กัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา

กรรมการบริหาร บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)

5 มีนาคม 2561
1,735

มีนาคม หุ้นขึ้น

มีนาคม หุ้นขึ้น

สวัสดีครับท่านนักลงทุนกลับมาพบกันอีกครั้ง

เพื่อมาคุยกันเรื่องกลยุทธ์การลงทุนในเดือนมีนาคม เพื่อให้ทราบว่าท่านนักลงทุน ต้องเตรียมกำหนดกลยุทธ์อะไรกันบ้างในเดือนนี้

ในเดือนที่แล้ว ตลาดหุ้นทั่วโลกลงแรง เนื่องมาจากมีการคาดกันว่า ธนาคารกลางสหรัฐ ฯ หรือเฟด จะขึ้นดอกเบี้ยทั้งปี 4 ครั้ง จากเดิมที่คาดกันว่าจะขึ้นแค่  3 ครั้ง

จากกรณีข้างต้นจะเห็นว่า ตลาดหุ้นไม่ชอบอะไรที่ผิดคาด ตลาดหุ้นชอบอะไรที่ดีเกินคาด ดังนั้น เมื่อมีการคาดว่า เฟดจะขั้นดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะขึ้น 3 ครั้งในปีนี้ หุ้นสหรัฐ ฯ เลยลงแรง เพราะผิดคาด ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกลงตามมากันหมดทุกตลาด

อย่างไรก็ตาม ผมอยากเน้นว่า เมื่อสองปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา ขึ้นมาตลอด ขึ้นจนหน้าอิจฉา ฉะนั้นปรับตัวลงบ้างก็ดี ส่วนตลาดหุ้นไทย เพิ่งขึ้น ก็ปรับตัวลงไปกับเขาด้วย แต่ถือเป็นเรื่องดี เป็นการย้ำฐานให้แน่นขึ้น

อีกตัวเลขที่นักลงทุนทั่วโลกจะยังจับตาดูและมีความกังวล นั่นคือตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ  ฯ แต่เชื่อว่าความกังวลน่าจะค่อย ๆ ลดลง เพราะความเข้าใจที่มากขึ้นว่าเงินเฟ้อที่ขยับขึ้น เป็นสิ่งที่มาคู่กับเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ดังนั้นในการประชุม FOMC วันที่ 20 - 21 มีนาคมนี้ ตลาดหุ้นคาดว่า FED จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% เป็น 1.50 - 1.75% หากเป็นไปตามนี้ มีโอกาสที่หุ้นทั่วโลกจะปรับตัวขึ้น เพราะถือว่ามีความชัดเจน

มามองหุ้นในเดือนนี้ โดยสถิติในช่วง 7 ปี หลังจากพ้น QE1 มาระยะหนึ่ง ชี้ว่าตลาดหุ้นเดือน มีนาคม จะขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงเดือนเมษายน โดยเดือนมีนาคม ดัชนีตลาดหุ้นปรับขึ้นเฉลี่ย 2.3% ต่อจากเดือนที่ผ่านมา

ส่วนนักลงทุนต่างชาติ ในไตรมาส 1 มักจะซื้อมากที่สุดในเดือนนี้ ซึ่งเป็นไปได้เพราะต่างชาติไม่ได้สะสมหุ้นไทยมานานแล้วนับแต่ต้นปี ต่างจากนักลงทุนสถาบันในประเทศ มักจะชะลอการซื้อ เชื่อว่าสถิติมีโอกาสเกิดซ้ำในเดือนนี้ เนื่องด้วยพื้นฐานทางเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นชัดเจน อย่างด้านกำไรบริษัทจดทะเบียนอยู่ในทิศทางที่ดี

ด้านราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูงเพราะอากาศหนาวที่ยาวนานในยุโรป  บวกกับข่าวว่าซาอุดิอาระเบียจะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งข่าวผู้ผลิตน้ำมันในและนอกกลุ่ม OPEC  อาจขยายเวลาการปรับลดการผลิตออกไปจากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดปลายปีนี้ ถ้าราคาน้ำมันดิบปิดสิ้นไตรมาสนี้เหนือระดับ 60 เหรียญดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะส่งผลต่อกำไรของกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีในไตรมาสแรก

สำหรับการซื้อขายแยกตามกลุ่มนักลงทุน เดือนกุมภาพันธ์ 2561 นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 41,381.97  ล้านบาท สถาบันในประเทศ ซื้อสุทธิ 834.39 ล้านบาท พอร์ตโบรกเกอร์ ขายสุทธิ 4,616.57  ล้านบาท และรายย่อย ซื้อสุทธิ 45,164.14  ล้านบาท

ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนในเดือนมีนาคมนี้ คือ ทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานกลับ ถ้ามีช่วงตลาดอ่อนตัว การปรับฐานลงมา ของตลาดหุ้นทุกครั้ง ถือเป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้น ส่วนใครถือหุ้นพื้นฐานดีไว้ ขอให้ถือต่อไปแม้ตลาดหุ้นจะลง ส่วนท่านใดที่ต้องซื้อกองทุนเพื่อประหยัดภาษี ให้รอช่วงชุลมุนหุ้นตกใจค่อยซื้อกองทุน

ในเดือนนี้ตลาดหุ้นมีแนวรับอยู่ที่ 1,760 จุด และมีแนวต้านอยู่ที่ 1,850 จุด

ขอย้ำอีกครั้งว่า จากเดือนที่แล้ว ตลาดหุ้นไทย แนวโน้มใหญ่ยังเป็นขาขึ้น ดังนั้นถ้าเรามองเห็นแนวโน้มใหญ่เป็นขาขึ้น ถ้าซื้อแล้วติดดอย ผมว่าไม่ต้องห่วง เพราะผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายดอย  ในระยะ 2 เดือนนี้ ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสที่จะขึ้นไปที่ 1,900 จุด ตามปัจจัยพื้นฐานที่กล่าวมา

ก่อนจากกันเช่นทุกครั้ง ต้องบอกกันว่า  การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนทุกครั้ง พบกันใหม่เดือนหน้า สวัสดีครับ

 

 

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

รัฐไฟเขียวแพ็คเกจฟื้นท่องเที่ยว