฉือนชนะอันดับสองอย่างประชาธิปัตย์ทีได้ 123 เสียง และเขาก็ได้เป็นนายกฯ

นโยบายที่เป็นที่จดจำคือโครงการ “อิสานเขียว”

นอกจากนี้หลายคนยังเรียกขานเขว่า “พ่อใหญ่” อันเป็นคำที่แสดงความเคารพของคนอิสาน

แต่ก็ไม่ใช่มีแต่ด้านสดชื่น เพราะในวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 เขาตกเป็นจำเลยของสังคมจนต้องลาออกจากตำแหน่ง พร้อมๆกับข้อกล่าวหาว่าทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ แต่หลังจากนั้นพขาก็กลับมาสู่การเมืองในพรรคไทยรักไทย และเป็นรองนายกฯสมัย “ทักษิณ ชินวัตร”
“พ่อใหญ่จิ๋ว” มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นระยะๆ และมีวาทะเด็ดๆเสมอเช่นการเสนอตัวเป็น “โซ่ข้อกลาง” ยามบ้านเมืองเกิดวิกฤต
เมื่อปี 2559 พล.อ.ชวลิต ประสบอุบัติเหตุหกล้มจนต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน

พล.อ.ชวลิตถูกระบุว่าแต่งงานมาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งที่สามมีคู่สมรสชื่อ “คุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ” หรือที่รู้จักกันในนาม “คุณหญิงหลุยส์”

“คุณหญิงหลุยส์” ปรากฏกายข้าง “พ่อใหญจิ๋ว” เสมอมาโดยเฉพาะยามที่เป็นนายกฯ แต่ที่คนจดจำคือความเป็นคนเชื่อถือโชคลาง โดยช่วงที่ประสบวิกฤตเศรษฐกิจการเมือง เธอก็เดินสายไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอพรเพื่อให้สามีและบ้านเมืองแคล้วคลาดปลอดภัย นอกจากนี้เวลาไปไหนมาไหนเธอมักจะอุ้มตุ๊กตาช้าง จนได้ฉายาว่า “คุณหญิงหลุยส์อุ้มช้าง”

สมัยสาวๆ เธอสวยมาก ส่วนหนึ่งเพราะเป็นลูกครึ่ง บิดาชื่อหลวงนรอัฎบัญชา ทหารเสนารักษ์ชาวดัตช์ กับภรรยาชื่อเครือวัลย์ ส่วนชื่อเล่นว่า “หลุยส์” มาจากชื่อของโจ หลุยส์ อดีตแชมป์โลกมวยสากลในรุ่นเฮฟวี่เวทที่บิดาชื่นชอบจึงนำมาตั้งเป็นชื่อเล่นบุตรสาว

โดยเมื่อครั้งยังแรกรุ่นเธอเป็นนางงามหลายเวทีไม่ว่าจะเป็น นางงามละโว้ นางงามตุ๊กตาทอง และรางวัลมิสทีนเอจประจำปี พ.ศ. 2497
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ก็มีข่าวคราวเกี่ยวกับ “พล.อ.ชวลิต” อีกครั้ง เมื่อทนายของเขาได้ขึ้นโรงพักเพื่อขอลงบันทึกประจำวันว่ามีคนแอบอ้างเป็นภรรยาน้อยไปเรี่ยไรเงิน และเรียกค่าวิ่งเต้นต่างๆ โดยใช้ภาพถ่ายคู่ไปแอบอ้างจนมีคนเชื่อและสูญเงินนับร้อยล้าน

ส่วน “อรทัย สรการ” เป็นใครนั้น ยังไม่สามารถระบุที่มาได้ชัดเจน แต่จากการสืบค้นทางอินเตอร์เน็ตพบว่าเมื่ปี 2560 เคยมีประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ว่าเมื่อ 29 พ.ย. 2559 ศาลล้มละลายกลางได้พิพากษาให้เธอเป็นบุคคลล้มละลาย หรือไม่

แต่มาวันนี้ ก็ปรากฏภาพ “พ่อใหญ่จิ๋ว” กับ “อรทัย สรการ” ที่ประกาศเริ่มชีวิตคู่ครั้งใหม่ ท่ามกลางสปอตไลท์จากทั้งสังคม!!

แชร์ข่าว :
Tags: