การรถไฟฯ เตรียมเปิดทดลองให้บริการรถไฟทางคู่ 9 สถานีแรก ต.ค.นี้

31 มีนาคม 2561
12,314

การรถไฟฯ เผย ความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ - ขอนแก่น เตรียมเปิดทดลองให้บริการ 9 สถานีแรก ช่วงเดือนตุลาคมปีนี้

วานนี้ (30 มี.ค. 61) การรถไฟฯ นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่โครงการรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ - ขอนแก่น ที่สถานีบ้านกระโดน และสถานีขอนแก่น โดยมีนายวรรณนพ ไพศาลพงศ์ รองวิศวกรใหญ่ด้านก่อสร้าง ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง การรถไฟฯ นำคณะเยี่ยมชมโครงการ


โครงการรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ - ขอนแก่น มีระยะทางรวม 187 กิโลเมตร วงเงินงบประมาณก่อสร้าง จำนวน 23,430,000,000 บาท งานก่อสร้างประกอบด้วย การก่อสร้างระบบทางคู่ พื้นที่ลานกองสินค้า (Container yard หรือ CY ) ที่สถานีบ้านกระโดน สถานีบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา สถานีท่าพระ จังหวัดขอนแก่น และสถานีรถไฟจำนวน 18 แห่ง ขณะนี้ภาพรวมของโครงการมีความคืบหน้าแล้วร้อยละ 57.8 ล่าช้ากว่าแผนร้อยละ 0.1 และมีกำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 คาดว่าจะสามารถก่อสร้างได้แล้วเสร็จตามที่ตั้งเป้าไว้


สำหรับสถานีที่มีการก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 90 มีทั้งหมด 9 สถานี และที่หยุดรถ 2 แห่ง รวมทั้งหมด 11 แห่ง ประกอบด้วย 1.สถานีบ้านเกาะ 2.สถานีบ้านกระโดน 3.สถานีหนองแมว 4.สถานีโนนสูง 5.สถานีบ้างดงหลอง 6.สถานีบ้านมะคำ 7.สถานีพลสงคราม 8.สถานีบ้านดอนใหญ่ 9.สถานีเมืองคง 10.ที่หยุดรถบ้านหนองกันงา 11.ที่หยุดรถเนินถั่วแปป ซึ่งในช่วงเดือนตุลาคม 2561 จะทำการทดสอบระบบเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดใช้งานจริง


นอกจากนั้น การก่อสร้างสถานีขอนแก่น ซึ่งเป็นสถานีสุดท้ายในโครงการฯ ขณะนี้มีความคืบหน้าการก่อสร้างประมาณร้อยละ 70 ซึ่งเป็นสถานีรถไฟยกระดับ มีความยาวทางยกระดับ 5.2 กิโลเมตร สูงกว่าพื้นดินเฉลี่ย 10 เมตร ชั้นล่างประกอบด้วยห้องจำหน่ายตั๋ว พื้นที่เชิงพาณิชย์ และห้องควบคุมการเดินรถที่มีระบบที่ทันสมัย สามารถสั่งการและติดตาม คำนวณการเดินรถในเส้นทาง ส่วนชั้นที่สองจะเป็นชานชาลาสำหรับผู้โดยสาร โดยโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงชุมทางจิระ - ขอนแก่น ได้เตรียมพื้นที่ เพื่อรองรับการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงในอนาคต ทั้งนี้จะมีการทดสอบระบบทั้งหมดของสถานีภายในเดือนธันวาคมนี้


อย่างไรก็ตาม หากโครงการนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางจากชุมทางถนนจิระ - ขอนแก่น จาก 3 ชั่วโมง เหลือ 1 ชั่วโมง 20 นาที และช่วยลดเวลาการขนส่งสินค้าจากเดิม 6 ชั่วโมง เหลือเพียง 2 ชั่วโมง 30 นาที นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าจาก 4 แสนตันต่อปีเป็น 4 ล้านตันต่อปี และสามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นจาก 2 ล้านคนต่อปีเป็น 10 ล้านคนต่อปี

  • 1/1
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง