'ประยุทธ์' โว รบ.คสช.ปิดทองหลังองค์พระบัดนี้ล้นมาข้างหน้า

23 มิถุนายน 2561
5,539

"ประยุทธ์" โวรัฐบาลคสช.ปิดทองหลังองค์พระบัดนี้ล้นมาข้างหน้า จนประชาคมโลกประจักษ์เชิญไปเยือนเพียบ ระบุความสัมพันธ์ เพื่อนบ้านระดับดีเยี่ยม ฟื้นเกียรติประเทศจากรัฐล้มเหลว

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2561 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า ตนขอน้อมนำพระบรมราโชวาท ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานไว้ เมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา เกี่ยวกับเรื่องของการปิดทองหลังพระใจความตอนหนึ่งว่า การทำงานด้วยใจรัก ต้องหวังผลงานนั้นเป็นสำคัญ แม้จะไม่มีใครรู้ ใครเห็น ก็ไม่น่าวิตก เพราะผลสำเร็จนั้น จะเป็นประจักษ์พยานที่มั่นคง ที่ต้องนำมากล่าวในวันนี้นั้นก็เนื่องจากจะบอกว่า ระยะเวลา 4 ปีของ คสช. ที่บริหารราชการแผ่นดินมา สามารถนำความสุขคืนสู่ปวงชนชาวไทยได้ตามที่มุ่งหวัง และตั้งใจไว้ ในช่วงแรกที่มาของคสช. อาจไม่เป็นที่ยอมรับจากนานาอารยประเทศถึงแม้ว่าจะไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ก็ตามแต่ในวันนี้ รัฐบาล และคสช.ก็ได้พยายามพิสูจน์ให้เห็นถึงความจริงใจอันบริสุทธิ์

"ผลงานที่ผ่านมา ไม่ได้สำเร็จทั้งหมดก็เป็นธรรมดาของการทำงานที่จะต้องมีอุปสรรค แต่ก็ต้องได้รับการยอมรับ ทั้งจากประชาชนของเราเอง จากประชาคมโลกในที่สุด ทองเนื้อเก้าที่รัฐบาลและคสช. เพียรติดหลังองค์พระ บัดนี้ก็ได้ล้นมาข้างหน้า จนประชาคมโลกได้ประจักษ์ ที่ผ่านมาผมได้รับเชิญให้ไปเยือนญี่ปุ่น จีน รัสเซีย สหรัฐอเมริกา และอินเดีย อย่างเป็นทางการ ด้วยความเชื่อมั่น ไว้ใจ และจริงใจต่อกัน และวันนี้ภายหลังจากที่สหภาพยุโรป มีมติข้อผ่อนปรนให้แก่ประเทศไทยของเรา ก็ได้เปิดโอกาสให้เรา สามารถเดินหน้าสานต่อความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ได้

นายกฯ กล่าวว่า ปัจจุบัน อยากจะกล่าวว่า ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านของเรานั้น อยู่ในระดับดีเยี่ยมที่สุดในรอบหลายปี ชายแดนสงบสุข มีการเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มขึ้น ทั้งกับเมียนมา และกัมพูชา เปิดโอกาสให้ประชาชนไปมาหาสู่กันมากขึ้น การค้าขายตามแนวชายแดนขยายตัวมากขึ้น นอกจากนี้ แม้ว่าบริบทการต่างประเทศจะมีการแข่งขันกันสูงมาก แต่เราก็สามารถดำเนินนโยบายต่างประเทศได้อย่างสมดุล โดยมีปฏิสัมพันธ์กับนานาประเทศทั่วโลก สะท้อนให้เห็นว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมานั้นรัฐบาลได้ฟื้นฟูเกียรติภูมิของประเทศ ให้รอดพ้นจากสภาวะรัฐล้มเหลวเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับจากประชาคมโลก เพิ่มมาโดยลำดับ

นายกฯ กล่าวว่า ดังนั้น ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศอย่างเต็มกำลัง รวมทั้งกระชับความสัมพันธ์กับประเทศต่าง ๆ เพื่อวางรากฐานด้านการต่างประเทศให้มีความเข้มแข็งสามารถช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า โดยในอนาคตอันใกล้ ไทยจะเป็นประธานอาเซียนในปี 2562 และเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอด APEในปี 2565 โดยทั้ง 2 โอกาสจะเป็นเวทีให้ไทยผลักดันความร่วมมือที่จะเป็นประโยชน์ต่อไทยและภูมิภาคในภาพรวม เพื่อให้ทุกฝ่าย เติบโตไปพร้อมกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง

"ผมขอฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกคนทุกฝ่ายรวมทั้งข้าราชการและทุกภาคส่วน เราทุกคนล้วนมีบทบาท หน้าที่ และความสำคัญ ต่อการพัฒนาประเทศ ทั้งสิ้น ไม่ว่า จะเป็นทางใดทางหนึ่ง การปิดทองหลังพระหรือการทำหน้าที่ปกติก็ตาม ผมอยากบอกว่า เราไม่สามารถทำให้ถูกใจใครทั้งหมด แต่เราสามารถทำให้ดีที่สุดได้ ตราบใดที่เรามีความเชื่อและศรัทธา ว่าสิ่งที่เรากำลังทำนั้น ถูกแล้ว ควรแล้ว เพื่อประเทศชาติและประชาชนของเรา" นายกฯ กล่าว


แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง