วันจันทร์ ที่ 2 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

'ดีลหยุดยิงโอเลชกี' สิ้นสุด ยังไม่มีสัญญาณรัสเซีย-ยูเครน กลับมารบต่อในแนวหน้า

กองทัพยูเครนอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงในภูมิภาคเคอร์ซอนทางตอนใต้เมื่อวันอาทิตย์ ขณะที่การหยุดยิงชั่วคราวในระดับท้องถิ่นในพื้นที่โอเลชกีสิ้นสุดลง หลังจาก เมลาเนีย ทรัมป์ ช่วยไกล่เกลี่ยในสัปดาห์ก่อน ล่าสุดยังไม่มีสัญญาณรัสเซีย-ยูเครน กลับมาสู้รบต่อ

กองทัพยูเครน เผยว่า ได้อพยพประชาชน 167 คน จากพื้นที่ที่ตกอยู่ในความเสี่ยงในภูมิภาคเคอร์ซอนทางตอนใต้ในวันอาทิตย์ (1 พ.ย.) ขณะที่การหยุดยิงชั่วคราวในพื้นที่สิ้นสุดลง สองวันหลังจากทางการพาชาวเมืองออกจากเมืองโอเลชกีที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย

ข้อตกลงหยุดยิงระดับท้องถิ่นในโอเลชกี และพื้นที่โดยรอบ เป็นเวลา 6 วัน บรรลุเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากฝ่ายสหรัฐพยายามไกล่เกลี่ย นำโดยเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง และการมีส่วนร่วมของสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ

ข้อตกลงดังกล่าวสิ้นสุดในช่วงเที่ยงคืนวันที่ 1 พ.ย. ตามเวลามอสโก และยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ในทันทีว่าทั้งสองฝ่ายจะกลับมาสู้รบกันอีกครั้ง

สถานการณ์นี้นับเป็นการยุติการสู้รบในระดับท้องถิ่นที่ยาวนานที่สุด นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2022

ดมิโทร ลูบินเนตส์ ผู้ตรวจการแผ่นดินด้านสิทธิมนุษยชนของยูเครน โพสต์เทเลแกรมว่า ทั้งสองฝ่ายได้ “ปฏิบัติตามพันธกรณีที่ให้ไว้ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว”

ลูบินเนตส์กล่าวว่า ตนและยานา ลันตราโตวา ผู้ตรวจการแผ่นดินด้านสิทธิมนุษยชนของรัสเซีย กำลังแสวงหาความเป็นไปได้ที่จะดำเนินความพยายามด้านมนุษยธรรมในลักษณะเดียวกันนี้ต่อไป การรักษาช่องทางความร่วมมือเช่นนี้ไว้ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้คนและรักษาชีวิตผู้คนต่อไปได้

สำหรับการอพยพคนกว่าร้อยชีวิต ก่อนหน้านี้ กองเสนาธิการทหารยูเครน แถลงการณ์ว่า หน่วยทหารของตนได้ร่วมมือกับทางการท้องถิ่น อพยพพลเรือน 167 คนไปยังจุดที่ปลอดภัยกว่าในภูมิภาคเคอร์ซอน

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า ในกลุ่มผู้ที่ได้รับการอพยพ มีเด็ก 22 คน และผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวซึ่งต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษอีก 21 คน

อย่างไรก็ตาม โอเล็กซานดร์ โปรคูดิน ผู้ว่าการภูมิภาคเคอร์ซอน ยังคงเรียกร้องให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และโพสต์เตือนประชาชนในเทเลแกรมว่า อย่าเดินทางไปยังพื้นที่ที่เรียกว่า ‘โซนสีแดง’ ซึ่งคือพื้นที่และที่ตั้งของชุมชนต่างๆ ใกล้กับแม่น้ำดนิโปร เนื่องจากการโจมตีจากฝั่งรัสเซียในพื้นที่ดังกล่าวยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงต่อชีวิตสูงมาก

'รัสเซีย' ยินดีผลลัพธ์ดีลหยุดยิงในโอเลชกี

ตามอ้างอิงของสำนักข่าวรัสเซีย ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลิน กล่าวว่า รัสเซียมีมุมมองเชิงบวกต่อการดำเนินปฏิบัติการในโอเลชกี รวมถึงการประสานงานระหว่างผู้ตรวจการสิทธิมนุษยชนของทั้งสองประเทศ

ขณะที่สมเด็จพระสันตะปาปาทรงแสดงความหวังว่า ความร่วมมือระหว่างรัสเซียและยูเครนในการบังคับใช้การหยุดยิงในโอเลชกี จะช่วยปูทางไปสู่ความพยายามสร้างสันติภาพในวงกว้างยิ่งขึ้น

ด้าน เมลาเนีย ทรัมป์ โพสต์ผ่านทางแพลตฟอร์ม X ระบุว่า ดีลหยุดยิงครั้งนี้ช่วยให้ประชาชนได้รับอิสระในการเดินทาง สามารถเข้าถึงอาหาร น้ำสะอาด และยารักษาโรค และยังทำให้พวกเขากลับมามีความรู้สึกถึงศักดิ์ศรีในตนเองอีกครั้ง โดยปราศจากภัยคุกคามจากการโจมตีที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา