วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดเบื้องหลังชาวเน็ตคุยสนั่น นานาชาติแนะประชาชนตุนเสบียง รับมือภัยพิบัติ-สงคราม

กระแสการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติและสงครามกำลังได้รับความสนใจบนโลกออนไลน์ ท่ามกลางข่าวความขัดแย้งระหว่างประเทศ การโจมตีด้วยโดรน และภาพความเสียหายจากสงครามที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่

KEY POINTS

  • หลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร เยอรมนี และสหรัฐ ออกคำแนะนำให้ประชาชนสำรองอาหาร น้ำ และของใช้จำเป็นเพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • ระยะเวลาที่แนะนำให้สำรองเสบียงแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ โดยส่วนใหญ่อยู่ที่ 3 วันถึง 1 สัปดาห์ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในช่วงแรก
  • สาเหตุของการเตรียมความพร้อมครอบคลุมภัยหลายรูปแบบ ตั้งแต่ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (แผ่นดินไหว, พายุ) การหยุดชะงักของสาธารณูปโภค ไปจนถึงภัยความมั่นคงและสงคราม
  • สำหรับประเทศไทย สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ชี้แจงว่ายังไม่มีการออกประกาศเตือนให้ประชาชนสำรองเสบียงจากสถานการณ์วิกฤตในต่างประเทศ

ด้วยเหตุนี้ผู้คนเริ่มตระหนักว่าภัยคุกคามที่เคยดูห่างไกลอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้ ขณะเดียวกัน หลายประเทศก็เร่งส่งเสริมให้ประชาชนสำรองอาหาร น้ำ และสิ่งของจำเป็น เพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจทำให้บริการสาธารณูปโภคหยุดชะงักและความช่วยเหลือจากภาครัฐล่าช้า

  • ญี่ปุ่นเตรียมขอประชาชนสำรองเสบียง 3 วันถึง 1 สัปดาห์

สำนักข่าว FNN ในเครือสถานีโทรทัศน์ฟูจิทีวีของญี่ปุ่น รายงานเมื่อวันที่ 27 ต.ค. ว่า นายโกชิ โฮโซโนะ รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ เตรียมออก “คำขอเร่งด่วน” ในวันที่ 2 พ.ย. เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดยจะประสานไปยังหน่วยงานรัฐบาลกลางและทุกจังหวัดทั่วประเทศ

นายโฮโซโนะกล่าวว่า “ผมอยากขอให้ประชาชนเตรียมสิ่งของให้เพียงพออย่างน้อย 3 วัน และหากเป็นไปได้ ควรเตรียมให้เพียงพอสำหรับ 1 สัปดาห์” พร้อมขอให้ทุกครัวเรือนสำรองอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นสำหรับการใช้ห้องน้ำ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้แม้ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ

ญี่ปุ่นกำลังเตรียมรับมือภัยพิบัติหลายรูปแบบ ทั้งแผ่นดินไหวขนาดใหญ่บริเวณร่องลึกนันไก แผ่นดินไหวใต้กรุงโตเกียวและพื้นที่ใกล้เคียง แผ่นดินไหวบริเวณร่องลึกคูริลและร่องลึกญี่ปุ่น ตลอดจนการปะทุของภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายแก่ถนนและเครือข่ายสื่อสาร จนเป็นอุปสรรคต่อการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย

  • เฉลยแล้ว! ทำไมต้อง 2 พ.ย.

ทั้งนี้ วันที่ 2 พ.ย. ยังตรงกับกำหนดเปิดดำเนินงานหน่วยงานบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ (National Disaster Management Agency) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการกลาง ตั้งแต่การเตรียมพร้อม การประสานงานเมื่อเกิดภัยพิบัติ ไปจนถึงการฟื้นฟูและบูรณะพื้นที่เสียหาย

  • อังกฤษแนะพร้อมพึ่งพาตนเอง 72 ชั่วโมง

สหราชอาณาจักรเปิดตัวโครงการ “Be Ready” เมื่อวันที่ 22 ต.ค. เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนรับมือเหตุฉุกเฉินได้ด้วยตนเองอย่างน้อย 72 ชั่วโมง แม้ไฟฟ้า น้ำประปา และระบบโทรคมนาคมหยุดชะงักจากพายุ ฝนตกหนัก หรือการโจมตีทางไซเบอร์

สิ่งของที่แนะนำ ได้แก่ น้ำดื่ม อาหารที่ไม่ต้องปรุงสุก ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง เครื่องชาร์จไฟแบบพกพา วิทยุ และเงินสด โดยสามารถทยอยซื้อระหว่างจับจ่ายตามปกติ ไม่จำเป็นต้องซื้อทั้งหมดในคราวเดียว เปิดเบื้องหลังชาวเน็ตคุยสนั่น นานาชาติแนะประชาชนตุนเสบียง รับมือภัยพิบัติ-สงคราม

  • เยอรมนี สวีเดน แคนาดา และสหรัฐ  เร่งสร้างความพร้อม

เยอรมนี โดยสำนักงานกลางด้านการคุ้มครองพลเรือนและการช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติ (BBK) แนะนำให้ครัวเรือนเตรียมสิ่งของให้เพียงพอ 10 วัน โดยอย่างน้อย 3 วันก็ช่วยได้มาก พร้อมสำรองน้ำ 2 ลิตรต่อคนต่อวัน แนวทางครอบคลุมทั้งไฟฟ้าดับ สภาพอากาศรุนแรง ข้อมูลบิดเบือน และเหตุฉุกเฉินด้านความมั่นคง รวมถึงสงคราม โดยคำนึงถึงความต้องการ พื้นที่จัดเก็บ และฐานะทางการเงินของแต่ละครัวเรือน

สวีเดน สนับสนุนให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างน้อย 1 สัปดาห์ โดยหน่วยงานป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนเตือนว่าสถานการณ์ความมั่นคงเลวร้ายลงและมีสงครามเกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียง

ด้านแคนาดาแนะนำให้เตรียมสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ขณะที่สำนักงานจัดการเหตุฉุกเฉินกลางสหรัฐฯ (FEMA) แนะนำให้สำรองอาหารที่เก็บได้นานอย่างน้อย 3 วัน และน้ำประมาณ 3.8 ลิตรต่อคนต่อวัน รวมถึงชุดปฐมพยาบาล วิทยุ ยาตามใบสั่งแพทย์ เอกสารสำคัญ และแผนติดต่อสื่อสารในครอบครัวที่คำนึงถึงเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และสัตว์เลี้ยง เปิดเบื้องหลังชาวเน็ตคุยสนั่น นานาชาติแนะประชาชนตุนเสบียง รับมือภัยพิบัติ-สงคราม

ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมสหรัฐ เปิดตัวโครงการ FORTRESS America เมื่อวันที่ 30 ก.ย. โดยมุ่งให้ฐานทัพทหารสามารถดำเนินงานต่อไปได้แม้เกิดการหยุดชะงักของระบบสนับสนุนต่าง ๆ ไม่ใช่โครงการสำหรับครัวเรือนทั่วไป โดยนายพีต เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐเรียกโครงการนี้ว่า “กรมธรรม์ประกันภัยระดับชาติสำหรับมาตุภูมิของอเมริกา”

  • ไต้หวันเตรียมเสบียง 7 วัน สหภาพยุโรปตั้งเป้า 72 ชั่วโมง

ไต้หวันแนะนำให้ประชาชนสำรองสิ่งของจำเป็นอย่างน้อย 7 วัน พร้อมน้ำดื่มไม่น้อยกว่า 3 ลิตรต่อคนต่อวัน และจัดกระเป๋าฉุกเฉินสำหรับอพยพให้เพียงพอ 1–3 วัน เนื่องจากมีความเสี่ยงทั้งแผ่นดินไหว สภาพอากาศรุนแรง และความตึงเครียดกับจีน

ส่วนสหภาพยุโรปเปิดตัวยุทธศาสตร์ Preparedness Union Strategy เมื่อเดือนมี.ค. 2025 เพื่อรับมือภัยคุกคามตั้งแต่ภัยธรรมชาติไปจนถึงภัยคุกคามแบบผสมผสาน เช่น การโจมตีทางไซเบอร์และการบิดเบือนข้อมูล โดยตั้งเป้าส่งเสริมให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง ทั้งนี้ เป้าหมายดังกล่าวเป็นแนวทางที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย

ส่วนในประเทศไทย ล่าสุดสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ออกคำชี้แจงเมื่อวันที่ 29 ต.ค.2569 ถึงกรณีการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์วิกฤติในตะวันออกกลาง โดยยังไม่มีการออกประกาศคำเตือนให้ประชาชนสำรองอาหาร เวชภัณฑ์ และสิ่งของจำเป็นสำหรับ 72 ชั่วโมง

ทั้งนี้ สมช.ติดตามและประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ตามความเหมาะสม

นอกจากนี้ที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐออกคำแนะนำการรับมือภัยต่างๆ โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มีคำแนะนำเตรียมตัวรับภัยธรรมชาติที่เกิดบ่อยครั้งในไทยในรูปแบบถุงยังชีพ อาทิ

1.เครื่องอุปโภคบริโภค เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง อาหาร กระป๋อง น้ำดื่มสะอาดบรรจุขวด ยารักษาโรค ซึ่งใช้ได้อย่างน้อย 3-4 วัน

2.ของใช้ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตระยะแรก เช่น ไฟฉายพร้อมถ่านแบบกันน้ำ วิทยุพร้อมถ่านสำรอง ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น นกหวีด เทียนไข เชือก ถุงพลาสติกสีดำ กระดาษชำระ ด่างทับทิม สบู่ แปรงฟัน ยาสีฟัน เสื้อผ้าสำรอง

3.เอกสารสำคัญเก็บในถุงพลาสติกกันน้ำ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน สูติบัตร กรมธรรม์ประกันชีวิต ภาพถ่ายคนในครอบครัว

 กรมประชาสัมพันธ์เคยมีคำแนะนำเตรียมตัวภัยความมั่นคงชายแดน โดยเช็คลิสต์เตรียมอพยพการสู้รบชายแดน ซึ่งควรเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน (Go Bag) อาทิ เอกสารสำคัญและทรัพย์สินจำเป็น อาหารแห้งและน้ำดื่ม 3-5 วัน ยาประจำตัวและอุปกรณ์พยาบาล โทรศัพท์และแบตสำรอง ไฟฉายและถ่านสำรอง เสื้อผ้าและของใช้จำเป็น

จากข้อมูลที่กล่าวมา ภาพรวมสะท้อนว่า หลายประเทศกำลังให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมในระดับครัวเรือน เพื่อให้ประชาชนรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินในช่วงแรกได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ สงคราม หรือการหยุดชะงักของระบบสาธารณูปโภค อย่างไรก็ตาม คำแนะนำเหล่านี้เป็นมาตรการเตรียมความพร้อมรับความเสี่ยง ไม่ได้หมายความว่าทุกประเทศกำลังคาดการณ์ว่าจะเกิดสงครามหรือภัยพิบัติครั้งใหญ่ในเร็ว ๆ นี้

ที่มา: ฟ็อกซ์นิวส์ techpilipinas เจแปนไทม์ส mainichi