วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฮูตีลั่นโจมตีสนามบิน-โครงสร้างพื้นฐานน้ำมันซาอุดีเพิ่มอีก

ฮูตีประกาศจะกดดันด้วยการโจมตีสนามบินและโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันในซาอุดีอาระเบียเพิ่มอีก หลังจากสร้างความเสียหายใหญ่หลวงให้กับสำนักงานใหญ่บริษัทน้ำมันซาอุดีอารามโกไปแล้ว

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน ซาอุดีอาระเบียกำลังถูกฮูตีโจมตีขยายวงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงที่สนามบินนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาด เมื่อวันเสาร์ (10 ต.ค.) คร่าชีวิตประชาชน 13 คน

แหล่งข่าวสามรายเผยกับรอยเตอร์ว่าการโจมตีสำนักงานใหญ่ของรัฐวิสาหกิจน้ำมัน “ซาอุดีอารามโก” ในเมืองดาห์ราน เมื่อคืนวันอังคาร (13 ต.ค.) ทำให้เกิดไฟไหม้ลุกลามไปหลายชั้น ขณะที่กระทรวงพลังงานซาอุดีแถลงว่า ไฟไหม้ในวงจำกัด

แหล่งข่าวสองรายเผยว่า อารามโกยังทำงานตามปกติโดยให้พนักงานเวิร์กฟรอมโฮม รอยเตอร์สอบถามไปที่บริษัทยังไม่ได้ให้ความเห็น

ความขัดแย้งขยายวงกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อแผนการใหญ่ของมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ที่ต้องการเปลี่ยนเศรษฐกิจซาอุดีอาระเบียให้หลากหลาย ลดการพึ่งพาน้ำมันลง

ฮูตีกล่าวว่า การโจมตีเป็นการตอบโต้ซาอุดีอาระเบียที่หนุนหลังกองทัพรัฐบาลในสงครามเยเมนที่ระอุขึ้นอีกครั้งในเดือนที่ผ่านมา

เมื่อวันพุธ (14 ต.ค.) กองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุดีแถลงว่า สกัดขีปนาวุธลูกหนึ่งที่ฮูตียิงเข้าใส่กรุงริยาดได้

ขณะที่แถลงการณ์ของฮูตีในวันเดียวกันระบุว่า ฮูตียิงทั้งขีปนาวุธ ขีปนาวุธร่อน และโดรน เข้าใส่โครงสร้างพื้นฐานของซาอุดีอารามโกในเมืองดาห์ราน สนามบินริยาด และโรงกลั่นแห่งหนึ่งของอารามโกในกรุงริยาด พร้อมทั้งขู่กว้าง ๆ ให้ “บริษัทเดินเรือต่างชาติ” พลเมือง และคนงาน อพยพออกจากสนามบินซาอุดีและอาคารสถานที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน

สนามบินนานาชาติริยาดถูกโจมตีมาแล้วสี่ครั้ง  รวมทั้งเมื่อวันเสาร์ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบสิบปี ทางการปิดสนามบินไปจนถึงวันที่ 17 ต.ค. สายการบินพากันยกเลิกเที่ยวบินไปซาอุดีอาระเบีย

ทั้งนี้ ด้วยความกลัวอิทธิพลอิหร่านเพิ่มมากขึ้น และความโกลาหลบริเวณชายแดน ซาอุดีอาระเบียจำต้องเข้าแทรกแซงในสงครามกลางเมืองของเยเมนด้วยการสนับสนุนรัฐบาลในปี 2015 หลังจากฮูตียึดกรุงซานาได้

สหประชาชาติเคยไกล่เกลี่ยให้ทุกฝ่ายที่ทำสงครามกันในเยเมนหยุดยิงกันได้ในปี 2022 สันติภาพอันเปราะบางดำรงต่อเนื่องมาจนกระทั่งปีนี้

ซาอุดีอาระเบียกลับมาปฏิบัติการทางทหารในเยเมนอีกครั้งเพื่อสนับสนุนรัฐบาลที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายที่จะพลิกสถานการณ์หลังจากกลุ่มฮูตีสามารถรุกคืบได้อย่างรวดเร็วเมื่อเดือนที่แล้ว ด้วยการเคลื่อนกำลังลงมาตามแนวชายฝั่งทะเลแดงจนถึงช่องแคบบับเอล-มันเดบซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ

สภากาชาดแถลงเมื่อวันพุธว่า โรงพยาบาลทั่วเยเมนต้องดิ้นรนรับมือกับจำนวนผู้เสียชีวิตที่พุ่งสูงขึ้นมากจากการสู้รบที่เข้มข้นขึ้นในหลายแนว

โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (WFP) เตือนว่า เมืองไทซ์ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลความช่วยเหลือเข้าไม่ถึงเพราะถูกกองกำลังฮูตีปิดล้อมไว้ตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อน

“WFP และพันธมิตรไม่สามารถเข้าถึงผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมกว่า 600,000 คนในเมืองไทซ์ได้ ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิงและเด็กกว่า 200,000 คน” WFP ระบุในแถลงการณ์

ที่มา: รอยเตอร์