ฟันธงรธน.ปี60 ตอกตะปูปิดฝาโลง 'กสม.' ชุดปัจจุบัน

12 กรกฎาคม 2560
838

"วัส" ฟันธงรธน.ปี60 ตอกตะปูปิดฝาโลง "กสม.ชุดปัจจุบัน" ลงสมัครใหม่ไม่ได้ ชี้ "กรธ." เล่นเกมลับลวงพรางหวังเซ็ตซีโร่

นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวถึงกระแสข่าวจะให้ กสม.ชุดปัจจุบันลงสมัครเข้ารับการสรรหาเป็น กสม.ใหม่ได้หลังจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผ่านร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่า ตนยืนยันว่า กสม.ชุดปัจจุบันไม่สามารถสมัครเข้ารับการสรรหาเป็น กสม.ใหม่ได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2550 สถานะ กสม. เป็นองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ แต่หลังจากวันที่ 6 เม.ย. 60 ที่รัฐธรรมนูญปี 2560 ใช้บังคับ กสม. มีสถานะเป็น 1 ใน 5 องค์กรอิสระ ซึ่งมีบทบัญญัติห้าม กสม. ไปเป็นกรรมการในองค์กรอิสระอื่น และเหตุผลอีกข้อหนึ่ง คือ รัฐธรรมนูญปี 2550 และ 2560 ต่างบัญญัติให้ กสม.ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว ถือได้ว่าเป็นการตอกตะปูปิดผาโลงในการสมัครใหม่

“การที่ กสม.ลงสมัครใหม่ไม่ได้ ถูกเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว จึงไม่อาจจะเขียนไว้ในกฎหมายลูกให้สมัครใหม่ได้ ข่าวที่ว่าให้สมัครใหม่ได้เป็นเพียงความเห็นในการตีความกฎหมายเท่านั้น โดยมีข่าวในทำนองนี้มาระยะหนึ่งก่อนหน้านี้แล้ว แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงมีการประโคมข่าวประเด็นนี้ในระยะนี้หนาหูขึ้น ไม่ทราบว่าจะมีเจตนาหลอกล่อให้ความหวังในการสมัครใหม่เพื่อลดกระแสคัดค้านเรื่องเซ็ตซีโร่หรือไม่ แต่ไม่ว่าผลของกฎหมายลูกจะเป็นอย่างไร ผมในฐานะส่วนตัวไม่ขอสมัครใหม่แน่นอน” นายวัส ระบุ

ประธาน กสม. กล่าวด้วยว่า ในระหว่างร่างกฎหมายลูก กรธ.ออกข่าวเรื่อยมาว่า กสม.ชุดปัจจุบันได้มาตามกฎหมายเก่าแตกต่างจากกฎหมายใหม่ทั้งเรื่องคุณสมบัติและกระบวนการสรรหา ไม่สอดคล้องกับหลักการสากลเกี่ยวกับกระบวนได้มาซึ่ง กสม. ที่ต้องมาจากความหลากหลายของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กสม.ชุดปัจจุบันก็มีปัญหาในการทำงาน และ กสม.ไทยถูกลดสถานะจาก เอ เป็น บี จึงจำเป็นต้องเซ็ตซีโร่ ส่วนเหตุผลในการเซ็ตซีโร่ที่เป็นทางการปรากฎอยู่ในตารางความเห็นและผลการพิจารณาในเอกสารประกอบร่าง พ.ร.ป. มีเพียงประการเดียว คือ วิธีการได้มาซึ่ง กสม.ชุดปัจจุบันยังไม่สอดคล้องกับหลักสากลเกี่ยวกับกระบวนการได้มาซึ่ง กสม.ที่ต้องมาจากความหลากหลายของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่จากข้อมูลขณะนี้ ทราบว่า กรธ.ไม่ใช้เหตุผลนี้ในการเซ็ตซีโร่ กสม.ชุดปัจจุบันอีกต่อไปแล้ว ซึ่งไม่ทราบว่า กรธ. จะใช้เหตุผลใด ไม่ว่าจะเหตุผลที่เป็นทางการหรือเหตุผลเบื้องหลังก็ตาม

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง