สามีเล่า-วงจรปิดยัน! เมียท้อง6เดือนพลัดตกตายคารางรถไฟฟ้า

19 มิถุนายน 2560
198,855

เปิดทุกมุมเศร้าสลด! สามีเล่า-วงจรปิดยัน เมียท้อง6เดือนพลัดตกเสียชีวิตคารางรถไฟฟ้า "แอร์พอร์ตลิงก์" สถานีทับช้าง เผยมีเงินประกันช่วยเหลือ 4 แสนบาท

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 19 มิถุนายน มีบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ “Airport Rail Link” ทวิตข้อความว่า “เวลา 07.00 น. สถานีบ้านทับช้างผู้โดยสารหญิงพลัดตกราง หยุดให้บริการเดินรถชั่วคราว ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งทำการช่วยเหลือ โปรดเผื่อเวลาการเดินทาง”

ต่อมาเวลา 08.36 น. หญิง(ยังไม่ทราบชื่อ) ที่พลัดตกไปในรางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์สถานีทับช้างได้เสียชีวิตเสียชีวิต ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดการเดินรถชั่วคราวเพื่อตรวจสอบ

และเวลา 09.15 น. วันเดียวกัน ร.ต.อ.ปรีชา บุญอารีย์ รอง สว. (สอบสวน) ส.รฟ.มักกะสัน กก.1 บก.รฟ. รับแจ้งเหตุมีผู้พลัดตกลงไปในรางรถไฟฟ้าสถานีบ้านทับช้าง แขวงและเขตประเวศ กทม. เป็นเหตุให้เสียชีวิต จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดมาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.ผล เจริญผล สว.ส.รฟ.มักกะสัน กก.1 บก.รฟ. นายวิสุทธิ์ จันมณี รักษาการกรรมการผู้อำนวยการบริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง รองกรรมการผู้อำนวยการบริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด แพทย์นิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ หน่วยแพทย์กู้ชีพรพ.ลาดกระบัง และมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุอยู่ชั้น 3 บนรางรถไฟฟ้าพบร่าง น.ส.รสรินทร์ เปลี่ยนหล้า อายุ 30 ปี ชาวจ.น่าน สภาพศพนอนคว่ำหน้า แขนขวาขาด สวมชุดคลุมท้องลายขวางสีน้ำเงินพาดขาว สวมรองเท้าแตะ ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ลูกชาย มีอายุครรภ์ประมาณ 6 เดือน ก่อนเกิดเหตุกำลังรอโดยสารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์เพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์หัวหมาก หน่วยแพทย์กู้ชีพรพ.ลาดกระบัง ได้เร่งกู้ชีพแต่ไม่เป็นผลเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากนั้นเวลา 11.15 น. นายวิสุทธิ์ เปิดเผยว่า แอร์พอร์ตลิ้งค์ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้โดยสารที่เสียชีวิต ซึ่งเมื่อเวลา 06.52 น. ทางเจ้าหน้าที่ชานชาลาได้กดปุ่มฉุกเฉิน ต่อมาเวลา 06.55 น. ได้รับแจ้งว่ามีผู้โดยสารได้ก้าวเดินออกมาจากหลังเส้นเหลืองแล้วพลัดตกลงไปในราง จนเกิดเหตุสลดดังกล่าว จากนั้นจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจชันสูตรพลิกศพ หลังจากชันสูตรเสร็จสิ้นแล้วได้ส่งศพผู้เสียชีวิตไปที่นิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เพื่อดำเนินการในขึ้นตอนต่อไป ส่วนเรื่องการรักษาความปลอดภัยได้คำนึงถึงความปลอดภัยโดยได้มีการกดปุ่มฉุกเฉินสำหรับพนักงานชานชาลา หากมีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น นอกจากนั้นในตัวรถไฟฟ้ามีการกดปุ่มเพื่อที่จะหยุดรถกะทันหันได้ทันทีเช่นกัน

“ในการรักษาความปลอดภัยเราได้คำนึงถึงเป็นลำดับแรก นอกจากนั้นได้ทำฉากกั้นชานชาลาซึ่งขณะนี้มีอยู่ที่สถานีสุวรรณภูมิอยู่แล้ว ส่วนสถานีอื่นๆ จะมีการติดตั้งในอนาคต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหาผู้รับเหมา คาดว่าเดือนเมษายน พ.ศ.2561 จะมีการเริ่มติดตั้งในสถานีแรกให้แล้วเสร็จ และสถานีอื่นอีก 7 สถานีจะทยอยติดตั้งให้แล้วเสร็จในลำดับต่อไป” นายวิสุทธิ์ กล่าว

นายวิสุทธิ์ เปิดเผยอีกว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า ผู้โดยสารได้อยู่หลังเส้นเหลืองก่อนจะก้าวเดินออกมา 3 ก้าว จากนั้นได้ตกลงไปในราง ขณะนั้นมีผู้โดยสารท่านอื่นยืนห่างจากผู้เสียชีวิตประมาณ 2 ฟุต จึงไม่มีใครอยู่ใกล้ที่จะเบียดได้ ในเบื้องต้นจะมีการเยียวยาช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในเรื่องของค่าทำศพ

ด้านนายสุเทพ กล่าวว่า ก่อนที่ผู้โดยสารจะตกลงไปนั้น ขบวนรถกำลังเข้ามาที่สถานีบ้านทับช้างระยะห่างประมาณ 50 เมตร ซึ่งการกดปุ่มฉุกเฉินเบรคกะทันหันต้องใช้ระยะห่างประมาณ 120-130 เมตร รถจึงจะหยุดนิ่ง ส่วนสาเหตุจะต้องรอผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทแอร์พอร์ตลิ้งค์มีประกันให้กับผู้โดยสารอยู่แล้วกรณีการเสียชีวิต โดยมีวงเงิน 400,000 บาท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่ผลของคดีที่ออกมา

นอกจากนี้ หลังจากที่ได้ผู้รับเหมาเรียบร้อยแล้วจะเริ่มการติดตั้งฉากกั้นชานชาลา โดยปกติจะทำการติดตั้งในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งในทีโออาร์ได้กำหนดเวลาให้ทำในระยะเวลา 3 ชั่วโมง ก็จะดำเนินการช่วยให้การทำฉากกั้นเสร็จรวดเร็วขึ้น โดยจะมีการปรับรูปแบบขบวนรถโดยไม่กระทบผู้โดยสาร และไม่กระทบต่อการซ่อมบำรุงราง ให้ช่างได้เข้ามำงานในพื้นที่ได้เร็วขึ้น ก็จะช่วยให้การสร้างฉากกั้นในสถานีที่เหลือเสร็จรวดเร็วขึ้น

ขณะที่ ร.ต.อ.ปรีชา กล่าวว่า เบื้องต้นจากการสอบปากคำ นายปิยะพงษ์ รอบคอบ สามีผู้เสียชีวิต ทราบว่า ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ ภรรยาแพ้ท้องหนัก และมีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะบ่อย โดยเมื่อช่วงเช้าสามีได้เดินทางมาส่งภรรยาที่สถานีรถไฟด้วยตนเอง ก่อนจะแยกไปทำงาน โดยได้ติดต่อทางไลน์ตลอด จนกระทั่งติดต่อไม่ได้ และมาทราบข่าวจากทางโซเชียลมีเดียว่าเกิดอุบัติเหตุ จึงย้อนกลับไปดูที่สถานีอีกครั้ง นอกจากนี้ตัวผู้เสียชีวิตเอง เวลายืนรอรถไฟฟ้าบนชานชลามักจะยืนออกมาเพียงลำพัง เพราะไม่อยากไปเบียดเสียดกับประชาชน เพราะกลัวถูกชนท้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้ในระยะไกลพอสมควร โดยผู้ตายยืนรอรถไฟฟ้ากับผู้โดยสารคนอื่นๆ ซึ่งยืนอยู่เป็นคนแรกด้านหน้า ระหว่างนั้นท่าทีเหมือนกับการชะโงกดูรถ ก่อนจะมีอาการคล้ายคนเสียหลักเดินถลาตกลงไปในราง ซึ่งศีรษะได้ไปกระแทกกับรางรถไฟฟ้าอย่างแรงจนแน่นิ่ง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่แพทย์นิติเวชบอกว่ากระโหลกผู้ตายเปิด ซึ่งผู้ตายน่าจะมีการดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์อย่างดี มีเข็มกลัดติดชุดคลุมท้องตามความเชื่ออย่างดี เตรียมผลไม้แอปเปิ้ลไว้รับประทานเพื่อเพิ่มวิตามินซีและยังเป็นอาหารที่มีเส้นใยทำให้ย่อยง่าย ประกอบกับดูวงจรปิดลักษณะเป็นการชะโงกดูแล้วน่าจะเกิดการเสียหลัก หรือหน้ามืดจนทำให้เกิดเหตุการดังกล่าวขึ้นได้

นอกจากนี้เมื่อเวลา 08.24 น. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่ายังมีเหตุการณ์เกี่ยวกับรถไฟฟ้าบีทีเอสอีกเหตุการณ์ โดยที่ชานชลาสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสช่องนนทรี ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงสีลม เขตบางรัก กทม. ได้เกิดเหตุขาของผู้โดยสารหลุดลงไปติดค้างช่องว่างระหว่างขบวนรถกับชานชาลาสถานีดังกล่าวบริเวณตู้ที่ 3 ประตู 2 ซึ่งเป็นช่วงกลางขบวน ทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำชานชาลาได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งนำขาของผู้โดยสารออกเป็นการเร่งด่วน

จากการตรวจสอบพบว่าเป็นหญิงวัยประมาณ 59 ปี ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าด้านซ้ายเล็กน้อย ขณะที่จะก้าวขาออกจากขบวนรถไฟฟ้าและเกิดพลาดขาหล่นลงไป ส่งผลให้การเดินรถไฟฟ้าสายสีลมล่าช้าไป 10 นาที ต่อมาเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน ทางสถานีรถไฟฟ้าสายสีลมได้เปิดให้ประชาชนใช้บริการได้ตามปกติแล้ว

แชร์ข่าว :
Tags: