วิกิจ ถิรวรรณรัตน์

ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.บัวหลวง

11 ตุลาคม 2560
480

สร้างโอกาสลงทุน กับ BSET100

สร้างโอกาสลงทุน กับ BSET100

หากนักลงทุนหน้าใหม่มีโอกาสได้พบ ปรมาจารย์ด้านการลงทุน อย่าง Warren Buffett ผู้คร่ำหวอดด้านเลือกหุ้นลงทุนระยะยาว และมีชื่อติดอันดับ Top Chart มหาเศรษฐี ที่จัดทำโดยนิตยสาร Forbes มาต่อเนื่อง ว่าควรจะลงทุนในสินทรัพย์แบบไหนดี แกก็จะตอบว่า Put 10% of the cash in short-term government bonds and 90% in a very low-cost S&P500 index fund” ก็คือ “เอาเงินของคุณลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น 10% ส่วนอีก 90% ให้ลงทุนใน S&P500 Index Fund” หรือกองทุนแบบ Passive Fund ซึ่งเป็นการลงทุนที่เน้นลงทุนให้ได้ผลลัพท์ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง

ทำไมกูรู ระดับตำนาน ที่ถนัดด้านการเลือกลงทุนรายบริษัท ยังแนะนำนักลงทุนหน้าใหม่ไม่ต้องคิดหาวิธีการเลือกหุ้นที่จะเอาชนะตลาด แต่ให้ลงทุนให้เหมือนตลาด ทั้งนี้ก็เพราะว่าในต่างประเทศมีการเก็บสถิติในระยะยาวแล้วพบว่าในระยะยาวแล้ว Passive Fund มีแนวโน้มจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า Active Fund และข้อดีอีกอย่างก็คือค่าธรรมเนียมถูก เนื่องจากผู้จัดการกองทุนไม่ต้องเสียเวลาเลือกหุ้น ไม่ต้องมีผู้จัดการกองทุนในการคิดกลยุทธ์ กระบวนท่าในการบริหารพอร์ทการลงุทน แค่ลงทุนด้วยสัดส่วนแบบเดียวกับดัชนีอ้างอิงเท่านั้นเอง ดัชนีจะปรับหุ้นตัวไหนเข้า หรือจะเอาตัวไหนออกก็ทำตามนั้น (โดยทั่วไปดัชนีมักจะปรับหุ้นเข้าออก 2 ครั้งต่อปี) และการที่ปรับพอร์ทในแต่ละครั้งก็ปรับนิดๆหน่อยๆ นั้นก็หมายความว่าการซื้อขายหุ้นในพอร์ทของกองทุนในแต่ละปีมีน้อยมากต้นทุนการซื้อขายของกองทุนจึงต่ำ เมื่อต้นทุนที่ต่ำกว่าในระยะยาวก็จะให้ผลตอบแทนโดยรวมที่สูงกว่า

อีกประการหนึ่งคือกองทุนดัชนีกระจายตัวการลงทุนได้ค่อนข้างดี โอกาสพลาด jackpot ไปลงทุนหุ้นแย่ๆ มี แต่จะได้รับผลกระทบน้อย เพราะกระจายความเสี่ยงได้ค่อนข้างดี ช่วยลดความเสี่ยงให้นักลงทุนได้มากโขซึ่งอันนี้สำคัญมาก หากคุณไปเลือกหุ้นเองรายตัวแล้วเลือกไม่เป็นโอกาสที่จะโดนหุ้นแย่ หุ้นมีปัญหาบริษัทเจ๊งจนทำให้ออกจากตลาดเลยก็ยังมีอยู่ถ้าคุณลงตัวนั้นตัวเดียวหาย100% ครับ แต่การที่ลงทุนในดัชนีกระจายการลงทุนที่ดี ดัชนีกระทบบ้างแต่ดัชนีก็ยังคงอยู่ โอกาสที่ดัชนีจะล้มหายตายจากเหมือนหุ้นรายตัวเป็นไปได้ยากมาก แต่การขึ้นการลงก็ตามสภาวะเศรษฐกิจและการลงทุน ดังนั้นดัชนีจอยู่คู่กับตลาดตลอดไปพูดง่ายๆว่าโอกาสเจ๊งหรือมูลค่าการลงทุนกลายเป็นศูนย์แทบเป็นไปไม่ได้เลย โดยรวมแล้วการลงทุนแบบ Passive Fund ตามดัชนีจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน

ดัชนีไหนดี

หากจะพูดถึงดัชนีในประเทศไทย หลายๆ ท่านก็จะต้องนึกถึงดัชนี SET,SET100 หรือ SET50 โดยในตลาดหุ้นไทยการสร้างดัชนีจะใช้การคิดคำนวนดัชนีแบบ market cap weighted (หุ้นที่มีมูลค่าสูง มีสัดส่วนในตลาดมากก็มีอิทธิพลต่อดัชนีสูง )  โดยดัชนี SET จะรวมหุ้นทุกตัวที่อยู่ใน SET มาคำนวณเป็นดัชนี ส่วน SET100 และ SET 50 จะเลือกเอาหุ้นที่มีขนาดใหญ่ 100 ตัว และ 50 ตัวตามลำดับ ดังนั้นดัชนี SET50 ก็จะเป็นดัชนีที่ล้วนแต่เป็นหุ้นใหญ่ทั้งหมดหรือที่เราเรียกกันว่า BLUECHIP STOCKS ส่วน SET100 มี 100 ตัวก็จะกว้างกว่า SET 50 ซึ่งก็จะมีหุ้นที่มี ไซส์ขนาดกลางมาบ้างครอบคลุมจำนวนหุ้นที่มากกว่า ดัชนี SET100 จึงให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี SET มาก และให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในดัชนี SET50 

แต่อย่างไรก็ตามการซื้อหุ้นทั้ง 100 ตัวและถือไว้ก็ยังเป็นสิ่งที่ทำได้ยากและใช้เงินลงทุนสูงอยู่ดี ด้วยเหตุนี้จึงเกิดกองทุนรวมดัชนี SET100 ขึ้น  ซึ่งกองทุนรวมดัชนีนี้จะทำการซื้อและถือหุ้นในดัชนี SET100 จำนวน 100 ตัวแทนเรา!!  เพียงแค่ซื้อหน่วยลงทุนดังกล่าวก็จะมีสถานะเทียบเท่ากับการถือหุ้น 100 ตัวที่เป็นตัวแทนหลักของตลาดหุ้นทั้งตลาดแล้ว ช่วยให้การลงทุนเพื่อคาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยในระยาวเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายและสะดวกซึ่งก็คือกองทุน BSET100 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุน มีผลงานล้อตามดัชนี SET100 ทำให้ผู้ลงทุนสร้างโอกาสเป็นเจ้าของ 100 บริษัทขนาดใหญ่ได้ง่ายๆด้วยการลงทุนผ่าน BSET100 ใช้เงินน้อยสร้างความมั่งคั่งระยะยาว และที่สำคัญกองทุนนี้ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ผู้ที่มีบัญชีหลักทรัพย์สามารถเคาะซื้อเคาะขาย แบบ Real Time จึงสะดวกมากและเป็นเครื่องมือหนึ่งที่น่าสนใจในการออมอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

**BSET100 เป็นกองทุนรวม ETF  โดย บลจ. บางกอกแคปปิตอล จำกัด บริษัทลูกของ บมจ. หลักทรัพย์บัวหลวง เป็นผู้ออก และบมจ. หลักทรัพย์บัวหลวง เป็นผู้ดูแลสภาพคล่อง ผู้ลงทุนจะต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน…

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

ในหลวงรับสั่งเพิ่ม5จุดชมริ้วขบวน