วันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

‘ทรัมป์’ ออกคำสั่ง ไม่ให้ปธน.คนต่อๆ ไป เปลี่ยนแปลง 'ห้องทำงานรูปไข่'

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่ง ไม่ให้ประธานาธิบดีคนต่อๆ ไปในอนาคต เปลี่ยนแปลง "ห้องทำงานรูปไข่" และ "ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี" ซึ่งย้อนแย้งกับการที่เขาสั่งรีโนเวททำเนียบขาวอยู่ในขณะนี้

ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเปลี่ยนโฉมทำเนียบขาวด้วยสีทองที่แสดงถึงตัวตนของเขา เขาได้เปลี่ยนมาปกป้องพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกสองแห่งเมื่อวันพฤหัสบดี (5 พ.ย.) จากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประธานาธิบดีในอนาคต ซึ่งได้แก่ “ห้องทำงานรูปไข่” (Oval Office)  และ “ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี” (Cabinet Room)

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทรัมป์ได้ลงนามประกาศฉบับหนึ่ง ที่เขาบอกว่าเป็น “ก้าวแรก” สู่การประกาศให้พื้นที่ปีกตะวันตกของทำเนียบขาวเป็น "อนุสรณ์สถานแห่งชาติ" เพื่อเป็นการระลึกถึงสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์อเมริกัน

ทรัมป์อ้างถึงประวัติความเป็นมาของห้องทำงานรูปไข่ และห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ว่าเป็นเหตุผลที่จำเป็นต้องอนุรักษ์สถานที่ทั้งสองแห่งนี้ไว้ โดยสถานที่ทั้งสองแห่งเป็นจุดที่ใช้สำหรับการประชุมสำคัญทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ อีกทั้งยังคงตั้งอยู่ในตำแหน่งเดิมมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1930

ประกาศดังกล่าวระบุว่า ทำเนียบขาวได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ระดับชาติอยู่แล้ว แต่ “ห้องทำงานรูปไข่ ก็สมควรได้รับการยกย่องและการดูแลคุ้มครองเป็นพิเศษ ในฐานะสิ่งปลูกสร้างทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญระดับชาติแยกออกมาต่างหาก”

ทรัมป์บอกด้วยว่า ประกาศฉบับนี้จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา

“ดังนั้น หากพวกเขาต้องการจะบอกว่า ‘เลิกใช้ห้องรูปไข่กันเถอะ เปลี่ยนไปใช้ห้องสี่เหลี่ยมแทนดีกว่า’ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือพวกเขาจะต้องกลับไปหารัฐสภา ซึ่งหวังว่ารัฐสภา... จะฉลาดพอที่จะไม่ปล่อยให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น” ทรัมป์ย้ำ

ในขณะที่ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปเยี่ยมชมห้องประชุมคณะรัฐมนตรี สื่อได้ถามทรัมป์ว่า ประธานาธิบดีคนถัดไปจะสามารถรื้อถอนของตกแต่งสีทองทั้งหมดของเขาออกไปได้หรือไม่

“พวกเขาจะทำอะไรก็ได้ตามต้องการ” ทรัมป์ตอบ “ขอเพียงแค่ให้ทำอย่างระมัดระวังก็พอ”

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าเหตุใดกันแน่ที่ทำให้ทรัมป์พยายามขอให้รัฐสภาช่วยปกป้องโครงสร้างสถานที่เหล่านั้น ทั้งที่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เกี่ยวกับการรื้อถอน หรือปรับเปลี่ยนพื้นที่ดังกล่าวครั้งใหญ่

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ทรัมป์กลับมายังทำเนียบขาวในเดือนมกราคม 2025 ทรัมป์ได้ปรับปรุงห้องทำงานรูปไข่ ด้วยการตกแต่งด้วยสีทอง ปูพื้นสวนกุหลาบใหม่ รื้อถอนปีกตะวันออกเพื่อสร้างห้องจัดเลี้ยง ปรับปรุงพื้นผิวสระน้ำสะท้อนแสงอนุสรณ์สถานลินคอล์น และอื่นๆ อีกมากมาย

ด้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้วิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์ หลังจากที่เขาลงนามคำสั่งเมื่อเดือนกรกฎาคมให้ลดขนาดอุทยานแห่งชาติสองแห่งในรัฐยูทาห์ตอนใต้ ลงกว่า 90% เพื่ออนุญาตให้มีการเลี้ยงสัตว์ การสันทนาการด้วยยานยนต์ การตัดไม้ และการพัฒนาทรัพยากรอื่นๆ ในภูมิภาค

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เผชิญกับการต่อต้าน และบางกรณีก็มีการฟ้องร้องในศาล แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสิ่งใดสามารถยับยั้งการดำเนินงานของประธานาธิบดีได้

ทั้งนี้ พิธีลงนามประกาศดังกล่าวของทรัมป์ในวันพฤหัสบดี ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งที่สามในสัปดาห์นี้ที่เขาได้โปรโมตโครงการที่ตนเองให้ความสำคัญเป็นพิเศษ หลังจากเมื่อวันจันทร์ (2 พ.ย.) เขาได้เปิดตัวสระน้ำสะท้อนแสงที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ และในวันพุธ ซึ่งเป็นวันหลังจากที่พรรครีพับลิกันพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง เขาได้พาผู้สื่อข่าวเยี่ยมชมการก่อสร้างห้องจัดเลี้ยง

นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นสองวันหลังจากการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อวันอังคาร (3 พ.ย.) ที่ทำให้พรรครีพับลิกันสูญเสียการควบคุมสภาคองเกรส โดยพรรคเดโมแครตจะขึ้นครองเสียงข้างมากในสภาในเดือนมกราคมปีหน้า ซึ่งจะลดอิทธิพลด้านการออกกฎหมายของทรัมป์ในช่วงปีสุดท้ายของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

ในระหว่างพิธีลงนามในประกาศดังกล่าว มีหมวกสีแดงที่ปักคำว่า “VETO” (การใช้สิทธิ์ยับยั้งของปธน.) วางอยู่บนโต๊ะทำงานของทรัมป์ด้วย เสมือนเป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมในรัฐสภาที่กำลังจะมาถึง