เล่น บิตคอยน์? หรือลงทุน อสังหาริมทรัพย์?

เล่น บิตคอยน์? หรือลงทุน อสังหาริมทรัพย์?

เราจะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือเล่นบิตคอยน์ อย่างไหนให้ผลตอบแทนที่ดีกว่ากัน ความเสี่ยงอย่างไหนมากกว่ากัน โอกาสและอนาคตจะเป็นอย่างไร

การเล่นบิตคอยน์ถือเป็นเกมใหม่ที่เข้ากันได้กับคนหนุ่มสาว เพราะมีกรณีที่เกี่ยวเนื่องกับกฎ-กติกาใหม่ๆ ที่อาศัยคอมพิวเตอร์ในการประมวลผล มีลูกเล่นมากมายให้ดูทันสมัย สมกับการเป็นคนหนุ่มสาว ใครไม่เล่นอาจจะดูเชย ตกยุค

เลยชักจูงกันมาซื้อๆ ขายๆ เก็งกำไรไปวันๆ นั่งวิเคราะห์ราคากันไปเสมือนจะทำนายราคาได้จริง (แต่มักจะคาดการณ์ผิด) แต่ในอีกแง่หนึ่งบิตคอยน์ใช่ว่าจะเหมาะสมกับคนหนุ่มสาวเพราะอาจไม่ได้สร้างมูลค่าใดๆ

ประเด็นสำคัญประการหนึ่งของการทรงคุณค่าหรือมีมูลค่าที่แท้ของสิ่งใด ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น อสังหาริมทรัพย์ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการอยู่อาศัย เป็นสำคัญ เป็นศูนย์การค้า ฯลฯ แต่บิตคอยน์เขาถือเป็นแค่ “เงิน” ที่ไม่ได้มีคุณสมบัติแบบนี้ 

ในอินเดียที่รัฐปัญจาบ ซึ่งเป็นทางผ่านที่กองทัพของอเล็กซานเดอร์มหาราช หรือเจงกิสข่านที่มาตีอินเดีย ต้องผ่านรัฐนี้ ผู้คนได้สรุปบทเรียนจากสงครามว่า ผู้ชนะอาจขนเงินทองหรือทรัพย์สินอื่นรวมทั้งบผู้คนไปได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เอาไปไม่ได้ก็คืออสังหาริมทรัพย์

พวกแขกซิกข์ที่มารวยในกรุงเทพมหานครจึงมักสร้างอพาร์ตเมนต์หรือห้องชุดเก็บไว้มากมาย

หากพิจารณาในแง่ของหุ้น ราคาหุ้นขึ้นอยู่กับปัจจัยเบื้องหลัง ซึ่งก็คือการดำเนินกิจการของวิสาหกิจนั้นๆ ในการวิเคราะห์หุ้นจึงวิเคราะห์จากปัจจัยพื้นฐานซึ่งเป็นประเมินเพื่อหามูลค่าหุ้นโดยการวิเคราะห์ตัวแปร

เช่น ข้อมูลงบการเงิน อัตราส่วนกำไร เงินเฟ้อ นโยบายทางการเงินของรัฐ เป็นต้น เพื่อดูว่าราคาหุ้นนั้นควรเป็นเท่าไหร่ ราคาที่เป็นอยู่ทุกวันนี้สูงหรือต่ำเกินไปหรือไม่

แต่ในการวิเคราะห์เพื่อคาดการณ์ราคาบิตคอยน์ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) เป็นสำคัญ เพื่อประเมินดูทิศทางความเป็นไปได้ของราคาในอนาคต (อันใกล้)

เช่น อาจเป็นรูปแบบกราฟแท่งเทียน (Candlestick Pattern) โดยพิจารณา "แนวรับ-แนวต้าน" และการวิเคราะห์รูปแบบกราฟราคา (Chart Pattern) ซึ่งใช้เส้นแนวโน้มต่างๆ รวมทั้งการใช้เครื่องชี้วัดแบบ "ค่าเฉลี่ยของราคา" (Moving Average)

เล่น บิตคอยน์? หรือลงทุน อสังหาริมทรัพย์?

ในวงการอสังหาริมทรัพย์ เช่น ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ก็ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคในการคาดการณ์การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่แสดงถึงการฟื้นตัวหลังช่วงโควิด-19

โดยวิเคราะห์ได้ว่าจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ (y) จะเท่ากับ 0.3406x^2 – 10.79x +101.07 โดยที่ค่า R^2 อยู่ที่ 0.9395 (ซึ่งเชื่อถือได้สูงมาก) ซึ่งในห้วงที่ผ่านมาการฟื้นตัวก็ออกมาในลักษณะนี้จริง (ดูแผนภูมิ)

อย่างไรก็ตาม หากนำมาวิเคราะห์ราคาบิตคอยน์จะทำไม่ได้เพราะมีการแกว่งตัวของราคาสูงมาก

ปกติแล้วในการวิเคราะห์ความเสี่ยงอาจดูจากว่า ในวันที่ราคาต่ำสุดซึ่งคงเป็นราววันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 บิตคอยน์มีราคาที่ 593,132.00 บาท และหลังจากนั้น ราคาก็เพิ่มขึ้นโดยตลอด โดยราคาที่สูงที่สุดในช่วงวันที่ 8 เมษายน 2567 อยู่ที่ 2,671,034.16 บาท

ในระหว่าง 505 วันนี้ หากเฉลี่ยราคาก็จะอยู่ที่ 1,381,344.21 บาท ในขณะที่ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานอยู่ที่ 590,923.54 ทำให้ความเสี่ยงสูงถึง 43% (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน/ค่าเฉลี่ย) ซึ่งผู้เล่นพึงระวัง

เล่น บิตคอยน์? หรือลงทุน อสังหาริมทรัพย์?

ในอีกแง่มุมหนึ่ง หากพิจารณาจากว่าราคาสูงสุดในอดีตครั้งก่อนหน้าที่ 2,079,989.48 เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 มาผ่านจุดสูงสุดใหม่ จนถึงปัจจุบัน (8 พฤษภาคม 2567) ณ ราคา 2,321,080.19 บาท ในระยะเวลา 912 วันหรือ 2.5 ปี ก็เท่ากับราคาเพิ่มขึ้นปีละ 4.49% ซึ่งก็ไม่ได้มากไปกว่าการเพิ่มขึ้นของราคาบ้านมากนัก

ยิ่งกว่านั้นในกรณีบ้านและห้องชุด หากปล่อยเช่าหรืออยู่เอง ก็ยังถือว่าได้ค่าเช่าอีกปีละ 4-5% ดังนั้น ผลตอบแทนจากบ้านทั้งจากการเพิ่มขึ้นของราคาและการให้เช่า จึงสูงกว่าบิตคอยน์เสียอีก

ผู้ถือบิตคอยน์จำนวน 1% ครองส่วนแบ่งตลาดไว้ถึง 90% จึงทำให้ราคาหุ้นถูกพวกรายใหญ่ๆ กำหนด เสมือนการปั่นหุ้น

ส่วนรายเล็กรายน้อยที่คิดจะวิเคราะห์ทิศทางราคาของบิตคอยน์ ก็คงได้แต่คาดเดาเอาตามลูกแก้ว (แบบแม่มด) หรือลางสังหรณ์ (แบบพวกหมอดู) วิเคราะห์อย่างไรก็คงอาจถูกได้แบบเล่น “ปั่นแปะ” (ไม่ผิดก็ถูกสลับกันไปแบบไร้กฎเกณฑ์)

จะสังเกตได้ว่าพวกกูรู อาจารย์และผู้รู้ในวงการชังจูงให้เล่นบิตคอยน์ก็คงได้แก่เก็งกำไรระยะสั้นๆ ไม่ได้ซื้อเก็บตามที่ตนเองโฆษณาชวนเชื่อ

คนเล่นบิตคอยน์ส่วนมากจะน่าจะเป็นแมงเม่า เช่น มุ่งไปที่การขึ้นของราคาแล้วรีบซื้อ (กลัวตกรถ) ไม่วิเคราะห์อนาคตเท่าที่ควร เข้าทำนอง “มองไกลแค่ปลายจมูก” ชอบแห่ตามๆ กันไป แบบ “เฮไหนเฮนั่น” โดยเฉพาะซื้อตามคำแนะนำของพวกกูรูในวงการบิตคอยน์โดยหารู้ไม่ว่าเป็น “ราคาดอย”

เล่น บิตคอยน์? หรือลงทุน อสังหาริมทรัพย์?

แต่ในอีกแง่หนึ่งก็ไม่ชอบทำการบ้าน ชอบลุยสดๆ โดยดูจาก “ลูกแก้วและลางสังหรณ์” เน้นเล่นเก็งกำไรระยะสั้นเข้าๆ ออกๆ เป็นสำคัญ 

ในวงการบิตคอยน์จะมีแมงเม่ามากกว่าตลาดหุ้น เพราะราคาถูกๆ (ซื้อแค่ไม่กี่ซาโตชิ) คนหนุ่มสาวที่มีรายได้น้อยก็ลงทุนได้ (จากการโหมโฆษณาชวนเชื่อของพวกชักจูง) แถมอาจสนุกและตื่นเต้นดีเหมือนเล่นเกม

หากมองบิตคอยน์เป็นเงิน เงินประเมินค่าได้อย่างไรบ้าง สกุลเงินต่างๆ ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อ เครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางการเมือง ความขัดแย้งระหว่างประเทศ (หรือไม่) การเก็งกำไรค่าเงิน นโยบายทางการเงินของธนาคารกลาง ดุลการค้าของแต่ละประเทศแต่ละท้องถิ่นนั้นๆ ดังนั้น บิตคอยน์ที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้จึงไม่ใช่เงิน เป็นเพียงเกมหรือแชร์ลูกโซ่

ถ้าจะให้เทียบบิตคอยน์กับทอง ที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ บิตคอยน์ก็ไม่ใช่ทองคำซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ (ไม่ใช่สกุลเงิน) ที่มีมูลค่ามาเป็นเวลานานถึง 40,000 ปีมาแล้ว และมักถูกใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะตลาดตกต่ำ 

ส่วนบิตคอยน์ ยังใหม่มาก ใช้ในวงจำกัด และยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นการลงทุนเว้นแต่เป็นที่ชุมนุมของนักเก็งกำไรสกุลเงินดิจิทัลนี้เท่านั้น

เงินทั้งหลายสามารถแข็งหรืออ่อนค่าได้ ไม่ใช่ตายตัว เช่น ในประเทศที่เศรษฐกิจเติบโต อัตราเงินเฟ้อต่ำ และมีเสถียรภาพทางการเมือง นักลงทุนต่างชาติก็สนใจลงทุนในธุรกิจและทรัพย์สินของประเทศนี้ ทำให้สกุลเงินของประเทศนี้มีค่าสูง

เล่น บิตคอยน์? หรือลงทุน อสังหาริมทรัพย์?

แต่เมื่อผ่านไปช่วงหนึ่งที่มีภาวะแข็งค่าเงิน ก็จะทำให้ประเทศดังกล่าวส่งออกสินค้าได้ยากขึ้น (แต่นำเข้าสินค้าได้ถูกลง) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศจนต้องลดค่าเงินลงในที่สุด

ดังนั้น หากเห็นว่ามีความจำเป็นต้องมีการอ่อนค่าของสกุลเงินเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการค้า ก็แสดงว่าเงินมีมูลค่าสูงเกินจริง เป็นต้น

สำหรับบิตคอยน์ที่มีอยู่ 21 ล้านเหรียญนั้น ค่อนข้างตายตัว ผู้ที่ขุดได้ (โดยทำลายสิ่งแวดล้อมไปด้วยเพราะใช้ไฟเปลืองมาก) ก็จะครองโลกได้ในที่สุด อย่างนายซาโตชิยังถืออยู่ 1.1 ล้านเหรียญ หรือ 5% ของทั้งโลก ซึ่งในสมัยเจงกิสข่าน อเล็กซานเดอร์มหาราช หรือจูเลียสซีซาร์ยังคงไม่สามารถถือทรัพย์สินมากเท่านี้

ผู้ที่มีโอกาสและความสามารถน้อย ก็คงตกเป็นทาสเป็นเบี้ยล่างหรือประชาชนชั้นสองหรือสามหรือสี่ในสังคมบิตคอยน์ (ซึ่งเป็นความฝันที่คงมาไม่ถึงแน่)

โดยสรุปแล้ว ถ้าเราเป็นคนหนุ่มสาว ยังมีเงินไม่มาก ก็อาจเล่นหุ้นปันผลที่ดี ซื้อพันธบัตรรฐบาล ซื้อกองทุนต่างๆ เพื่อสะสมให้พร้อมแล้วไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์น่าจะมั่นคงและมีอนาคตมากกว่า.

คอลัมน์ อสังหาริมทรัพย์ต่างแดน

ดร.โสภณ พรโชคชัย 

ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย 

บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส 

www.area.co.th