วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ เก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุน

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ เก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุน

ปัจจัยภายนอก โดยรวมเป็นบวก 1) การใช้จ่ายส่วนบุคคลของผู้บริโภคสหรัฐฯ ธ.ค. เพิ่มขึ้น +0.4% MoM +0.7% YoY เป็นสัญญาณบวกว่าการบริโภคยังแข็งแกร่ง ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อลดระดับลง ช่วยลดความกังวลการเกิดภาวะถดถอย

2) ทางการจีนออกมาตรการห้ามยืมหุ้นมาขายชอร์ต คาดส่งผลบวกต่อบรรยากาศลงทุนในภูมิภาค ซึ่งมาตรการดังกล่าวนอกจากจะช่วยสนับสนุนตลาดหุ้นจีน ยังน่าจะส่งผลบวกต่อบรรยากาศลงทุนในภูมิภาค จากคำสั่งซื้อในลักษณะกระจายน้ำหนักการลงทุน 

ส่งออก ธ.ค. + 4.7% กลับมาบวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขส่งออก ธ.ค. 22,791 ล้านดอลลาร์ฯ +4.7% (ต่ำกว่าตลาดคาดการณ์ที่ +6.4% และชะลอลงจาก พ.ย.ที่ +4.90% เล็กน้อย) อย่างไรก็ตาม ถือเป็นการกลับมาเติบโตเป็นบวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน ทำให้ภาพรวมทั้งปี 2566 ส่งออก -1.0% ค่อนข้างดีกว่าประเทศอื่นๆในเอเชีย (ญี่ปุ่น -3.9%, จีน -4.6%, เวียดนาม -4.8%, เกาหลีใต้ -7.5%, ไต้หวัน -9.8%, มาเลเซีย -11.1%, อินโดนีเซีย -11.3%) ภาพรวมการฟื้นตัวในช่วงปลายปี มาจากสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร (+3.6%), สินค้าอุตสาหกรรม (+5.0%), สินแร่และเชื้อเพลิง (+32.4%) ขณะที่สินค้าเกษตรกรรมชะลอตัวลง (-8.3%)  // ประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) อาหารสุนัขและแมว ภาพรวมทั้งปี -15.0% แต่เริ่มทยอยฟื้นตัวในภาพรายเดือน (บวกต่อ AAI, ITC, TU, ASIAN) 2) น้ำตาลทราย กลับมาเข้า High season ของการหีบอ้อย อย่างไรก็ตามปริมาณการผลิตในปีนี้จะลดลงจากภัยแล้ง ทำให้เหมาะเพียงการเก็งกำไรระยะสั้น (หุ้นที่เกี่ยวข้องได้แก่ KSL, KBS, KTIS, BRR) 3) สิ่งปรุงอาหาร แม้ตัวเลข ธ.ค.จะ +YoY แต่มูลค่าการส่งออกที่ลดลง เป็นความเสี่ยงต่อแนวโน้มผลประกอบการที่อาจชะลอลง QoQ (กระทบต่อ XO)

 


 

สัปดาห์นี้ ปัจจัยในประเทศที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) ฟรีวีซ่าไทย-จีน มีผล 1 มี.ค.67 คาดส่งผลบวกต่อการท่องเที่ยวระหว่างกัน ทั้งนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา +47% YoY โดยจีนขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ที่ 306,805 ราย (เทียบกับเพียง 9 หมื่นรายของทั้งเดือน ม.ค.65) 2) การพิจารณาคดีของพรรคก้าวไกล หากไม่มีโทษร้ายแรงที่นำไปสู่การยุบพรรค จะลดความเสี่ยงปัยจัยการเมือง และทำให้การแข่งขันกลับมาอยู่ในระบบรัฐสภา 

ภาพรวมกลยุทธ์ SET ยังไม่สามารถสร้างฐานราคาได้ ทำให้โมเมนตัมของดัชนียังเป็นลบ การเก็งกำไรจึงยังเป็นเพียงการซื้อโดยกำหนดจุดตัดขาดทุน เน้นกลุ่มที่มีแนวโน้มผลประกอบการดีหรือฟื้นตัวชัดเจน ขณะที่อาจเลือกกลุ่มที่ปรับลดลงมาเยอะนับจากต้นปี (อาทิ EA, COM7, IVL, SCGP, KCE, CRC, CBG, TLI, HMPRO, PTTGC)

หุ้นแนะนำ: AAV*, EA*, AAI*, SAMART*

แนวรับ: 1,354 / แนวต้าน : 1,380-1,389 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%

 


 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ 

พาณิชย์เผยเจรจา FTA ไทย-อียู รอบ2 รุดหน้าเตรียมเร่งปิดดีลปี68  เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน ตลอดจนเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศหวัง (อินโฟเควสท์)

การส่งออกไทยในเดือนธ.ค. 66เติบโต 4.7%yoy ต่ำกว่าตลาดคาดการณ์ที่6% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่5 ทั้งนี้การส่งออกไทยปี66 หดตัว-1.0%

กระทรวงพาณิชย์จีนให้คำมั่นกระตุ้นการบริโภค, FDI ในปี 67 โดยเน้นย้ำว่าจีนกำลังพยายามดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ให้มากขึ้น (อินโฟเควสท์)

JP Morganมองบวก ให้ Overweight ตลาดหุ้นไทย เก็งแตะ 1,700 ชูมาตรการคลัง-ท่องเที่ยว-บาทแข็ง-ดิจิทัลวอลเล็ตหนุน(อินโฟเควสท์)

เทรดเดอร์คาดเฟดเลื่อนไปลดดอกเบี้ยเดือนพ.ค.หลังเงินเฟ้อชะลอตัวแต่ยังไม่มากพอ

ราคายางติดจรวด ทะลุ 70 บาท/กก. หรือพุ่งขึ้นวันละบาทกว่า (ประชาชาติ)

ฮุนได” ปิดดีลขายโรงงานในรัสเซียให้บริษัทท้องถิ่น ขาดทุน 200 ล้านดอลลาร์ หลังจากที่รัสเซียบุกโจมตียูเครนเมื่อเดือนก.พ. 2565  (อินโฟเควสท์)

EASTW ถอดใจเลิกอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองหลังเห็นความเสี่ยงแพ้คดี ท่อส่งน้ำ EEC(อินโฟเควสท์)

NAT หุ้นเทคสัญชาติไทย เสนอขายหุ้น IPO จำนวน 92 ล้านหุ้น เข้าจดทะเบียนในตลาด mai ก.พ.นี้

 

ประเด็นติดตาม: 30 ม.ค. – EU GDP Growth Rate Flash (Q4)/EU Consumer Confident Final(Jan) /US JOLTs Job Openings& Quits/ 31 ม.ค. - TH Industrail Production(Dec) / Retai lSales(Nov)

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)