ประชาชนในประเทศยุโรปอื่นๆ ออกมาประท้วงรัฐบาลของตนเองพร้อมๆ กับที่มีการประท้วงในฝรั่งเศส ทั้งในอิตาลี แอลเบเนีย และเบลเยียม โดยออกมาเรียกร้องหลายประเด็น ทั้งเรื่องค่าครองชีพ สงคราม และการศึกษา และเกิดความรุนแรงขึ้นในบางจุด
นอกจากฝรั่งเศสแล้ว ประชาชนในประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศยุโรปอื่นๆ ก็ออกมาประท้วงรัฐบาลของตนเองในหลายประเด็น ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ สงคราม และการศึกษา ล่าสุดในวันเสาร์ที่ผ่านมา เกิดการประท้วงในอิตาลี แอลเบเนีย และเบลเยียม
อิตาลี
กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านสงครามและค่าครองชีพที่สูงขึ้นออกมาประท้วงหลายเมืองใหญ่ในอิตาลี เมื่อวันเสาร์ (24 ต.ค.) และเกิดเหตุความรุนแรงขึ้นในบางจุด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหนึ่งสัปดาห์หลังจากเกิดความไม่สงบทั่วประเทศ
หลังจากมีการเรียกร้องให้จัดการชุมนุมเพิ่มเติมผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ในสัปดาห์นี้ ทางการจึงเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงซ้ำรอยกับเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การประท้วงดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องจากเหตุปะทะเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (เหตุการณ์ที่ผู้ประท้วงได้ปะทะกับตำรวจ ปล้นสะดมร้านค้า และทำลายทรัพย์สิน) ได้กลายเป็นเหตุรุนแรงในเมืองตูริน โรม และโบโลญญา เนื่องจากมีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้ประท้วง
ส่วนในเมืองมิลาน การประท้วงส่วนใหญ่เป็นไปอย่างสงบ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังตำรวจจำนวนมากเข้าประจำจุดต่างๆ ขณะที่ร้านค้าหลายแห่งปิดทำการเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์ไม่พบเหตุการณ์การปล้นสะดมร้านค้า หรือการทำลายทรัพย์สินในสัปดาห์นี้แต่อย่างใด
ก่อนหน้านี้ในวันเสาร์ ตำรวจอิตาลีเผยว่า ได้ควบคุมตัวบุคคลรายหนึ่งซึ่งต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดตั้ง “ขบวนการ 17 ตุลาคม” (October 17 Movement) ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการประท้วงเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว และได้นำตัวบุคคลดังกล่าวไปยังกองบัญชาการตำรวจในเมืองมิลานเพื่อทำการสอบปากคำ
แอลเบเนีย
ขณะที่ในแอลเบเนีย ตำรวจปราบจลาจลของแอลเบเนียได้ใช้แก๊สน้ำตา ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง และกระสุนยางสลายกลุ่มผู้ประท้วงที่ขว้างปาก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่ และจุดไฟเผาบริเวณประตูทางเข้ากระทรวงเกษตรในกรุงติรานา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
กลุ่มผู้ประท้วงซึ่งเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี เอดี รามา ลาออกจากตำแหน่ง ได้จุดไฟเผาอาคารของรัฐบาลและธนาคารหลายแห่ง อีกทั้งยังทุบทำลายกระจกร้านค้า และรื้อถอนแผ่นหินปูพื้นถนนเพื่อนำมาขว้างปาใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย
ในเดือนนี้ การประท้วงที่นำโดยกลุ่มนักศึกษา ซึ่งเกิดจากความไม่พอใจต่อปัญหาการทุจริตในรัฐบาล การขาดแคลนตำแหน่งงาน และมาตรฐานการศึกษาที่ย่ำแย่ ได้ลุกลามไปทั่วใจกลางกรุงติรานา และขยายวงกว้างไปยังเมืองอื่นๆ
เหตุความไม่สงบครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นหลังการประท้วงที่สงบตลอดช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา มีขึ้นเพื่อคัดค้านโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งสุดหรูซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดสำหรับรามา ผู้ดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศมาตั้งแต่ปี 2013 และเพิ่งชนะการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่ 4 เมื่อปีที่แล้ว
กลุ่มผู้ประท้วงมารวมตัวกันเมื่อวันเสาร์ เวลาประมาณ 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ และขว้างปาก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
ตำรวจผลักดันกลุ่มผู้ประท้วงออกไป ทำให้พวกเขาแยกย้ายกันไปตามจุดต่างๆ ในเมือง
แดเนียล ทาฮิรี ผู้ประท้วงวัย 28 ปี กล่าวว่า “ชาวแอลเบเนียตื่นกันแล้ว” พร้อมทั้งบรรยายลักษณะของรัฐบาลชุดนี้ว่าเป็น “เผด็จการที่สวมหน้ากากประชาธิปไตย”
ออร์เกตา ลิกาย ผู้ประท้วงอีกคนวัย 29 ปี กล่าวว่า ประชาชนต้องการให้รามารับรู้ว่าชาวแอลเบเนียไม่ต้องการเขาอีกต่อไป เนื่องจากปัญหาการทุจริตและเรื่องอื้อฉาวต่างๆ
เบลเยียม
สำนักข่าวรอยเตอร์และสื่อเบลเยียมรายงานว่า ตำรวจเบลเยียมได้ใช้แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทยระหว่างปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในกรุงบรัสเซลส์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องให้มีการปรับปรุงระบบการศึกษาให้ดีขึ้น
เหตุปะทะดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกลุ่มผู้ประท้วงหลายร้อยคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว ได้รวมตัวชุมนุมกันต่อเนื่องจากการชุมนุมในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้เพิ่มงบประมาณด้านการศึกษา พร้อมกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ
อย่างไรก็ตาม เหตุปะทะในครั้งนี้มีขนาดเล็กกว่าและมีความรุนแรงน้อยกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในเบลเยียม และเล็กกว่าเหตุการณ์ชุมนุมที่มีขนาดใหญ่กว่ามากในฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านเบลเยียม
ตามที่คำบอกเล่าของพยานที่รอยตอร์ได้ทราบ พบว่าในเหตุการณ์หนึ่งที่กรุงบรัสเซลส์เมื่อวันเสาร์ ผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งวิ่งหนีและล้มลงกับพื้นขณะตำรวจไล่ตาม โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางนายใช้ทั้งมือและเท้าทำร้ายผู้ประท้วงคนหนึ่ง
กลุ่มผู้ประท้วงได้นำป้ายจราจรและสิ่งของอื่นๆ ไปวางทับบนกองรถสกู๊ตเตอร์และจักรยานให้เช่า และพยายามจุดไฟเผา
สื่อเบลเยียมหลายสำนักรายงานว่า ในอีกเหตุการณ์หนึ่ง ตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตาเพื่อสลายกลุ่มผู้ประท้วง
ตำรวจกรุงบรัสเซลส์ ระบุในแถลงการณ์หลังช่วงบ่ายว่า ไม่พบเหตุการณ์รุนแรงใดๆ เกิดขึ้น และว่าได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อรับประกันการรักษาความสงบเรียบร้อยของสาธารณะและความปลอดภัยของทุกคน
แถลงการณ์ระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวบุคคล 5 รายไว้ชั่วคราวในข้อหาก่อความวุ่นวายในที่สาธารณะ และควบคุมตัวอีก 4 รายในข้อหาครอบครองอาวุธต้องห้ามและยุยงให้เกิดการจลาจล





