สัปดาห์นี้ถือว่าสายสัมพันธ์ระหว่างยูเครนกับสหรัฐ พันธมิตรรายสำคัญที่สุด เสื่อมถอยลงอย่างมาก สัญญาณมีให้เห็นตั้งแต่สหรัฐขู่ตัดการสนับสนุนข่าวกรอง ไปจนถึงการยกเลิกภาษีส่งออกให้กับรัสเซียและทำข้อตกลงดีเซลที่อาจช่วยให้มอสโกมีเงินทำสงครามได้ต่อไป
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ไม่พอใจกับราคาพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งเขากล่าวโทษว่าเป็นผลจากยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย ได้วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ครั้นเกิดเหตุบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมที่สหรัฐจัดให้หยุดชะงัก จึงเกรงกันว่า ยูเครนอาจตกอยู่ในความเสี่ยงเมื่อฤดูหนาวเวียนมาถึงอีกครั้งหนึ่งซึ่งรัสเซียมักโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
เซเลนสกี ตอบโต้ทรัมป์ด้วยการวิจารณ์ออกสื่อรัว ๆ อย่างที่ไม่ค่อยทำให้เห็น กล่าวว่าตอนนี้สหรัฐโปรดปรานรัสเซีย ยูเครนจะท้าทายข้อเรียกร้องของทรัมป์ที่ให้หยุดโจมตีเป้าหมายพลังงานรัสเซีย เพราะรัสเซียยังโจมตียูเครนอย่างต่อเนื่อง
ความขัดแย้งยิ่งเข้มข้นขึ้น เมื่อทรัมป์ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและภาษีศุลกากรที่เก็บจากรัสเซีย ในวันศุกร์ (16 ต.ค.) ที่ผ่านมา ก่อนที่มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เพียงไม่นาน เหตุการณ์นี้ทำให้เซเลนสกีต้องโพสต์โซเชียลมีเดียว่า การกระทำของทรัมป์จะเป็นการสนับสนุนให้รัสเซียโจมตียูเครนต่อไป
ความขัดแย้งที่ขยายวงทุกขณะก่อให้เกิดความกังวลว่า ความสัมพันธ์ผันผวนระหว่างทรัมป์กับเซเลนสกี อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้ายลงไปอีกสำหรับรัฐบาลเคียฟ ทรัมป์อาจจำกัดการจัดหาอาวุธให้ยูเครน ทำตามคำขู่เลิกแบ่งปันข่าวกรองในสนามรบ หรือทำข้อตกลงทางเศรษฐกิจกับรัฐบาลมอสโกเพิ่มขึ้น
เจ้าหน้าที่ยูเครนสองรายที่รู้เรื่องดีกล่าวกับรอยเตอร์แบบไม่เปิดเผยตัวตนว่า แม้เซเลนสกีแสดงความเห็นออกไปอย่างนั้น รัฐบาลเคียฟยังต้องการหารือกับสตีฟ วิตคอฟ ทูตพิเศษเพื่อนของทรัมป์ และจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ต่อไป
เดนิส เซียนิก อุปทูตยูเครนประจำกรุงวอชิงตัน กล่าวกับสำนักข่าว Newsmax เมื่อวันศุกร์ (16 ต.ค.) ว่า ยูเครนรู้สึกขอบคุณทรัมป์และทีมงานของเขาสำหรับความพยายามในการยุติสงคราม พร้อมระบุว่ายูเครนพร้อมที่จะเข้าร่วมการเจรจากับรัสเซีย
ในวันเดียวกันนั้นทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาจะเดินหน้าทำข้อตกลงกับทั้งเซเลนสกีและประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย
“ผมอยากให้สงครามจบ” ทรัมป์กล่าว
แดเนียล ฟรีด จากสภาแอตแลนติก กลุ่มคลังสมองในกรุงวอชิงตัน ผู้เคยดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ ดูแลกิจการยุโรปในช่วงปี 2005 ถึง 2009 กล่าวว่า ยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐกำลังหันหลังให้ยูเครนอย่างถาวรหรือไม่ แต่จะทำให้การยุติสงครามที่รัสเซียก่อขึ้นจากการรุกรานเต็มรูปแบบในปี 2022 นั้นยากลำบากยิ่งขึ้น
“มันไม่เพียงแค่พลาดโอกาส แต่ยังจะสร้างความเจ็บปวดให้กับยูเครน และกระตุ้นให้ปูตินทำสงครามต่อ จึงใช่ว่าจะไม่มีต้นทุนที่ต้องจ่าย”
ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับเซเลนสกีไม่ราบรื่นมานานแล้ว ทรัมป์และรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ เคยตำหนิเซเลนสกีออกสื่อระหว่างการพบกันที่ห้องทำงานรูปไข่เมื่อเดือน ก.พ. 2025 วอชิงตันได้ระงับหรือชะลอความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนภายใต้การบริหารของทรัมป์ แต่อนุญาตให้พันธมิตรในยุโรปซื้ออาวุธจากสหรัฐให้กับรัฐบาลเคียฟได้
ความสัมพันธ์ดังกล่าวดำเนินมาต่อเนื่อง จนกระทั่งยูเครนเริ่มปฏิบัติการโจมตีแหล่งพลังงานในรัสเซียในปีนี้ส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น นักวิเคราะห์ระบุว่า ราคาเบนซินและดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นกลายเป็นปัญหาการเมืองที่น่าหนักใจสำหรับทรัมป์ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมจะมีขึ้นในเดือน พ.ย. ที่พรรครีพับลิกันของเขาอาจสูญเสียเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลจากสงครามของสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน ทำให้อิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันและปิดช่องแคบฮอร์มุซ
แต่ความไม่พอใจเซเลนสกีทำให้ทรัมป์หันไปพึ่งน้ำมันรัสเซียมากขึ้นเพื่อควบคุมราคา ทั้งนี้ตามที่ผู้สันทัดกรณีรายหนึ่งเปิดเผย
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันที่ 9 ต.ค.ว่า บรรลุข้อตกลงกับปูตินยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรพลังงานรัสเซียและนำเข้าน้ำมันรัสเซียเป็นการชั่วคราว
ในคำสั่งฝ่ายบริหารที่ทำเนียบขาวเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ ทรัมป์ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและภาษีต่อรัสเซียด้วย ไม่นานก่อนมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายเกรแฮม ที่ทรัมป์ลงนามเมื่อเดือนก่อน
แม้กฎหมายฉบับนี้ซึ่งตั้งชื่อตาม ส.ว.ลินด์ซีย์ เกรแฮม ผู้ล่วงลับจะเรียกร้องให้ลงโทษรัสเซียครั้งใหม่เริ่มตั้งแต่สัปดาห์หน้า แต่ก็อนุญาตให้ประธานาธิบดียกเว้นโทษได้ถ้าเป็นไปเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติสหรัฐ
เซเลนสกีกล่าวว่า ท่าทีล่าสุดของทรัมป์บั่นทอนเป้าหมายหลักของกฎหมายเกรแฮม (Graham Act) และจะยิ่งกระตุ้น “ความกระหายฆ่าคน” ของรัสเซียต่อไป โอกาสที่สหรัฐจะเดินหน้ากดดันรัสเซียให้ยุติสงครามลดน้อยลงนับตั้งแต่ ส.ว.เกรแฮมเสียชีวิตในเดือน ก.ค. ส.ว.พรรครีพับลิกันจากรัฐเซาท์แคโรไลนารายนี้ เป็นคนสนิทของทรัมป์และสนับสนุนยูเครนอย่างแข็งขัน
“พูดตรง ๆ เลย ไม่มีเขาก็ยาก” ประธานาธิบดียูเครนระบุ
ยูเครนเดิมพันสูง
สำหรับรัฐบาลเคียฟ เดิมพันนี้สูงและเร่งด่วน เซเลนสกีกล่าวเมื่อวันอังคาร (13 ต.ค.) ว่า ยูเครนไม่ได้รับคำเตือนจากพันธมิตรตะวันตกเลยก่อนรัสเซียโจมตีเมืองหลวงอย่างนองเลือด
หากไม่มีข่าวกรองของสหรัฐยูเครนอาจตรวจจับและตอบโต้การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของรัสเซียได้ยากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ตกเป็นเป้าโจมตีของมอสโกซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงฤดูหนาวที่แล้ว
ทรัมป์ กล่าวว่าสหรัฐยังคงแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองให้กับยูเครนอยู่ แต่เซเลนสกีเปิดเผยกับสำนักข่าว NPR ว่า ทางการสหรัฐได้เตือนผู้บัญชาการของยูเครนว่าอาจลดปริมาณหรือตัดข้อมูลข่าวกรองลง
ตามรายงานข่าวของรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดี (15 ต.ค.) ระบบ Starshield ของยูเครน หรือบริการสตาร์ลิงค์ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ที่ใช้ในกิจการทหารหยุดชะงักลง เจ้าหน้าที่สหรัฐสองรายและเจ้าหน้าที่ชาติตะวันตกอีกหนึ่งราย ผู้ทราบข้อมูลระบุว่าเป็นผลมาจากคำสั่งทำเนียบขาว
บริการกลับคืนมาบางส่วนแต่ตอกย้ำให้เห็นความเสี่ยงที่ยูเครนต้องพึ่งพาเทคโนโลยีบริษัทสหรัฐ และต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาลทรัมป์
ส่วนทรัมป์ก็อาจเจอแรงต้านถ้าสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรสเห็นว่าแนวทางของเขาตัดกำลังยูเครนแต่เอื้อประโยชน์ให้รัสเซีย ยูเครนนั้นยังคงได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกพรรครีพับลิกันอยู่อีกมาก บางคนถึงกับโต้แย้งว่าวอชิงตันไม่ควรกดดันเคียฟให้ยอมรับเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ให้มอสโก
เบรตต์ บรูเอน อดีตที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศในรัฐบาลโอบามาและผู้นำบริษัทที่ปรึกษา Global Situation Room กล่าวว่า การที่เซเลนสกีตอบโต้ทรัมป์อย่างแข็งกร้าวถือเป็นความเสี่ยง แต่เขาอาจกำลังคาดหวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจในรัฐสภาสหรัฐ หลังการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งจะทำให้ทรัมป์ดำเนินการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียหรือลดความช่วยเหลือทางทหารแก่เคียฟได้ยากขึ้น
“เซเลนสกีรู้ดีว่าเขากำลังรับมือกับใครอยู่ คำขู่ของทรัมป์ไม่ได้ส่งผลเหมือนกับตอนที่เจดี แวนซ์ พยายามทำให้เขาอับอายในห้องทำงานรูปไข่" บรูเอนให้ความเห็น




