กลุ่มฮูตียิงขีปนาวุธ มุ่งเป้าถล่มทำเนียบประธานาธิบดี ในเมืองเอเดน ประเทศเยเมน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย
รัฐบาลเยเมนรายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (15 ต.ค.69) ว่า กลุ่มฮูตีได้ยิงขีปนาวุธโจมตีทำเนียบประธานาธิบดีในเมืองเอเดนทางตอนใต้ของเยเมน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ขณะที่กองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบีย เผยว่า กลุ่มฮูตีได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของซาอุดีอาระเบีย หลายสิบครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการโจมตีครั้งแรกในความขัดแย้งปัจจุบันระหว่างกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน กับซาอุดีอาระเบีย ที่มุ่งเป้าไปยังพระราชวังอัล-มาอาชิกในเอเดน ซึ่งเป็นที่ตั้งของรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย และได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ความขัดแย้งนี้ยังเป็นสมรภูมิใหม่ในสงครามระดับภูมิภาคที่เริ่มต้นจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐ และอิสราเอลในเดือนกุมภาพันธ์
คณะรัฐมนตรีของเยเมน กล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้ใช้ขีปนาวุธ และโดรน ด้านพยานบอกกับรอยเตอร์ว่า พวกเขาได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นใกล้กับพระราชวัง
โมอัมมาร์ อัล-เอรียานี รัฐมนตรีกระทรวงสารสนเทศของเยเมน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีของเยเมนปลอดภัยหลังมีการโจมตี
กาซิม บูไฮเบห์ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของเยเมน เผยว่า
มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บ 16 รายจากเหตุการณ์ที่เขาอธิบายว่าเป็นการโจมตีของกลุ่มฮูตีต่อสำนักงานใหญ่ของรัฐบาลที่ทำเนียบประธานาธิบดี ซึ่งผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บรวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และพนักงานพลเรือน
ยาห์ยา ซารี โฆษกทางทหารของกลุ่มฮูตี กล่าวว่า นักรบของกลุ่มได้ทิ้งระเบิดใส่สิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็นกองบัญชาการปฏิบัติการทางทหารของซาอุดีอาระเบียในเมืองเอเดน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่กลุ่มประกาศไว้ว่าจะโจมตี “กำลังเสริมของซาอุดีอาระเบีย” ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด
สำนักข่าว SABA ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตีระบุว่า กองบัญชาการดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียเป็นผู้ดูแล และเป็นที่ตั้งของคลังอาวุธ แต่สำนักข่าวรอยเตอร์ไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวจากแหล่งข้อมูลอิสระได้
สงครามยังคงเดือด ฮูตีมีอาวุธทันสมัย
เนื่องด้วยซาอุดีอาระเบียให้การสนับสนุนกองกำลังรัฐบาลเยเมน กลุ่มฮูตีจึงยิงขีปนาวุธ และโดรนโจมตีสนามบิน ท่าเรือ และโรงกลั่นน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย และทำให้ซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐ กลายเป็นจุดอ่อนในสงครามที่ขยายวงกว้าง และคุกคามแผนเศรษฐกิจอันทะเยอทะยานของซาอุดีอาระเบีย
เมื่อวันพฤหัสบดี กองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า กลุ่มฮูตีพยายามโจมตีสถานที่หลายสิบแห่ง ซึ่งเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของซาอุดีอาระเบีย
ด้านคณะมนตรีปกครองขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ ได้ประณามการโจมตีสนามบินพลเรือน เครื่องบิน และโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินในซาอุดีอาระเบียเมื่อไม่นานมานี้
ตุรกี อัล-มาลิกี โฆษกกลุ่มกองกำลังพันธมิตรสรุปไว้ว่า เดือนนี้กลุ่มฮูตีได้ก่อเหตุโจมตีสนามบินนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาดรวม 20 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 17 ราย และได้รับบาดเจ็บ 333 ราย ซึ่งสนามบินแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการบินระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของซาอุดีอาระเบีย
การโจมตีของกลุ่มฮูตีที่สนามบินอับบา ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของซาอุดีอาระเบียใกล้กับพรมแดนเยเมน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และได้รับบาดเจ็บ 28 ราย
มาลิกี กล่าวว่า กลุ่มฮูตีได้รับเทคโนโลยีทางทหารที่ทันสมัยด้วยความช่วยเหลือจาก “ผู้มีบทบาทในภูมิภาค” ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธนำวิถี อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และเรือเร็วที่ติดตั้งวัตถุระเบิด
อย่างไรก็ตาม มาลิกี เผยว่า กองกำลังพันธมิตรได้ทำลายคลังเก็บอาวุธ และฐานยิงอาวุธของฮูตี 127 แห่งในพื้นที่ภูเขาของเยเมน และเรียกร้องให้ฮูตีหยุดปฏิบัติการที่มุ่งเป้าไปยังพลเรือน และโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนทันที
หลังจากนั้นไม่นาน โฆษกทหารของกลุ่มฮูตีเตือนว่า น่านฟ้า และสนามบินของซาอุดีอาระเบียไม่ปลอดภัย และย้ำเตือนสายการบินต่างๆ แต่คำเตือนดังกล่าวได้ยกเว้นน่านฟ้าเหนือเมืองศักดิ์สิทธิ์เมกกะ และเมดินา
ด้านหน่วยงานป้องกันภัยพลเรือนของซาอุดีอาระเบียออกประกาศเตือนภัยล่วงหน้าตลอดวันพฤหัสบดี เกี่ยวกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นทั้งในเมืองนาจราน และจิซาน รวมถึงภูมิภาคโดยรอบนาจราน และจิซาน ก่อนที่จะประกาศในเวลาต่อมาว่าสถานการณ์ผ่านพ้นอันตรายแล้ว
กลุ่มกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียเผยเมื่อวันพฤหัสบดี ด้วยว่า ได้สกัด และทำลายโดรนลำหนึ่งในเมืองคามิส มูไชต์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของซาอุดีอาระเบีย และอีกหนึ่งลำที่มุ่งหน้าไปยังภูมิภาคทางใต้ของประเทศ
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





