เผย 10 สายงานที่มีความต้องการแรงงานมากที่สุด 

13 มิถุนายน 2561
2,034

“จ๊อบไทย” เผยสถานการณ์แรงงานในช่วงครึ่งหลังปี 2561 คาดงานขายยังครองแชมป์ 10 สายงานที่มีความต้องการแรงงานมากที่สุด 

“จ๊อบไทย” เผยสถานการณ์แรงงานในช่วงครึ่งหลังปี 2561 คาดงานขายยังครองแชมป์ 10 สายงานที่มีความต้องการแรงงานมากที่สุด 

จ๊อบไทยดอทคอม (JobThai.com) เว็บไซต์หางาน สมัครงาน อันดับ 1 ของประเทศไทย คาดการณ์ภาพรวมสถานการณ์แรงงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2561 จากการวิเคราะห์ฐานข้อมูลของเว็บไซต์ตั้งแต่ปี 2016 จนถึงปัจจุบัน พบ 10 สายงานที่คาดว่าต้องการแรงงานมากที่สุด ได้แก่ 1) ขาย จำนวน 17,000 – 21,000 อัตรา ตามมาด้วย 2) ช่างเทคนิค จำนวน 9,000 – 11,500 อัตรา 3) ผลิต/ควบคุมคุณภาพ จำนวน 8,000 – 9,800 อัตรา 4) บริการลูกค้า จำนวน 5,800 – 7,000 อัตรา 5) บัญชี/การเงิน จำนวน 5,000 – 6,500 อัตรา 6) ธุรการ/จัดซื้อ จำนวน 4,800 – 5,900 อัตรา 7) วิศวกรรม จำนวน 4,600 – 5,700 อัตรา 8) อาหารและเครื่องดื่ม จำนวน 3,900 – 4,700 อัตรา 9) คอมพิวเตอร์/ไอที จำนวน 3,200 – 3,900 อัตรา และ 10) โลจิสติกส์และซัพพลายเชน จำนวน 2,900 – 3,500 อัตรา ตามลำดับ ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ประจำเดือนเมษายน 2561 ที่พบว่าความต้องการแรงงานของภาคการผลิต ภาคขนส่ง ตลอดจนภาคการบริการมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการเว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม (JobThai.com) กล่าวว่า สถานการณ์แรงงานไทยจากผลสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ประจำเดือนเมษายน 2561 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าประเทศไทยมีความต้องการแรงงานในกลุ่มของภาคการผลิต ภาคขนส่ง ตลอดจนภาคการบริการ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว สอดคล้องไปกับสถานการณ์ปัจจุบันของเศรษฐกิจประเทศไทยที่อยู่ในช่วงกำลังฟื้นตัว ด้วยเหตุนี้ เว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม ในฐานะผู้นำด้านเว็บไซต์หางาน สมัครงาน อันดับ 1 ของประเทศไทย ที่มีผู้ลงทะเบียนฝากประวัติกว่า 1.4 ล้านคน และมีจำนวนงานจากบริษัทชั้นนำกว่า 90,000 อัตรา จึงได้ทำการวิเคราะห์รวบรวมจากฐานข้อมูลของเว็บไซต์ เพื่อรายงานสถานการณ์ความต้องการแรงงานแบบภาพรวมในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 พบว่ามี 10 สายงานที่มีความต้องการแรงงานมากที่สุด ได้แก่

1. ขาย จำนวน 17,000 – 21,000 อัตรา
2. ช่างเทคนิค จำนวน 9,000 – 11,500 อัตรา
3. ผลิต/ควบคุมคุณภาพ จำนวน 8,000 – 9,800 อัตรา
4. บริการลูกค้า จำนวน 5,800 – 7,000 อัตรา
5. บัญชี/การเงิน จำนวน 5,000 – 6,500 อัตรา
6. ธุรการ/จัดซื้อ จำนวน 4,800 – 5,900 อัตรา
7. วิศวกรรม จำนวน 4,600 – 5,700 อัตรา
8. อาหารและเครื่องดื่ม จำนวน 3,900 – 4,700 อัตรา
9. คอมพิวเตอร์/ไอที จำนวน 3,200 – 3,900 อัตรา
10. โลจิสติกส์และซัพพลายเชน จำนวน 2,900 – 3,500 อัตรา

นางสาวแสงเดือน กล่าวเสริมว่า ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยยังคงเป็นภาคส่งออก ภาคท่องเที่ยว การบริโภคของภาคเอกชน และการลงทุนของภาครัฐในโครงการสำคัญต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงการ EEC ที่คาดว่าจะปิดประมูลเสร็จในไตรมาส 2 ซึ่งจะทำให้ครึ่งปีหลังเริ่มมีนักลงทุนเข้ามามากขึ้น รวมถึงมาตการช่วยเหลือจากภาครัฐในโครงการต่าง ๆ ก็เริ่มทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการบริโภคของประชาชน ขณะที่ภาคส่งออกและภาคบริการก็ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งจากในประเทศและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยคาดว่าครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มที่เป็นบวก ซึ่งการขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลต่อความต้องการแรงงานไทยในอนาคตเพื่อมารองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม จากฐานข้อมูลของเว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอมยังมีตำแหน่งงานจากบริษัทชั้นนำทั่วประเทศอีกมากมาย สำหรับผู้ที่ต้องการหางาน สมัครงาน สามารถใช้บริการของจ๊อบไทยดอทคอมผ่านระบบ Advanced Search ซึ่งเป็นระบบค้นหางานแบบละเอียดที่ผู้ใช้บริการสามารถระบุจังหวัดหรือสถานที่ปฏิบัติงาน อาชีพ และประเภทธุรกิจที่ต้องการ อีกทั้งยังสามารถใส่คำที่ต้องการค้นหา (Keyword) เพิ่มเติมสำหรับการค้นหาเฉพาะ นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการทำงานในเขตนิคมอุตสาหกรรม ก็สามารถใช้งานผ่านระบบ Industrial Estate Job Locator ซึ่งเป็นระบบค้นหางานแบบเจาะลึกในเขตนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้หางานและองค์กรต่าง ๆ ที่อยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรม โดยในปัจจุบันจ๊อบไทยดอทคอมมีงานครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมกว่า 90,000 อัตรา 130 อาชีพ จาก 40 กลุ่มธุรกิจ ซึ่งระบบการหางานของจ๊อบไทยดอทคอมเป็นระบบที่ทันสมัย สามารถตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการทั้งผู้หางาน และบริษัทที่ต้องการสรรหาบุคลากรอย่างเต็มรูปแบบ นางสาวแสงเดือน กล่าวทิ้งท้าย

แชร์ข่าว :
Tags: