ศาลสั่งกำชับผู้ว่าฯกทม.-ผอ.เขตประเวศ คุ้มครองบ้านป้าทุบรถ

7 มีนาคม 2561
3,150

ศาลสั่งกำชับผู้ว่าฯกทม.-ผอ.เขตประเวศ คุมเข้มตลาดนัดเสรีวิลล่า หลังไต่สวนพบไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลปี 56 ครบถ้วน เตือนหากยังละเลยไต่สวนซ้ำโทษหนัก ตามก.ม.

เมื่อวันที่ 7 มี.ค.61 เวลา 18.30 น. ศาลปกครองกลางแผนกคดีสิ่งแวดล้อม ได้มีคำสั่งเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครอง ในคดีหมายเลขดำที่ ส.1/2555 ที่ น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ กับพวกซึ่งมีบ้านพักอาศัยในหมู่บ้านเสรีวิลล่า ย่านประเวศ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่มีตลาดนัดมาเปิดบริเวณรอบหมู่บ้าน ร่วมกันยื่นฟ้อง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร , ผอ.เขตประเวศ , สำนักงานเขตประเวศ และกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1- 4 และมีนายสุกิจ นามวรกานต์ กับพวกรวม 7 คนซึ่งเป็นผู้บริหารตลาดนัด ร่วมเป็นผู้ร้องสอดที่มีส่วนได้ส่วนในคดี

โดยคดีนี้ ผู้ฟ้องทั้ง 4 รายฟ้องว่า ผู้ฟ้องพักอาศัยที่บ้านพัก ในหมู่บ้านเสรีวิลล่า แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. ซึ่งบ้านดังกล่าวปลูกสร้างอยู่บนที่ดินจัดสรรเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยได้รับความเดือดร้อนรำคาญและเสียหายจากการก่อสร้างอาคารเพื่อประกอบกิจการตลาดรอบบ้านพักอาศัย ทำให้ได้รับผลกระทบจากมลภาวะทางอากาศ , เสียงดัง , กลิ่นเหม็นและน้ำเสียจากการทำตลาดผิดกฎหมายดังกล่าว ผู้ฟ้องจึงมีหนังสือร้องเรียนไปยังผู้ถูกฟ้องทั้ง 4 รายแล้วแต่ไม่ได้รับการเยียวยาแก้ไขปัญหา

ผู้ฟ้องจึงต้องนำคดีมาฟ้องศาล ขอให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างอาคารและควบคุมการประกอบกิจการตลาดในบริเวณพื้นที่ที่พิพาททั้งหมด รวมทั้งขอให้ผู้ถูกฟ้องทั้ง 4 รายช่ดใช้ค่าเสียหายด้วย

ซึ่งศาลได้รับคำฟ้องไว้พิจารณาและมีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา เมื่อวันที่ 1 ส.ค.56 ให้ "ผู้ว่าฯ กทม" ผู้ถูกฟ้องที่ 1 โดย "ผอ.เขตประเวศ" ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 และพระราชบัญญัติอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ให้ผู้ใดก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้ฟ้องทั้ง 4 รายอันเกิดจากการจัดตั้งตลาดในพื้นที่ที่เป็นมูลคดีพิพาทไว้ชั่วคราวก่อนการพิพากษา จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

โดยผู้ถูกฟ้องทั้ง 4 ราย ก็ได้รับแจ้งคำสั่งศาลโดยชอบแล้วตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค.56 แต่ระหว่างการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล "สำนักบังคับคดีปกครอง" ก็ได้มีบันทึกรายงานผลการปฏิบัติตามคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาดังกล่าว แจ้งว่า "ผู้ว่าฯ กทม" ผู้ถูกฟ้องที่ 1 และ "ผอ.เขตประเวศ" ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามคำสั่งศาล

ดังนั้นล่าสุด ศาลจึงมีคำสั่งเรียกคู่กรณีมาให้ถ้อยคำ ในการไต่สวนเมื่อวันที่ 2 มี.ค.61 ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบว่า ผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครองล่าช้าเกินสมควรหรือไม่ อย่างไร

ซึ่งข้อเท็จจริง ปรากฏจากการไต่สวนและคำชี้แจงของ "ผู้ว่าฯ กทม" ผู้ถูกฟ้องที่ 1 และ "ผอ.เขตประเวศ" ผู้ถูกฟ้องที่ 2 เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า การปฏิบัติตามคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาของผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 เป็นการปฏิบัติล่าช้าเกินสมควรจริง

แต่ในกรณีของ "ผู้ว่าฯ กทม." ผู้ถูกฟ้องที่ 1 ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าเป็นการปฏิบัติล่าช้าที่เป็นไปโดยไม่มีเหตุสมควร

ส่วนกรณีของ " ผอ.เขตประเวศ" ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ตามพฤตกิารณ์แห่งคดี ประกอบกับการไต่สวนข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งศาลล่าช้าเกินสมควรโดยไม่มีเหตุอันสมควร

ดังนั้นในวันนี้ (7 มี.ค.) "ศาลปกครองกลาง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม" จึงมีคำสั่งดังนี้

1. กำชับเตือน "ผู้ว่าฯ กทม" ผู้ถูกฟ้องที่ 1 และ "ผอ.เขตประเวศ" ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ปฏิบัติตามคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา ที่ลงวันที่ 1 ส.ค.56 อย่างเคร่งครัด ที่ให้ผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 และพระราชบัญญัติอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ให้ผู้ใดก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้ฟ้องทั้ง 4 รายอันเกิดจากการจัดตั้งตลาดในพื้นที่ที่เป็นมูลคดีพิพาทไว้ชั่วคราวก่อนการพิพากษา จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ทั้งนี้ ถ้าหากยังปรากฏข้อเท็จจริงต่อศาลอีกว่า"ผู้ว่าฯ กทม" ผู้ถูกฟ้องที่ 1 และ "ผอ.เขตประเวศ" ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ไม่ได้ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครองให้ถูกต้องครบถ้วน หรือปฏิบัติล่าช้าเกินสมควร ศาลอาจมีคำสั่งไต่สวนอีกเพื่อพิจารณาและมีคำสั่งตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 8 ) พ.ศ.2559 มาตรา 75/4 วรรคหนึ่ง และวรรคสี่ ต่อไป

2. "ผอ.เขตประเวศ" ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ชำระค่าปรับต่อศาลปกครอง เป็นเงิน 5,000 บาทด้วย ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งศาลนี้ หากไม่ชำระค่าปรับ ศาลอาจมีคำสั่งให้มีการบังคับคดีกับทรัพย์สินของผู้ถูกฟ้องที่ 2 ตามพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 8 ) พ.ศ.2559 มาตรา 75/4 วรรคหนึ่ง , วรรคสามและวรรคสี่

3. ให้ "สำนักบังคับคดีปกครอง" ใช้อำนาจหน้าที่ในการติดตามผล ในการดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา ลงวันที่ 1 ส.ค.56 ของศาล และรายงานให้ศาลทราบด้วย

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง