(สกู๊ป) "อังกฤษ"เลือดใหม่กับบททดสอบในฟุตบอลโลก

12 มิถุนายน 2561
1,659

เป็นที่ทราบกันดีว่า ทีมชาติอังกฤษ ถือว่าเป็นทีมขวัญใจมหาชนของแฟนบอลทั่วโลก เนื่องจากหลายคนคุ้นชินกับการรับชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

     จนส่งผลให้ “สิงโตคำราม” ได้รับการติดตามสืบเนื่องมาจากฟุตบอลลีก ซึ่งนักเตะของทีมชาติอังกฤษหลายคนก็เป็นแข้งที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเป็นไอดอลของใครหลายคนตั้งแต่สมัยอดีตมาจนถึงปัจจุบัน เช่น อลัน เชียร์เรอร์, เดวิด เบ็คแฮม, ไมเคิล โอเว่น, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, เดวิด ซีแมน และแฟรงค์ แลมพาร์ด เป็นต้น

     อย่างไรก็ตามไม่น่าเชื่อว่าทีม “ทรี ไลอ้อนส์” ซึ่งรายล้อมไปด้วยในเตะชื่อก้องในทุกยุคจะเคยคว้าแชมป์โลกได้เพียง 1 ครั้งจากการลงเล่น 14 ครั้ง คือในปี 1966 ที่เอาชนะ เยอรมัน ได้ 4-2 ในสมัยที่ตนเองเป็นเจ้าภาพ
ขณะที่ในฟุตบอลโลกครั้งนี้อังกฤษต้องมีเรื่องที่ต้องพิสูจน์ตัวเองหลายต่อหลายอย่าง ทั้งกุนซือประสบการณ์น้อย, แข้งดาวรุ่งที่ยังไม่เคยสัมผัสทัวร์นาเมนต์ใหญ่ และการที่มักชอบตกม้าตายในการแข่งขันรายการสำคัญๆ เพื่อพาทีมหยิบโทรฟีเวิลด์ คัพ มาครองเป็นสมัยที่ 2

รายชื่อ 23 นักเตะ
     สำหรับรายชื่อ 23 คนสุดท้ายของทีมชาติอังกฤษในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ ได้รับเสียงวิจารณ์ในแง่ลบเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่มีชื่อของแข้งดาวดังหลายคน ทั้ง แจ็ค วิลเชียร์,โจ ฮาร์ท, ไรอัน เบอร์ทราน, คริส สมอล์ลิง และอดัม ลัลลานา แต่กลับมีชื่อของดาวรุ่งหลายคน เช่น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ติดทีมมาด้วย
ผู้รักษาประตู : แจ็ค บัตแลนด์, จอร์แดน พิคฟอร์ด, นิค โป๊ป
กองหลัง : เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, แกรี่ เคฮิลล์, ฟาเบียน เดลฟ์, ฟิล โจนส์, แฮร์รี่ แม็คไกว์, แดนนี่ โรส, จอห์น สโตนส์, คีแลน ทริปเปียร์, ไคล์ วอล์คเกอร์, แอชลีย์ ยัง
กองกลาง : เดเล่ อัลลี, เอริค ดายเออร์, จอนแดน เฮนเดอร์สัน, เจสซี่ ลินการ์ด, รูเบน ลอฟตัส-ชีค
กองหน้า : แฮร์รี่ เคน, เจมี่ วาร์ดี, มาร์คัส แรซฟอร์ด, ราฮีม สเตอร์ลิง และแดนนี่ เวลเบ็ค

โค้ช : แกเร็ธ เซาธ์เกต
    จากอดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ ที่เคยผ่านสมรภูมิฟุตบอลโลกมาแล้ว 2 ครั้งในฐานะนักเตะอาชีพคือในปี 1998 และ2002 แต่ไม่สามารถช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จ ซึ่งปัจจุบันผันตัวมารับบทบาทเป็นเฮดโค้ชผู้นำทีมชาติไปลุยศึกเวิลด์ คัพ 2018
     สำหรับเทรนเนอร์วัย 47 ปีรายนี้ ตั้งแต่ปี 2016 โดยเข้ามาเป็นกุนซือรักษาการณ์แทนที่ แซม อัลลาไดซ์ ที่คุมทีมได้เพียง 1 เกม ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้คุมทีมอย่างถาวนในเวลาต่อมา
    เซาธ์เกต พาทีม “ทรี ไลอ้อนส์” ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยชนะได้ถึง 7 เกม เสมอ 6 เกม และแพ้เพียง 2 เกมหลัง เซาท์เกธ เข้ามาคุมทีมอย่างเป็นทางการ พร้อมผ่านเข้าสู้รอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก จากการเป็นแชมป์กลุ่มเอฟหลังเก็บ 26 แต้ม จาก 10 เกม พร้อมทำสถิติไม่แพ้ทีมใดอีกด้วย
     โดยจุดเด่นของกุนซือรายนี้คือการเน้นใช้นักเตะดาวรุ่งเป็นหลัก เนื่องจากเคยทำงานกับชุดยู-21 มาก่อนทำให้ เซาธ์เกต มีศักยภาพในการกระตุ้น รวมถึงดึงพลังแฝงของเหล่านักเตะดาวโรจน์ออกมา นอกจากนั้นยังเปลี่ยนสไตล์การเล่นของทีมที่ก่อนหน้านี้เน้นการเปิดเกมบุกมาเล่นแบบรัดกุม แล้วเน้นจังหวะโต้กลับแทน ซึ่งที่ผ่านมาก็ถือว่าทำได้ดีในระดับนึง
    อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายยังเป็นกังวลว่าด้วยประสบการณ์ของเฮดโค้ชรายนี้ในรายการใหญ่ รวมถึงทัพนักเตะทั้ง 23 คน ที่มีนักเตะดาวรุ่งมากเกินไปจะทำให้ทีมเสียกระบวน และตกรอบแรกๆเหมือนทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆที่ผ่านมาหรือไม่ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ เซาธ์เกต ต้องพิสูจน์ให้แฟนบอลทั่วโลกได้เห็นในเวิลด์ คัพ ครั้งนี้

สตาร์ประจำทีม : แฮร์รี่ เคน
    สำหรับทีมชาติอังกฤษขาดกองหน้าที่เป็นเพชรฆาตไปนานนับตั้งแต่หมดยุคของ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน, แกร์รี่ ลินิเกอร์, อลัน เชียร์เรอร์ และไมเคิล โอเว่น ซึ่งหลังจากนั้นก็ยังไม่มีหัวหอกตัวความหวังของทีมที่จะฝากความหวังไว้ได้
อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่การขึ้นมาของ แฮร์รี่ เคน กองหน้าของทีมท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่ยิงได้รวมกันถึง 135 ประตู ตลอดการลงเล่นสี่ฤดูกาลหลังสุด พร้อมติดทีมชาติมาตั้งแต่ชุด U17, U19, U20, U21 เรื่อยมาจนถึงทีมชุดใหญ่ “สิงโตคำราม” ก็ดูจะมีความหวังในการทวงคืนความยิ่งใหญ่มากขึ้น
    แข้งวัย 24 ปี ถือว่าเป็นกองหน้าที่มีพิษสงรอบด้าน ทั้งมีความเร็วในการเลี้ยงบอล, ยิงได้ 2 เท้า รวมถึงมีความแข้งแกร่งในลูกกลางอากาศทำให้เขาทำประตูในนามทีมชาติได้อย่างเป็นกอบเป็นกำด้วยการยิง 13 ประตูจาก 24 นัด
โดยในฟุตบอลโลกครั้งนี้สิ่งที่ทำให้เจ้าตัวได้รับการจับตามองมากขึ้นไปอีก เพราะเขาได้รับความไว้วางใจเป็นกัปตันทีมของทัพ “ทรี ไลออนส์” ซึ่งถือเป็นหน้าที่อันใหญ่หลวงสำหรับศึกเวิลด์ คัพ ครั้งแรกของตนเอง หลังไม่สามารถงัดฟอร์เก่งในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งแรกของตนเองอย่างศึกยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศสได้ ดังนั้นถือเป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าเขาจะก้าวผ่านความกดดัน และขึ้นไปเป็นนักเตะชั้้นนำของดลกได้หรือไม่
    ขณะที่ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า “แฮร์รี มีคุณสมบัติส่วนตัวบางอย่างที่ยอดเยี่ยม เขามีควาามเป็นมืออาชีพ รวมถึงและมีการตั้งมาตรฐานให้ตัวเองทุกวันซึ่งนั่นคือหนึ่งในสิ่งที่สำคัญซึ่งกัปตันทีมควรจะมี”

     และทั้งหมดนี้คือการตรวจความพร้อมของทีมมหาชนอย่างทัพ “สิงโตคำราม” ซึ่งเชื่อว่ามีหลายคนให้กำลังใจพวกเขาอยู่ฟุตบอลโลก 2018 ดังกล่าว ซึ่งต้องมาดูกันว่าสุดท้ายแล้วทีมชาติอังกฤษจะทำผลงานได้ดีจนสร้างเซอร์ไพรซ์หยิบแชมป์โลกมาครองได้หรือไม่

  • 1/3
  • 2/3
  • 3/3
แชร์ข่าว :
Tags: