ประสิทธิ์ คำเกิด

รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด

31 มกราคม 2561
10,764

ประกันชีวิตไม่ใช่มรดก

ประกันชีวิตไม่ใช่มรดก

ประกันชีวิตเป็นเรื่องเกี่ยวกับเงินออม ซึ่งถือเป็นการสะสมทรัพย์อย่างหนึ่ง  ดังนั้นหลายท่านอาจเข้าใจผิดคิดว่าผลประโยชน์ที่ได้รับจากเงินเอาประกันภัยนั้นจะตกอยู่กับทายาทเสมอเหมือนดังเช่นเงินฝากธนาคาร แต่ในความเป็นจริงแล้ว ประกันชีวิตมีข้อแตกต่างจนสามารถกล่าวได้ว่าผลประโยชน์จากประกันชีวิตไมใช่กองมรดก เพราะเวลาที่ท่านทำประกันชีวิต ผู้เอาประกันภัย จะระบุไว้ในสัญญาประกันชีวิตอย่างชัดเจนว่าจะมอบผลประโยชน์หากตนเองเสียชีวิตให้แก่ผู้ใด  แม้ว่าผู้เอาประกันภัยจะได้ทำพินัยกรรมไว้แล้วก็ตาม

ขอยกกรณีตัวอย่างของนายทวี คิดงาม ได้ทำประกันชีวิตไว้ด้วยทุนประกันภัย 1 ล้านบาท และได้ยกผลประโยชน์ให้กับนายทรัพย์ และนางมี คิดงาม ผู้เป็นบิดา มารดา  ต่อมานายทวีได้สมรสกับนางสา และมีบุตรด้วยกัน 1 คน เวลาผ่านไปนายทวีได้ป่วยเป็นโรคไต ก่อนที่เสียชีวิตนายทวีได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินทั้งหมด รวมทั้งเงินเอาประกันภัยจำนวน 1 ล้านบาท ตามกรมธรรม์ที่ระบุให้บิดา มารดาของเขาเป็นผู้รับประโยชน์นั้นให้ยกเลิก และขอให้ตกเป็นของบุตร  และเมื่อนายทวีเสียชีวิต  นางสา  ผู้เป็นภรรยาได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอเป็นผู้จัดการมรดก  เมื่อศาลมีคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดก นางสาจึงไปขอรับเงินสินไหมมรณกรรมจากบริษัทประกันชีวิต  ซึ่งบริษัทประกันชีวิตได้จ่ายเงินสินไหมมรณกรรมก้อนนั้นให้กับบิดา มารดา ของนายทวีไปเรียบร้อยแล้ว 

ต่อกรณีดังกล่าวได้มีการฟ้องร้องต่อศาล  ซึ่งบทสรุปในเรื่องนี้นั้น ศาลได้วิเคราะห์และตัดสินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1646 ที่ได้บัญญัติไว้ว่า “บุคคลใดจะแสดงเจตนาโดยพินัยกรรมกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนเอง หรือในการต่างๆ อันจะให้เกิดเป็นผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตนตายก็ได้”  ซึ่งในกฏหมายใช้คำว่าทรัพย์สินของตนเอง ดังนั้นการทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้คนอื่นเมื่อตนถึงแก่ความตาย  ทรัพย์นั้นจะต้องเป็นของตนเองไม่ว่าจะอยู่ก่อน ขณะ หรือภายหลังจากทำพินัยกรรมแล้วก็ได้ แต่การทำประกันชีวิตนั้น ผู้เอาประกันภัยได้แสดงเจตนารมย์ยกให้ผู้อื่นตั้งแต่ต้นย่อมไม่ใช่ทรัพย์ของตน เพราะการชดใช้เงินตามสัญญาประกันชีวิตมีเงื่อนไขการใช้เงินโดยอาศัยการตาย จำนวนเงินเอาประกันภัยที่บริษัทจะจ่ายให้กับผู้รับประโยชน์ที่มีชื่อระบุไว้ในกรมธรรม์ ย่อมตกเป็นของผู้รับประโยชน์ทันทีที่ผู้เอาประกันภัยถึงแก่ความตาย 

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าเงินเอาประกันภัยไม่ใช่กองมรดก จึงไม่สามารถจะฟ้องร้องเอาได้ 

ต่อกรณีดังกล่าวหลายท่านอาจมีคำถามว่า “ทำประกันชีวิตแล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลผู้รับประโยชน์ได้เลยหรือ”  แน่นอนว่าการเปลี่ยนเจตนารมย์ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามย่อมทำได้ และเป็นสิทธิโดยชอบของนายทวี หากแต่ต้องทำให้เป็นลายลักษณ์อักษร ดังนั้น หากนายทวีต้องการยกประโยชน์จากกรมธรรม์ประกันชีวิตให้กับภรรยาและบุตรสามารถแจ้งเปลี่ยนแปลงผู้รับประโยชน์กับบริษัทประกันชีวิตได้ และนายทวีต้องส่งมอบกรมธรรม์ประกันชีวิตให้กับภรรยา  ตัวนางสาซึ่งเป็นภรรยาก็ต้องทำหนังสือแสดงความจำนงไปยังบริษัทว่าตนจำนงจะถือเอาประโยชน์จากสัญญาประกันชีวิต โดยบริษัทจะลงบันทึกสลักหลังกรมธรรม์ประกันภัยเปลี่ยนแปลงผู้รับประโยชน์จากบิดา มารดา เป็นบุคคลที่นายทวีต้องการ ทั้งนี้ สิ่งที่เป็นสาระสำคัญคือ เมื่อมีการส่งมอบกรมธรรม์ประกันชีวิตให้กับผู้รับประโยชน์และผู้รับประโยชน์นั้นได้แสดงความจำนงรับผลประโยชน์จากสัญญาประกันภัยไปแล้วจะไม่สามารถดำเนินการเปลี่ยนแปลงผู้รับประโยชน์ได้อีก

และหากจะพิจารณาสำหรับข้อดีของการประกันชีวิตที่ไม่ใช่มรดกนั้น ข้อแรกก็คือ สามารถระบุผู้รับประโยชน์ได้ตามเจตนารมย์ของผู้เอาประกันภัย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงจะต้องดำเนินการตามลายลักษณ์อักษรผ่านบริษัทประกันภัยเท่านั้น

อีกทั้งการรับผลประโยชน์ไม่ต้องเสียเวลาตามกระบวนตามกฎหมายในการจัดตั้งผู้จัดการมรดก  และที่สำคัญประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันชีวิตไม่ต้องเสียภาษี เท่ากับคุณได้รับเต็มๆ ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้นั่นเอง

ก่อนที่จะจบบทความในวันนี้ขอแถมกันอีกสักนิด สำหรับผู้ที่ยังไม่มีประกันชีวิต หรือกำลังคิดและยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำประกันชีวิตดีหรือไม่นั้น ก็ขอพูดถึงแนวคิดของการทำประกันชีวิตกันก่อนนะคะว่า ประกันชีวิตนั้นเกิดจากความรักและความกลัว  และความหวัง

สำหรับความรักนั้นคือรักตัวเอง รักครอบครัว  อยากให้คนที่เรารักเหนื่อยน้อยที่สุด และมีหลักประกันอันมั่นคงไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันข้างหน้า ก็สามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้ด้วยความปกติสุข 

ส่วนความกลัว คือกลัวว่าวันหนึ่งถ้าเราเจ็บป่วย คนในครอบครัวเจ็บป่วย ค่ารักษาพยาบาลที่แพงขึ้นปีละ 8-10% นั้นจะเอาเงินที่ไหนรักษา  หรือหากเราไม่สามารถทำงานได้ จะเอาเงินที่ไหนมาเป็นทุนการศึกษาให้บุตร

ด้านความหวังคือหวังอยากเห็นอะไรในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเห็นตัวเองในวัยเกษียณ  หรือการเห็นอนาคตของบุตรหลาน ดังนั้นรีบวางแผนกันตั้งแต่วันนี้เถอะค่ะ  ก่อนที่ความรักและความกลัวหรือความหวังของเราจะสูญหายหรือห่างไกลเกินกว่าที่เราจะเอื้อมถึง

แชร์ข่าว :
Tags: